ความตื่นตาตื่นใจสำหรับน้อง ๆ ที่หาโอกาสพบเจอได้ยากกว่าเด็กในเมือง แต่ก็มีคุณค่าพอที่จะเอาความรู้ที่ไปไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่

เล่าต่อจากบันทึก "นั่งรถไกล ไกลจนไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถึง..." เมื่อเดินทางถึงพืชสวนโลกแล้ว ทุกคนก็ตื่นเต้น รวมทั้งผู้เขียนบันทึกด้วย พาทุกคนไปที่ทางเข้า แล้วฉันก็ไปติดต่อประสานงานที่ช่องซื้อตั๋ว โชคดีที่ติดต่อมาก่อน เขาให้ทำหนังสือมาจึงจะได้ส่วนลด คิดราคาเป็นคณะ เด็ก 30 บาทต่อคน ผู้ใหญ่ 70 บาทต่อคน ส่วนน้อง ๆ และครู ก็พากันถ่ายรูปกับตุ๊กตาตัวใหญ่ที่สุดเท่าที่น้อง ๆ จะเคยเห็น หลังจากตื่นตาตื่นใจกับตุ๊กตาตัวใหญ่ที่ตั้งตระหง่านก่อนทางเข้าแล้ว พวกเราก็พากันเดินเข้าไปชื่นชมภายในพืชสวนโลก แต่งานนี้น้อง ๆ มาพร้อมกับการบ้านจากครู ให้มีการจดบันทึกสิ่งที่เห็นและสนใจเป็นพิเศษ เพื่อกลับไปเขียนรายงานและเล่าให้เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาด้วย (งานนี้นึกถึงสมัยตัวเองเรียนเลยค่ะ...ไม่ว่าจะไปไหน ต้องมีการบันทึกทุกครั้ง แต่ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่าสนใจอะไร เห็นอะไรจดไปก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง แอบสังเกตเห็นน้อง ๆ ทำเหมือนฉันสมัยนั้นเลย 55)

สิ่งหนึ่งที่ประทับใจ คือ น้อง ๆ เข้ามาถามว่า "พี่ครับ แปลงเกษตรที่โรงเรียน เราจะกลับไปทำแบบที่เห็นได้ไหม?  เพราะพวกเราก็ปลูกผักนะ ปลูกเยอะด้วย แต่แปลงเกษตรที่นี่ถูกออกแบบได้สวยมากเลยครับ" 

ทั้งพี่ทั้งครูรู้สึกภูมิใจมากเลย ไม่เสียเที่ยวจริง ๆ ที่พามาเที่ยวชมงานนี้ เพราะครูเคยลองทำไม่รู้กี่ครั้ง ชวนลูกศิษย์ทำยังไงก็ไม่เคยประสบความสำเร็จ แต่พอมาเห็นเองแล้ว เกิดความสนใจเอง...นี่แหละหนาที่เขาเรียกว่า ความรู้นอกห้องเรียน

งานนี้กลับไปต้องรีบตีเหล็กเสียแล้วเพราะเหล็กร้อนแล้ว

   
ถ่ายคู่กับตุ๊กตาหน้างาน


ถ่ายรูปหน้าพระบรมรูปของในหลวง ในสวนดาษดา


เริ่มจดบันทึกแล้ว


นี่ก็จด ๆ ๆ


สวนนี้สุดยอดเลย  จะกลับไปทำได้ไหมน้าาาา


สวนนี้แหละ น้อง ๆ สนใจจะกลับไปทำ ไม่ลองไม่รู้ ลองทำก่อนละกันน้อ ถือว่าเป็นบทเรียนนะค่ะน้อง ๆ