ข่าว
เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๕ เวลา ๑๑.๐๓ น. คุณปุณฑวิชญ์ ฉัตรมงคลชาติอีเมลล์มาแจ้ง อ.แหวว และมวลมิตรหลายท่านโดยอีเมลล์ใช้หัวข้อว่า “การเปลี่ยนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของบริษัทฯ จาก ๑๐ หลักเป็น ๑๓ หลัก” และมีใจความว่า “การเปลี่ยนเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรจากเดิม ๑๐ หลัก เป็น ๑๓ หลัก ตามหนังสือประชาสัมพันธ์ของกรมสรรพากร ซึ่งมีผลบังคับนับตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ นั้น บริษัทต่างๆ อยู่ในฐานะที่ต้องดำเนินการตามหนังสือดังกล่าว เนื่องจากเป็นนิติบุคคลไทยที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้เลข ๑๓ หลักตามเลขทะเบียนนิติบุคคลที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแทนเลขเดิม อนึ่ง กรมสรรพากรผ่อนปรนให้สามารถใช้เลขผู้เสียภาษีเดิมได้ สำหรับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ใบกำกับภาษี ใบรับและใบส่งของที่จัดพิมพ์ไว้แล้ว จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ จึงเรียนมาเพื่อทราบครับ”
นอกจากนั้น ยังมีเอกสารแนบอีเมลล์มาอีก ๒ ฉบับ กล่าวคือ ฉบับแรกว่าด้วย “การใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ๑๓ หลัก” แต่ไม่ระบุว่า ผู้ออกเอกสารเป็นใคร และฉบับที่สองเป็นข่าวจากกรมสรรพากร เลขที่ข่าว ปชส. ๑๕/๒๕๕๕ ลงวันที่แถลงข่าว ๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕ เรื่อง ดีเดย์ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เริ่มใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ๑๓ หลัก
------------------------
ข้อสังเกตของ อ.แหวว
------------------------
๑.การกำหนดหน้าที่ของนิติบุคคลหรือองค์กรที่สถานะเสมือนนิติบุคคลที่มีเงินได้ในประเทศไทยที่จะต้องยอมรับเลขประจำตัวบุคคลเพื่อการเสียภาษีตามกฎหมายสรรพากรไทย
เราคงต้องตระหนักว่า กรมสรรพากรไทยกำหนดให้นิติบุคคลหรือองค์กรที่มีสถานะเสมือนนิติบุคคลที่มีเงินได้ในประเทศไทยในลักษณะที่มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายสรรพากรไทยจะต้องยอมรับเลขประจำตัวบุคคลที่กำหนดโดยรัฐไทยแม้ก่อนวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ แต่ในช่วงเวลาก่อนนี้ กรมสรรพากรจะเป็นผู้กำหนดเอง โดยให้มีจำนวน ๑๐ หลัก
แต่ในช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๕ เป็นต้นไป นิติบุคคลหรือองค์กรที่มีสถานะเสมือนนิติบุคคลจะต้องใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ๑๓ หลักแทนเลขประจำตัว ๑๐ หลักเดิมในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี การชำระภาษี การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย การติดต่อราชการกับกรมสรรพากร รวมทั้งการจัดทำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การจัดทำใบกำกับภาษี การจัดทำใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
๒.องค์กรใดมีหน้าที่กำหนดเลขประจำตัวบุคคล ๑๓ หลักให้แก่นิติบุคคลหรือองค์กรที่มีสถานะเสมือนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีตามประมวลกฎหมายรัษฎากรไทย ?
สำหรับนิติบุคคลตามกฎหมายไทยและนิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศที่ต้องจดทะเบียนหรือขออนุญาตกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคล ๑๓ หลัก ที่กำหนดโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
ส่วนคณะบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญมิใช่นิติบุคคล บุคคลต่างด้าว กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง กิจการร่วมค้า มูลนิธิ สมาคม ผู้จ่ายเงินได้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ๑๓ หลัก ที่กำหนดโดยกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
๓.องค์กรใดมีหน้าที่กำหนดเลขประจำตัวบุคคล ๑๓ หลักให้แก่บุคคลธรรมดาที่มีหน้าที่เสียภาษีตามประมวลกฎหมายรัษฎากรไทย ?
ข่าวจากกรมสรรพากรข้างต้นชี้ว่า
ผู้เสียภาษีประเภทบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก
ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยออกให้ เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
อนึ่ง การกำหนดเลขประจำตัวประชาชน ๑๓
หลักดังกล่าวนี้ของกรมการปกครองเป็นไปตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรของรัฐไทย
ซึ่งในปัจจุบัน ก็คือ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขและเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑
บุคคลธรรมดาที่จะมีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓
หลักตามกฎหมายนี้ก็คือบุคคลที่ได้รับการบันทึกรายการสถานะบุคคลในทะเบียนบ้านและทะเบียนประวัติตามกฎหมายดังกล่าว
ดังนั้น บุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีการลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติ แต่มีเงินได้ในประเทศไทยอันทำให้มีหน้าที่ยื่นเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายรัษฎากรไทย บุคคลดังกล่าวก็มีหน้าที่ต้องไปร้องขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ๑๓ หลักต่อกรมสรรพากร เพราะข่าวนี้ได้ระบุว่า “ ผู้เสียภาษีที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ ตามข้อ ๑[1] และข้อ ๒[2] ให้ใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ๑๓ หลัก ที่กรมสรรพากรออกให้”
๔.เหตุผลของเรื่อง
เอกสารฉบับแรกว่าด้วย “การใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ๑๓ หลัก” กล่าวถึงความเป็นมาของเรื่องว่า กรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมมือกันในการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจ (e-Starting Business) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการเริ่มต้นธุรกิจของประเทศ มีการประสานความร่วมมือระหว่างกันเพื่อให้เป็น Single Form , Single Point และ Single Number โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะใช้เลข ๑๓ หลัก เลขเดียวกันทั้ง ๓ หน่วยงาน ช่วยให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจและผู้เสียภาษี ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนในการประกอบการ และการติดต่อราชการได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่ข่าวกรมสรรพากรก็อธิบายว่า “การใช้เลขประจำตัว ๑๓ หลักดังกล่าว เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลการเริ่มต้นธุรกิจระหว่างหน่วยงานกรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานประกันสังคม เพื่อการใช้ ฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นการลดขั้นตอนในการติดต่อขอเลขประจำตัวในการประกอบธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจได้รับความสะดวกรวดเร็วขึ้น”
------------------------
หมายเหตุของ อ.แหวว
------------------------
การเชื่อมฐานข้อมูลการประกอบธุรกิจระหว่างกรมการปกครอง กรมสรรพากร และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อกำหนดเลขประจำตัวบุคคล ๑๓ หลักนี้ ย่อมจะทำให้รัฐไทยมีข้อมูลที่สมบูรณ์เกี่ยวกับบุคคลที่มีเงินได้ในประเทศไทย ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ทั้งที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยและบุคคลต่างด้าว ความมั่นคงทางเศรษฐกิจระดับหนึ่งก็น่าจะเกิดขึ้นจากปฏิบัติการนิ้
[1] ผู้เสียภาษีประเภทบุคคลธรรมดา ให้ใช้เลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ที่กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยออกให้ เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
[2] ผู้เสียภาษีประเภทนิติบุคคลไทย หรือนิติบุคคลต่างประเทศ ที่ต้องจดทะเบียน หรือขออนุญาตกับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ให้ใช้เลขทะเบียนนิติบุคคลที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกให้ เป็นเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร