ประเด็นดังกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นว่า การรวมกลุ่มกันทำให้ชุมชนเข้มแข็ง การทำงานเป็นทีมทำให้สังคมมีพลัง และที่สำคัญคือการรอรับจากนโยบายภาครัฐอย่างเดียว ได้ผลไม่คุ้มค่า ด้วยประการที่หนึ่ง นโยบายนั้น ไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน ประการที่สอง นโยบายนั้น เป็นนโยบายที่ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง
หลังจากนั้น คุณสุภาพร-คุณวิชิต
ถิ่นวัฒนากูล จากมูลนิธิพะเยาเพื่อการพัฒนา
ได้ให้ตัวแทนแต่ละเครือข่าย ๗ ภาคี มาเล่าประสบการณ์ตรง
เพื่อสรุปบทเรียนให้กับผู้เข้าร่วมงาน จาก ๖๘ ตำบล ๗๑ พื้นที่ กว่า
๖๐๐ คนฟังถึงแนวทาง ปัญหา และแนวทางแก้ไข ไล่เลียงจาก
๑.ประเด็นเรื่อง
"การบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ(ลุ่มน้ำอิงและลุ่มน้ำยม) มี ๔
ประเด็นย่อย ดังนี้
การจัดการกว๊านพะเยาและลุ่มน้ำอิงโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน,
การจัดการป่าชุมชน, การจัดการลุ่มน้ำขนาดเล็ก,
การจัดการที่ดินโดยชุมชน
๒.ประเด็นเรื่อง
"การพัฒนาศักยภาพของสวัสดิการชุมชนส่ความมั่นคงของชีวิตคนพะเยา"
๓.ประเด็นเรื่อง "การจัดการคุณภาพชีวิต
ซึ่งมี ๗ ประเด็นย่อย ดังนี้ สถาบันครองครัว, สุขภาพ,
การเข้าถึงบริการอาชีวอนามัยเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของคนทำงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการ,
การจัดการปัญหาการฆ่าตัวตาย, การจัดการน้ำมันทอดซ้ำเสื่อมสภาพ,
การศึกษา, สื่อ"
๔.ประเด็นเรื่อง "สิทธิชุมชน
สถานภาพบุคคลและสัญชาติ"
๕.ประเด็นเรื่อง
"เกษตรปลอดภัยและระบบเศรษฐกิจแบบพึ่งตนเองบนพื้นฐานพะเยา"
๖.ประเด็นเรื่อง
"การจัดการภัยพิบัติโดยชุมชน"
๗.ประเด็นเรื่อง "สภาองค์กรชุมชน
ประชาธิปไตยชุมชน"
ในแต่ละประเด็น มีความน่าสนใจอยู่ในตัว
โดยมีการสรุปข้อเสนอของคนพะเยาออกเป็นหลายระดับ
ซึ่งสะท้อนให้เห็นความละเมียดละไมในการจัดทำเวที ซึ่งมากกว่า ๑๐
ครั้ง
ผ่านการถกเถียง ผ่านการแสดงความคิดเห็นกันมาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง
หลายคนยังมีชีวิตอยู่ หลายคนลาโลกไปแล้ว
และอีกหลายคนเข้าร่วมเวทีไม่ไหว
แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันได้ผ่านร้อน ผ่านหนาวมามากพอสมควร
กว่าจะได้ตกผลึกทางความคิด
แต่ที่นำเสนอเป็นเอกสารมานั้น ได้แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คล้าย ๆ วงกลม ๓
วง จากวงกลมเล็ก ๆ ในประเด็นของตนเอง
สู่วงกลมขนาดที่ใหญ่ขึ้นในระดับจังหวัด และกลายเป็นวงกลมแห่งนโยบาย ๓
ระดับคือ
๑.ข้อเสนอให้ปฏิบัติในระดับพื้นที่
ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้ตัวของประชาชนแต่ละพื้นที่มากที่สุด ทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตดั่งเดิมของชาวบ้านได้อย่างดียิ่งผ่านตัวอักษรที่ปรากฏให้เห็น
๒.ข้อเสนอให้ปฏิบัติในระดับจังหวัด/ภาค หมายความว่า
ข้อเสนอนั้น ๆ ได้ยก ขึ้นสู่วาระหรือนโยบายของจังหวัดหรือภาคนั้น ๆ
อย่างเป็นขั้นเป็นตอน
ประเด็นดังกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นว่า
การรวมกลุ่มกันทำให้ชุมชนเข้มแข็ง การทำงานเป็นทีมทำให้สังคมมีพลัง
และที่สำคัญคือการรอรับจากนโยบายภาครัฐอย่างเดียว ได้ผลไม่คุ้มค่า
ด้วยประการที่หนึ่ง นโยบายนั้น ไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน
ประการที่สอง นโยบายนั้น
เป็นนโยบายที่ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง
๓.ข้อเสนอในระดับนโยบาย
ซึ่งก็คือความต้องการเหล่านั้นได้นำไปบรรจุไว้เป็นนโยบายของจังหวัดและรัฐบาลไปเลย
ซึ่งประเด็นนี้เอง
ทำให้เห็นว่าการทำงานที่จะให้ได้ตามที่ต้องการและมีความยั่งยืน
ต้องให้ไปถึงระดับนโยบาย
อันเนื่องมาจาก ข้าราชการส่วนภูมิภาคทั้งระดับอำเภอ จังหวัด
หรือรัฐบาลที่ดูแลอยู่ ไป ๆ มา ๆ ทำให้การทำงานไม่ต่อเนื่อง
แต่ความเป็นนโยบาย ทำให้สิ่งต่าง ๆ มันเสถียรขึ้น
หรือมั่นคงขึ้นนั้นเอง
ประเด็นทั้ง ๗ นั้น
ผู้เขียนจะได้ทะยอยนำเสนอเป็นบท ๆ ต่อไป