หลายท่าน อาจจะเคยเห็นภาพถ่าย หลายท่านอาจเคยได้ไปพบเห็นแล้ว หน้าเมืองกระบี่ในปัจจบัน เปลี่ยนแปลงไป สิ่งที่ต้องการสื่อสารถึงผู้คนที่ผ่านไปมา ก็คือ ที่นั่นมีปูดำ ที่นั่นมีป่าชายเลน ที่นั่นมีความอุดมสมบูรณ์(ปูตัวใหญ่ กินกันได้หลายคนก็ไม่หมด) และ ที่ชาวไทยเราคุ้นเคยกันดี คือ นิทานคุณธรรมพื้นบ้านเรื่อง "แม่ปูกับลูกปู" เป็นการสอนจริยธรรมว่า "ถ้าผู้ใหญ่(แม่ปู)ที่มีอำนาจและบทบาทในสังคมทำตัวอย่างที่ดี ๆ ให้คนในสังคมได้เห็น ได้รับรู้ ผู้คน(ลูกปู)ก็จะทำตามอย่างนั้น สื่อสารถึงความพอเพียง ถ้าเรารู้จักเลือกใช้ เท่าที่จำเป็นป่าชายเลนก็จะคงอยู่ให้ปูดำมาอาศัย จากนั้นถ้าเราเลือกกินแต่ปูตัวใหญ่ ๆ มันก็จะมีให้กินตลอดไป
ท่านทั้งหลาย คนกระบี่ กำลังสื่อสารกับท่านว่า ถึงเวลาที่เราจะต้องทำตัวอย่างที่ดีๆ ให้ปรากฏแก่ลูกหลานเพื่อให้สังคมเรามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ถูกต้อง พร้อมที่จะยืนอยู่ในตำแหน่งที่องอาจ(ผู้นำ)ท่ามกลางกลุ่มประเทศอาเซี่ยนอื่น ๆ โดยไม่เก้อเขิน (นี่คือ ความหมายของลานปูดำ)
ตรงข้ามกับปฏิมากรรมปูดำ คือ นกออก ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นของป่าชายเลน ตัวโตกว่านกอินทรี เรากำลังสื่อสารว่า ถ้าเราจะก้าวข้ามวิกฤตการณ์บ้านเมืองแล้ว สายตาของผู้นำต้องยาวไกลและชัดเจน เช่นเดียวกับสายตาของนกออก รับรู้สภาพการณ์ต่าง ๆ อย่างรู้เท่าทัน ไม่หลงระเริงในอำนาจพร้อมที่จะปกป้องผองภัยให้แก่ลูก ๆ (ผู้ที่อยู่ในปกครอง) นี่คือสิ่งที่เรากำลังสื่อสารถึงท่านทุกคน
โลกของเราเปลี่ยนแปลงไปมากเลยครับ สัตว์ต่างๆที่ผมเคยพบเห็นจนชินตาตอนเด็กๆก็หายไปหมด รุ่นลูกหลานเราไม่รู้จะได้พบเห็นกันอีกรึเปล่า
นกออกไม่เห็นตั้งหลายสิบปีแล้ว เมื่อก่อน(ปี 2513) ปูดำบ้านเรา กิโล 4 บาท มีนอกออกให้เห็น พอปูดำกิโลหลักร้อย นกออกก็หายไป........