กำกับ : Bennett Miller
เขียนบท : Steven Zaillian (screenplay) and Aaron Sorkin (screenplay)
Stan Chervin (story)
Michael Lewis (book "Moneyball: The Art of Winning an Unfair Game")
นำแสดง : Brad Pitt, Robin Wright, Jonah Hill
ความยาว : 133 นาที
ระดับความชอบ : 9.5/10
เป็นหนึ่งในเก้าเรื่องบนเวทีออสการ์รอบสุดท้าย
เป็นเรื่องจริงของทีมเบสบอลเล็กๆ Oakland Athletics เรียกย่อๆ ว่า Oakland A's หรือ A's ที่สร้างประวัติศาสตร์ได้ด้วยวิธีการคัดเลือกผู้เล่นและแผนการเล่นโดยใช้วิชาสถิติ เรียกว่า Moneyball
ทีมนี้ไปไกลได้ถึงรอบรองชนะเลิศของเมเจอร์ลีก แต่ก็แพ้ให้กับทีมยักษ์ใหญ่ เงินหนาอย่าง Newyork Yangees
แล้วทีมเงินหนาพวกนั้นก็กลับมาซื้อผู้เล่นที่เป็นดาราของทีมไปเสียอีก เป็นอย่างนี้ทุกปี
ผู้จัดการทีมทั่วไปของทีมนาม Billy Beane ที่ทำหน้าที่หาตัวผู้เล่นต้องหัวหมุนทุกต้นฤดูกาล
เขาเข้าไปคุยกับเจ้าของทีมก็ไม่เป็นผล มีเงินให้เท่านี้แหละ
ครั้งหนึ่งไปขอซื้อผู้เล่นจากอีกทีมแล้วถูกปฏิเสธ เขาแอบเห็นว่ามีเด็กหนุ่มรูปร่างอ้วนกระซิบกับเจ้าหน้าที่แล้วก็บอกปฏิเสธ
Beane เลยเข้าไปถามหนุ่มคนนี้ว่ากระซิบอะไรเมื่อครู่ที่ผ่านมา แล้วเขาก็ได้ส่วนผสมที่ลงตัวของหนุ่มอ้วนนาม Peter Brand คือ Yale University, เศรษฐศาสตร์ และ เบสบอล มันสัมพันธ์กันได้อย่างลงตัวในหนังเรื่องนี้ครับ
แต่เดิมบรรดาแมวมองที่หาตัวผู้เล่นจะมองที่ท่าทาง ท่าเดิน ท่าขว้างลูก แม้กระทั่งหน้าตา ความสวยของแฟน จนบางครั้งมองข้ามความสามารถที่แท้จริงของผู้เล่น
แต่ Peter Brand ใช้สถิติมาตรวจสอบผู้เล่นแต่ละคน มองหาคนที่ทำเบสได้มาก และค่าตัวต่ำๆ ซึ่งคนเหล่านี้มักมีตำหนิ เช่น ท่าขว้างลูกไม่สวย แก่เกินไป เคยประสบอุบัติเหตุ เป็นต้น
จึงไม่แปลกที่แต่ละชื่อจะค้านสายตาแมวมองในทีม จนหัวหน้าทีมแมวมองขอลาออก โค้ชที่จัดทีมลงแข่งก็ไม่เอาผู้เล่นที่ Billy Beane ซื้อมาลงเล่น
จนเขาต้องใช้ไม้ตาย ขายตัวที่เขาไม่ต้องการทิ้ง
จริงๆ ผู้เล่นที่ถูกเมินเหล่านั้นล้วนมีปมด้อย ดังนั้นเมื่อมีคนมองเห็นคุณค่า จึงดีใจมาก
Billy Beane มักจะไม่ค่อยร่วมทำกิจกรรมกับผู้เล่น เพราะกลัวว่าเวลาขายผู้เล่นจะพูดด้วยลำบาก
เขาก็พยายามฝึก Peter Brand ในการพูดกับผู้เล่นเช่นกัน
คงทำใจลำบากแต่ก็เป็นธรรมดาของโลกทุนนิยม เมื่อเราหมดค่า ก็ต้องพร้อมจะไป ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน หรือเป็นของเรา
ช่วงแรกทีมไม่ชนะเลย เล่นเอาแย่
Beane แยกทางกับภรรยา แต่ก็ยังไปดูแลลูกสาว พาลูกสาวไปซื้อกีตาร์ เธอเล่นเพลง The Show ของ Lenka ตอนเลือกกีตาร์แล้วเพลงนี้ก็นำมาใช้ตอนปิดเรื่องได้อย่างสวยงาม
ได้เห็นคำแปลของเพลงนี้แล้วเข้ากับเรื่องได้ดีนะ
แรงใจจากลูกสำคัญต่อคนเป็นพ่อเสมอครับ ไม่ว่าพ่อจะห่วยอย่างไรในสายตาคนอื่น แต่ในสายตาลูก พ่อเป็น Hero เสมอ และพร้อมจะให้กำลังใจเสมอ
แล้วถึงคราว Billy Beane จะโดนซื้อตัวจากทีมใหญ่บ้าง โลกทุนนิยมก็เป็นแบบนี้แหละครับ
ชอบฉากจบของเรื่องนี้มาก ตารื้นของพ่อเมื่อฟังเพลงที่ลูกเล่นให้ เท่านี้ก็พอแล้วครับสำหรับคนเป็นพ่อ
เทคนิค Moneyball ได้รับการเอาไปใช้โดยทีมใหญ่จนประสบผลสำเร็จในเวลาต่อมา
แอบนึกถึงที่ทำงานที่พยายามจะให้พนักงานใช้ Fact and Data ใช้สถิติมาจับเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล หนังเรื่องนี้เป็นตัวอย่างในการใช้สถิติอย่างเป็นรูปธรรมที่ดี
แอบให้ชื่อหนังเรื่องนี้ว่าเป็น TQMly Movie เลยทีเดียว
ชอบคำโปรยของหนัง
What are you really worth?
น่าคิดนะครับ เรามีค่าจริงๆ เท่าไหร่?
ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับใครด้วย
ในทีมหรือองค์กรเราคงมีค่าระดับหนึ่ง
แต่กับในครอบครัวเราอาจจะมีค่ามากทีเดียว
ขึ้นกับว่าเรามองบทบาทไหน และให้ค่าบทบาทนั้นให้เหมาะสมแล้วกันนะครับ
คิดไม่ออกอาจเอาสถิติมาจับดูก็ได้ครับ
หรือคิดง่ายๆ หากในบทบาทนั้นขาดเรา ผลกระทบจะมีมากไหม? หากมีมาก ที่นั่นแหสะครับที่เรามีค่าและสำคัญ
ลองประเมินดูนะครับ
ส่วนผสมในหนังเรื่องนี้ลงตัว สถิติทำให้เห็นค่าตัวจริงของผู้เล่น ความเป็นหนังกีฬาทำให้ลุ้นสนุก เนื้อหาความเป็นครอบครัวเข้ามามีบทบาทอย่างพอเหมาะ
เป็นหนังที่ดูสนุกมากเรื่องหนึ่งเลย
ลองไปชมกันนะครับ
มีความสุขทุกคนครับ
ไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดไหน ใครๆ ก็อยากรู้สึก เป็นคนมีคุณค่า
เมื่อใดที่ความรู้สึกจาง ก็ควรถอยห่าง ไม่ยึดติด พันธนาการ
แต่น่าแปลกใจจริงว่า ในรัฐสภา แม้ไร้ค่า ยังเกาะเก้าอี้แน่นเลย
แบบอ่านแล้ว แว้บๆ เรื่องนี้ตามสถานการณ์บ้านเมืองพอดีค่ะ :)