โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ : One Tambon One Product เป็น โครงการผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น : Outlet To On-Shelf Peer working วิสาหกิจขนาดกลางหรือวิสาหกิจขนาดย่อม : SMEs วิสาหกิจชุมชน : SMCE วิสาหกิจรายย่อย : MEs

จาก OTOP,  SMEs , SMCE ถึง MEs

1.)  “โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือ One Tambon One Product เป็น “โครงการผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น” หรือ Outlet To On-Shelf Peer working

“โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” เกิดจากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย คณะกรรมการอำนวยการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ แห่งชาติ พ.ศ. 2544 ประกาศ ณ วันที่ 7 กันยายน 2544 สมัยพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เรียกสั้นๆว่า โอทอป (OTOP) เป็นโครงการที่รัฐบาลส่งเสริมให้ชาวบ้านในแต่ละตำบลสร้างอาชีพในการผลิตสินค้า เพื่อออกจำหน่าย โดยสร้างสินค้าที่เป็นสินค้าประจำตำบลนั้นๆ จากแรงบันดาลใจมากจากโครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OVOP) ที่ประสบความสำเร็จของญี่ปุ่น หลังจากรัฐประหาร พ.ศ. 2549 โครงการโอทอปได้ถูกยกเลิกไป ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูอีกครั้งแต่เปลี่ยนชื่อใหม่ (วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี[Online]. Available URL :  http://th.wikipedia.org/wiki/)

โดยกรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการโครงการคัดสรรสุดยอดหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ในปี พ.ศ. 2553 (OTOP Product Champion : OPC)

นโยบายรัฐบาลยังคงใช้ชื่อ “โอทอป” (OTOP) แต่ปรับเปลี่ยนคำเดิม จาก “หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือ One Tambon One Product เป็น “ผลิตภัณฑ์ชุมชนและท้องถิ่น” หรือ Outlet To On-Shelf Peer working  โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ โอทอปที่ผลิตโดยชุมชน เรียกว่า “ผลิตภัณฑ์ชุมชน” ซึ่งไม่จำเป็นว่า หนึ่งตำบลจะต้องมีหนึ่งผลิตภัณฑ์ อาจเป็นหลายชุมชนเป็นเครือข่าย และไม่จำเป็นต้องอยู่ในจังหวัดหรือภาคเดียวกัน  ส่วนที่ 2  คือผลิตภัณฑ์มาจากผู้ประกอบรายเดียว เช่น ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท เรียกว่า “ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น” โดยมุ่งเน้นเป้าหมายเดียวกัน คือ การสร้างรายได้ และกำไรให้กับชุมชนของตนเอง ส่วนการพัฒนาสินค้าชุมชน จะเน้นการเปลี่ยนแนวคิดของชาวบ้าน โดยให้นำศักยภาพทางการตลาดมาเป็นตัวนำในการผลิตสินค้า เพื่อเป้าหมายด้านรายได้และกำไร ตามระบบตลาด  มาเป็นตัวนำในการผลิตสินค้า โดยมองว่า ที่ผ่านมาจะเป็นการดำเนินธุรกิจ โดยไม่มีการวางแผนถึงแนวทางการทำการตลาด ทำให้ผลิตภัณฑ์ต้องล้มหายตายจากไป ไม่สามารถอยู่อย่างยั่งยืนได้

(กัลยาณี สูงสมบัติ, 2554. [Online]. Available URL :   http://uhost.rmutp.ac.th/kanlayanee.so/L6/6-2-3.html)

 

2.) “วิสาหกิจขนาดกลางหรือวิสาหกิจขนาดย่อม : SMEs”

“วิสาหกิจ” (Enterprise) ตามพจนานุกรมหมายความว่า การประกอบการที่ยาก สลับซับซ้อนหรือเสี่ยงต่อการขาดทุน ล้มละลาย (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน) แต่ตามพจนานุกรมฉบับเฉลิมพระเกียรติให้ความหมายว่า “การประกอบกิจการเพื่อหารายได้” (วิชา มหาคุณ, 2548)

“วิสาหกิจ” หมายความว่า กิจการผลิตสินค้า กิจการให้บริการ กิจการค้าส่ง กิจการค้าปลีก หรือกิจการอื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา (มาตรา 3 พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543)

“วิสาหกิจขนาดกลางหรือวิสาหกิจขนาดย่อม” (Small and Medium Enterprises หรือ SMEs) ได้แก่ วิสาหกิจที่มีจำนวนการจ้างงานมูลค่าสินทรัพย์ถาวร หรือทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วตามจำนวนที่กำหนดในกฎกระทรวง (มาตรา 4 พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543)

สรุปวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หมายถึง กิจการด้วยจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ถาวร ดังนี้

 

ลักษณะวิสาหกิจ

จำนวนการจ้างงาน

 (คน)

จำนวนสินทรัพย์ถาวร

(ล้านบาท)

ขนาดย่อม

ขนาดกลาง

ขนาดย่อม

ขนาดกลาง

กิจการผลิตสินค้า

ไม่เกิน 50

51-200

ไม่เกิน 50

51-200

กิจการค้าส่ง

กิจการค้าปลีก

ไม่เกิน 25

ไม่เกิน 15

26-50

16-30

ไม่เกิน 50

ไม่เกิน 30

51-100

31-600

กิจการให้บริการ

ไม่เกิน 50

51-200

ไม่เกิน 50

51-200

 

ที่มา : กฎกระทรวง กำหนดจำนวนการจ้างงานและมูลค่าสินทรัพย์ถาวรของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2545 และ มาตรา 4 พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543

([Online]. Available URL : http://www.rd.go.th/publish/38056.0.html)

การเติบโตของธุรกิจ SMEs นับเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน สำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) จึงร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จัดทำโครงการภายใต้กรอบความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่มุ่งเน้น 2 แนวทาง คือ การยกระดับทักษะความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ (skills enhancing) และการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของSMEs (competitiveness improvement) เพื่อเพิ่มทักษะและคุณภาพด้านบริหารจัดการ เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ SMEs ในระดับอุตสาหกรรมและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังให้ความสำคัญสนับสนุนด้านการเงิน การตลาด การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มความรวดเร็วเพิ่มผลิตภาพ ของอุตสาหกรรมเพื่อเกิดความร่วมมือระหว่างกัน ขยายการพัฒนาอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ SMEs ให้กระจายในภูมิภาคอันเป็นกลไก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมในระดับภูมิภาค ([Online]. Available URL : http://th.wikipedia.org/wiki/SMEs_Project)

3.) “วิสาหกิจชุมชน : SMCE”

“วิสาหกิจชุมชน” (Small and Micro Community Enterprise – SMCE) หมายถึง กิจการชุมชนเกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่น ๆ ที่ดำเนินการโดยคณะบุคคลที่มีความผูกพัน มีวิถีชีวิตร่วมกัน และรวมตัวกันประกอบกิจการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นนิติบุคคลในรูปแบบใด หรือไม่เป็นนิติบุคคล เพื่อสร้างรายได้และเพื่อการพึ่งพาตนเองของครอบครัว ชุมชน และระหว่างชุมชน (มาตรา 3 พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548)

 

สรุปคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของวิสาหกิจชุมชน (ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน วันที่ 15 สิงหาคม 2548)

1. เป็นกิจการที่เกี่ยวกับการผลิตสินค้า การให้บริการ หรือการอื่นๆ  ที่ทำให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชน

2. เป็นกิจการที่ดำเนินการหรือประสงค์จะดำเนินการร่วมกันในชุมชน โดยคณะบุคคลที่เป็นนิติบุคคลหรือไม่เป็นนิติบุคคล และประกอบด้วยสมาชิกที่อยู่ร่วมกันในชุมชน ไม่น้อยกว่า 7 คน โดยบุคคลดังกล่าวต้องไม่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน

3. เป็นกิจการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างรายได้เพื่อการพึ่งพาตนเองและเพื่อประโยชน์สุขของคนในชุมชน

4. เป็นกิจการที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

(ข่าวเศรษฐกิจ RYT9, 28 สิงหาคม 2549.[Online]. Available URL : http://www.ryt9.com/s/ryt9/64580)

 

4.) “วิสาหกิจรายย่อย : MEs”

 “วิสาหกิจรายย่อย” (Micro Enterprises : MEs) หมายถึง วิสาหกิจที่มีการจ้างงานไม่เกิน 5 คน และไม่จดทะเบียนพาณิชย์

(นิยามวิสาหกิจรายย่อยของประเทศไทย ยังมิได้มีการให้คำจำกัดความอย่างเป็นทางการดังเช่นนิยามของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หากพิจารณาจากนิยามของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พบว่า วิสาหกิจรายย่อย (Micro Enterprises) เป็นส่วนหนึ่งของวิสาหกิจขนาดย่อม (Small Enterprises : S) ทั้งนี้ วิสาหกิจขนาดย่อมที่ไม่รวมวิสาหกิจรายย่อย เรียกว่าวิสาหกิจขนาดเล็ก)(สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.), รายงานสถานการณ์วิสาหกิจรายย่อย ปี 2552, 2553)