เรือนจำความมั่นคงสูงสุด (Supermax Prison)


เรือนจำความมั่นคงสูงสุด (Supermax Prison)

 

นัทธี  จิตสว่าง

การจัดประเภทเรือนจำตามระดับความมั่นคงมีมานานแล้ว โดยสามารถแยกเรือนจำออกตามระดับความมั่นคงได้ 3 ระดับ คือ เรือนจำที่มีความมั่นคงต่ำ (Minimum Security Prison) เรือนจำที่มีความมั่นคงปานกลาง (Medium Security Prison) และเรือนจำที่มีระดับความมั่นคงสูง (Maximum Security Prison) โดยเรือนจำที่มีระดับความมั่นคงสูงจัดว่าเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงแข็งแรงทั้งทางอาคารสถานที่และระบบการควบคุม โดยเป็นเรือนจำที่ใช้คุมขังผู้ต้องขังรายสำคัญๆ กล่าวได้ว่าเรือนจำมั่นคงสูงเป็นเรือนจำที่มีระดับความมั่นคงสูงสุดแล้ว อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวงการราชทัณฑ์ในหลายประเทศ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในลักษณะทางประชากรของผู้ต้องขังที่มีลักษณะร้ายและทำงานเป็นเครือข่ายมีอิทธิพลมากขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องขังที่มีมากขึ้น ทำให้หลายประเทศประสบกับปัญหาในการควบคุมผู้ต้องขังดังกล่าวโดยพบว่ากำแพงเรือนจำและวิธีการควบคุมแบบเดิมไม่สามารถใช้ในการควบคุมผู้ต้องขังดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว และหันไปรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยการสร้างเรือนจำอีกประเภทหนึ่งที่มีระดับความมั่นคงสูงกว่าเรือนจำมั่นคงสูง คือ เรือนจำมั่นคงสูงสุด (Supermaximum Security Prison) เรียกสั้นๆ ว่า 'Supermax Prison'

 

ความเป็นมาของเรือนจำมั่นคงสูงสุด

เรือนจำมั่นคงสูงสุดมีพัฒนาการมาจากแดนมั่นคงสูงสุดก่อน (SHU) หรือ Housing Unit คือ เป็นแดนพิเศษในเรือนจำที่จัดตั้งขึ้นเพื่อควบคุมผู้ต้องขังที่มีลักษณะร้ายหรือเป็นผู้ต้องขังรายสำคัญในลักษณะของการขังเดี่ยวที่มีระบบการควบคุมอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตามด้วยเหตุที่ผู้ต้องขังกลุ่มที่มีลักษณะดังกล่าวได้เพิ่มมากขึ้นประกอบกับการจัดทำเฉพาะแดนมั่นคงสูงสุดนั้นไม่ได้ผลเต็มที่ เนื่องจากแดนอื่นๆ ยังคงปฏิบัติไม่เข้มงวด จึงทำให้ต้องพัฒนาเพิ่มพื้นที่ควบคุมพิเศษเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูงสุดทั้งเรือนจำ ทั้งนี้ เป็นการกลับไปใช้แนวคิดของเรือนจำแบบเก่าที่ใช้วิธีการขังเดี่ยวแต่ได้มีการพัฒนารูปแบบใหม่และวิธีการควบคุมใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมโดยเฉพาะเรื่องของเทคโนโลยี

 

เรือนจำมั่นคงสูงสุดในรูปแบบและความหมายใหม่ได้พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกในออสเตรเลียโดยได้มีการสร้างเรือนจำคาทัวริน่า ในเมืองเฟริท ในปี  1992 ในขณะที่ในสหรัฐได้มีการเปิดใช้เรือนจำมั่นคงสูงสุดในความหมายใหม่ในปี 1994 คือเรือนจำของรัฐบาลกลางที่เมืองฟลอเรนซ์ รัฐไคโลราโด โดยสร้างขึ้นด้วยงบประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ สามารถจุนักโทษได้ 484 คน ต่อมาในปี 2004 มีรัฐต่างๆ ในสหรัฐจัดสร้างเรือนจำความมั่นสูงสุดถึง 44 รัฐ และในปัจจุบันก็เพิ่มมากขึ้นเป็นเกือบ 50 รัฐ (Sharon Shalev 2009) ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ก็มีการสร้างเรือนจำมั่นคงสูงสุดตามแบบสหรัฐเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งประเทศสิงคโปร์ ในกลุ่มเรือนชางฮี คือ เรือนจำ A หรือแม้แต่ในมาเลเซียที่มีการดัดแปลงเรือนจำมั่นคงสูงสุดตามแบบฉบับของชาวเอเชียและประเทศที่มีภูมิอากาศร้อน โดยปัจจุบันมาเลเซียลงทุนสร้าง 1,500  ล้านบาท ทั้งนี้เรือนจำมั่นคงสูงสุดไม่เป็นที่นิยมของประเทศที่ไม่มีปัญหาอาชญากรรมรุนแรงเช่นกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ที่เน้นการสร้างเรือนจำสวยหรู และมีมาตรฐานที่เน้นด้านการอบรมแก้ไขเป็นหลัก

 

อย่างไรก็ตามมีเรือนจำสูงสุดบางแห่งถูกปิดลง เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เนื่องจากมีปัญหาด้านการถูกร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เพราะมีการออกแบบที่เข้มงวดเกินไป เช่น การปิดแดนคาทินกัล ในเรือนจำลองเบย์ ของออสเตรเลีย ในปี 2006  เนื่องจากผู้ต้องขังจะถูกควบคุมตัวในห้องขังที่ไม่มีหน้าต่างและมีการใช้ประตูและกล้องอิเล็คทรอนิก ควบคุมตลอดเวลา2   นอกจากนี้ยังมีเรือนจำมั่นคงสูงสุดในบางรัฐของสหรัฐที่ถูกต่อต้านจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ทำให้ต้องปรับรูปแบบและผ่อนปรนการควบคุมลงมา ไม่ให้มีความเข้มงวดจนกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขัง

 

สิ่งที่เรียกว่าเรือนจำมั่นคงสูงสุด

คำว่าเรือนจำมั่นคงสูงสุด หรือ Supermax Prison เป็นคำที่มีความหมายกว้างขวาง ไม่อาจระบุไปได้แน่ชัดเนื่องจากเป็นระดับของความคิดเห็นว่าสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับการเรียกขานของผู้ใช้เรือนจำ3  เพราะคำว่ามั่นคงสูงสุดของที่หนึ่งหรือประเทศหนึ่งอาจไม่เท่ากับความมั่นคงของอีกที่หนึ่งหรือประเทศหนึ่ง เช่น เรือนจำมั่นคงปานกลางของต่างประเทศก็มีความมั่นคงกว่าเรือนจำที่เรียกว่าเรือนจำมั่นคงสูงสุดในประเทศไทยแล้ว ดังนั้นการพิจารณาว่าเรือนจำใดจะเป็นเรือนจำมั่นคงสูงสุดจึงขึ้นอยู่กับการกำหนดของแต่ละประเทศเอง อย่างไรก็ตามในความเข้าใจของวงการราชทัณฑ์ถึงคำว่าเรือนจำมั่นคงสูงสุด จะหมายถึงเรือนจำที่มีลักษณะสำคัญ ดังนี้

                   1. มีการออกแบบเรือนจำให้แยกขังเดี่ยว ผู้ต้องขังแต่ละรายอยู่ในโซนต่างๆ หรือแดนย่อย ซึ่งผู้ต้องขังไม่อาจติดต่อหรือพบปะกับผู้ต้องขังคนอื่นๆ ได้เป็นปกติ

                   2.  มีการออกแบบให้ใช้เทคโนโลยีช่วยในการควบคุมเพื่อตัดการสัมพันธ์และการกระทบของผู้ต้องขังกับเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ต้องเข้าไปคลุกคลีกับผู้ต้องขัง แต่ควบคุมผ่านวงจรปิด ประตูไฟฟ้า ไมโครโฟน

                   3.  มีพื้นที่กันชนรอบๆ เรือนจำที่กว้างขวางพอที่จะไม่ให้มีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกำแพงเรือนจำหรือขว้างปาสิ่งของเข้าไปในเรือนจำ

                   4.  มีระบบการควบคุมที่เข้มงวด โดยเน้นการควบคุมประการเดียวโดยมีกิจกรรมอย่างอื่นเพียงเล็กน้อย

                   5.  มีบุคลากรที่ได้รับการคัดสรรเป็นพิเศษมีปริมาณที่เพียงพอ

                   6.  มีเทคโนโลยีป้องกันการหลบหนีของผู้ต้องขังด้วยรั้วอิเล็คทรอนิก และเครื่องมือตัดสัญญาณโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ

                   อย่างไรก็ตาม มีเรือนจำอยู่เป็นมากที่เรียกตัวเองว่าเป็นเรือนจำมั่นคงสูงสุดแต่ขาดคุณลักษณะตามนี้ในบางข้อแตกต่างกันหลากหลายกันไป

โดยทั่วไปเมื่อเดินเข้าไปในเรือนจำมั่นคงสูงสุด จะเห็นความแตกต่างจากเรือนจำของไทยโดยทั่วไปที่เมื่อเดินเข้าไปในเรือนจำจะเห็นผู้ต้องขังเต็มไปหมด แต่เมื่อเข้าไปในเรือนจำมั่นคงสูงสุดจะมองไม่เห็นผู้ต้องขัง จะเห็นแต่อาคารและรั้วตาข่ายเท่านั้น ผู้ต้องขังจะถูกควบคุมจำกัดให้อยู่ในตัวอาคารและเขตสนามเล็กๆ ในแต่ละแดนย่อยๆ กิจกรรมภารกิจหลักของเรือนจำมั่นคงสูงสุดคือการควบคุม ดั้งนั้น ในเรือนจำสูงสุดไม่มีการฝึกวิชาชีพหรือการทำงานผู้ต้องขังในโรงงาน ทำให้ไม่มีสถานที่ที่จะซุกซ่อนสิ่งของต้องห้ามและไม่มีรถยนต์บรรทุกวัตถุดิบไปฝึกวิชาชีพและขนผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกมา ในขณะที่เรือนจำและเจ้าหน้าที่ก็จะไม่มีภารกิจด้านนี้ ซึ่งทำให้สามารถดึงอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติภารกิจด้านอื่นๆ ในส่วนของผู้ต้องขังก็จะไม่มีโอกาสมาพบปะกันตามโรงงานต่างๆ

 

นอกเหนือจากภารกิจด้านฝึกวิชาชีพที่จะไม่จัดให้มีขึ้นในเรือนจำมั่นคงสูงสุด ภารกิจด้านอื่นๆ ที่เคยมีอยู่ในเรือนจำทั่วไปก็ลดน้อยลงไม่ว่าจะเป็นการจัดการศึกษา การอบรมด้านต่างๆ หรือกิจกรรมที่ทำให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสรวมตัวกันหรือพบปะกันระหว่างแดน โดยกิจกรรมของผู้ต้องขังส่วนใหญ่จะเป็นการอ่าน เขียนหนังสือในห้อง หรือออกกำลังกายเล็กๆ  กับโต๊ะปิงปอง หมากรุก หมากฮอส และวิ่งเล่นภายในสนามแดนย่อย เป็นการทำกิจกรรมในแต่ละวันแต่ละสัปดาห์เบ็ดเสร็จในแดนย่อยโดยไม่มีโอกาสได้ออกมานอกแดน แม้แต่การพบแพทย์หรือพยาบาลก็จะพบภายในอาคารรวมติดกับแดนย่อยโดยไม่มีโอกาสพบปะกับผู้ต้องขังแดนอื่น แต่ในบางประเทศเรือนจำมั่นคงสูงสุดจะใช้ระบบขังเดี่ยวอย่างสิ้นเชิงโดยผู้ต้องชังจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จำเป็นภายในห้องครบ เพราะจะต้องถูกควบคุมอยู่ในห้องตลอด 23 – 24 ชั่วโมง ในบางโอกาสอาจออกมารับแสงแดดในแดนย่อยข้างๆ ที่มีอยู่เล็กน้อยสำหรับคนๆ เดียวเท่านั้น

 

ในส่วนของการเยี่ยมญาติ การออกแบบอาคารจะทำให้ญาติต้องเดินผ่านบล๊อกประตูเข้าไปเยี่ยมนักโทษในเรือนจำแทนที่จะนำผู้ต้องขังจากแดนต่างๆ ออกมาเจอกันในสถานที่เยี่ยมญาติใกล้ประตูเรือนจำดังเช่นการออกแบบเรือนจำในปัจจุบัน ผู้ต้องขังที่ออกมาเยี่ยมญาติหรือทนายในเรือนจำมั่นคงสูงสุด จะไม่มีโอกาสได้พบกับผู้ต้องขังแดนอื่นๆ

 

สาระสำคัญของเรือนจำมั่นคงสูงสุด 3 ประการ

เรือนจำมั่นคงสูงสุดจะแยกผู้ต้องขังออกเป็นบล็อกหรือตึกหรือแดนย่อย เช่น บางเรือนจำมี  8 แดน แต่ละแดนจะแยกตึกออกเป็น 3 ปีก แต่ละปีกจะมีห้องนอน ห้องอาบน้ำ สุขา ห้องอาหารและสันทนาการ รวมตลอดถึงลานออกกำลังกายกลางแจ้งเหมือนๆ กัน 8 ตึกจะเหมือนกันยกเว้นที่ทำการควบคุมของเจ้าหน้าที่และสถานพยาบาล ปรากฏตามภาพที่ 1

 

 

ผู้ต้องขังจะถูกคุมขังอยู่ภายในแดนย่อยตลอดเวลา โดยจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกแดน ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็นจริงๆ ดังนั้น ในขณะที่ผู้ต้องขังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำมั่นคงสูงสุดจะไม่มีโอกาสได้พบปะกับผู้ต้องขังนอกแดนย่อยเลย

 

การออกแบบเรือนจำมั่นคงสูงสุดจะออกแบบให้มีแดนย่อยอยู่หลายๆ แดน เช่นประมาณ 8 – 10 แดน นอกจากนั้นจะมีแดนห้องเยี่ยม แดนโรงครัว และสถานพยาบาล โดยไม่มีแดนฝึกวิชาชีพ แดนการศึกษา สนามสันทนาการรวม และศูนย์ควบคุมกลางพร้อมหอคอย ในขณะที่ตึกที่ทำการจะออกมาอยู่นอกเรือนจำและนอกเขตกันชน การออกแบบเช่นนี้เท่ากับเป็นการบังคับกิจกรรมของเรือนจำมั่นคงสูงสุดให้เน้นด้านการควบคุมเป็นหลัก

 

เทคโนโลยีในเรือนจำมั่นคงสูงสุดที่สำคัญ คือ กล้องวงจรปิดที่ออกแบบติดตั้งในจุดที่ผู้ต้องขังไม่สามารถเข้าไปทำลายหรือปิดบังได้ เพราะเรือนจำมั่นคงสูงสุดจะแบ่งเรือนจำออกเป็นแดนย่อยทำให้ไม่สามารถมองเข้าไปเห็นภายในแดนย่อยได้จากด้านนอกจึงจำเป็นต้องมีกล้องวงจรปิดที่เชื่อมโยงมาควบคุมที่ส่วนกลาง โดยมีความเชื่อมโยงกับระบบประตูซึ่งต้องการประตูที่เปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้าประกอบกับการใช้กุญแจปกติ นอกจากนี้เทคโนโลยีที่ขาดไม่ได้อีกประการหนึ่งคือ เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์ ซึ่งจะสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเรือนจำมั่นคงสูงสุดจะไม่ตั้งอยู่ใกล้เขตชุมชนและมีพื้นที่กันชนกว้างพอสมควร สุดท้ายคือ มีระบบรั้วที่มีสัญญาณเตือนภัยในกรณีที่มีความพยายามในการปีนหรือทำลายรั้วเพื่อหลบหนี

 

ส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งของการออกแบบเรือนจำมั่นคงสูงสุดคือจะต้องมีพื้นที่กันชนกว้างพอสมควร กล่าวคือประมาณ 100 เมตรขึ้นไปเป็นอย่างต่ำรอบเรือนจำ ดังนั้นเรือนจำมั่นคงสูงสุดจึงอาจมีพื้นที่ล้อมรอบเรือนจำมากกว่าพื้นที่ภายในเรือนจำ พื้นที่กันชนรอบเรือนจำจะทำหน้าที่ในการป้องกันการหลบหนี การพยายามส่งโทรศัพท์หรือสิ่งของต้องห้ามต่างๆ ข้ามกำแพงเข้าไปในเรือนจำ และจะทำให้การบล็อกสัญญาณโทรศัพท์มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่รบกวนที่อยู่อาศัยภายนอก แม้แต่บ้านพักข้าราชการก็ไม่เข้าไปอยู่ในเขตกันชนดังกล่าว รวมถึงที่ทำการเรือนจำซึ่งจะไม่ตั้งอยู่ติดประตูเรือนจำแต่จะอยู่ห่างออกมาจากประตูทางเข้าเรือนจำ การเดินเข้าไปในเรือนจำจะต้องเดินผ่านอุโมงค์ทางเดินซึ่งมีช่องทางแยกกันระหว่างขาเข้ากับขาออก

 

นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกประการหนึ่งของเรือนจำมั่นคงสูงสุด คือ หอคอยสูงซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมและมองเห็นทุกจุดต่างๆ ในเรือนจำโดยผ่านกล้องวงจรปิดและกล้องส่องทางไกล รวมทั้งเป็นจุดที่ติดอาวุธส่องวิถีระยะไกลป้องกันการจู่โจมทางอากาศ

 

คำว่าเรือนจำมั่นคงสูงสุด มิได้หมายถึงเฉพาะเรือนจำที่มีสภาพความมั่นคงแข็งแรงทางกายภาพเท่านั้นแต่ยังรวมถึงความมั่นคงในระบบการควบคุมและระบบบุคลากร  อีกด้วย

 

ในระบบการควบคุม มาตรการควบคุมหลายประการจะต้องปรับให้เข้ากับระบบควบคุมภายในเรือนจำมั่นคงสูงสุด เช่น การแต่งกายของผู้ต้องขัง จะไม่มีการอนุญาตให้ผู้ต้องขังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าส่วนตัว ผู้ต้องขังจะต้องใส่เสื้อผ้าที่เรือนจำจัดให้คือชุดผู้ต้องขังเท่านั้น รวมตลอดถึงการมีของใช้ส่วนตัวที่จำกัด (โดยที่ทางเรือนจำจะไม่ห่วงว่าร้านค้าสงเคราะห์จะมีรายได้จากการขายสินค้าให้ผู้ต้องขังหรือไม่) ดังนั้น ผู้ต้องขังจะไม่มีล็อคเกอร์ส่วนตัวตามที่ต่างๆ หรือมีบ้านอยู่นอกห้องนอนแต่ทุกคนจะมีที่จำกัดในการเก็บสิ่งของส่วนตัวในห้องนอน รวมทั้งไม่อนุญาตให้มีการขึงผ้าขาวม้าหรือติดกระจก ติดชั้นวางของอื่นใดนอกจากที่ทางเรือนจำจัดให้ การเข้าตรวจค้นจึงทำได้ง่ายและยากต่อการซุกซ่อน

การติดต่อสื่อสารกับภายนอกแดนย่อยทำได้อย่างจำกัดเพราะผู้ต้องขังจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องขังและมีเวลาบางส่วนในแดนกลาง การติดต่อกับญาติหรือบุคคลภายนอกแดนทำได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการพบแพทย์หรือพยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และแม้แต่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และผู้ต้องขังจากแดนย่อยอื่น ทั้งนี้ยังการจำกัดเกี่ยวกับพัสดุไปรษณียภัณฑ์ต่างๆ ด้วย

 

ในส่วนของการลงโทษทางวินัยผู้ต้องขัง ก็จะต้องมีห้องขังเดี่ยวสำหรับผู้ต้องขังกระทำผิดวินัยซึ่งจะไม่สามารถติดต่อกับใครได้ รวมทั้งจะถูกจำกัดเสรีภาพอื่นๆ มากขึ้นกว่าเดิม และถูกลดประโยชน์ที่จะได้รับจากมาตรการการลดโทษต่างๆ ที่จะพึงมีลง

 

ด้านการย้ายแดน การย้ายเรือนจำจะทำได้ยาก ในตลอดระยะเวลาการต้องโทษจำคุกของผู้ต้องขังจะมีโอกาสพบปะกับผู้ต้องขังอื่นๆ เพียงไม่กี่คนเท่านั้น

 

ในด้านบุคลากรจะต้องมีความพร้อมทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ โดยด้านปริมาณจะต้องมีเพียงพอที่จะสามารถทำให้การดำเนินกิจกรรมของเรือนจำดำเนินไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ต้องขังโดยเฉพาะด้านการควบคุม ยกเว้นในเรื่องโรงครัวและกองกลางบางส่วนเท่านั้น นอกจากนี้ในด้านโครงสร้างการแบ่งส่วนของเรือนจำก็จะเน้นด้านการควบคุมมากกว่าด้านอื่นๆ เช่น ฝ่ายฝึกวิชาชีพ ฝ่ายการศึกษา และฝ่ายพัฒนา เพราะกิจกรรมด้านอื่นๆ ลดน้อยลง ต่างจากเรือนจำโดยทั่วไป ในด้านคุณภาพจะต้องคัดเลือกเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความรู้ความสามารถและมีทักษะที่พร้อมที่จะควบคุมผู้ต้องขังที่มีความฉลาดและมีอิทธิพล การฝึกอบรมและพัฒนาทั้งด้านความรู้และจิตสำนึกในการปฏิบัติงานจึงเป็นสิ่งจำเป็น ในขณะที่ความก้าวหน้าและการประเมินผลการปฏิบัติงานจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษควบคู่ไปกับการตรวจสอบ

 

โดยที่ระบบควบคุมของเรือนจำมั่นคงสูงสุดมีความมั่นคงในด้านอาคารสถานที่และมาตรการควบคุมตลอดจนความพร้อมด้านบุคลากร ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องพันธนาการกับผู้ต้องขัง โดยผู้ต้องขังจะถูกคุมขังอยู่ในห้องตลอดเวลาเป็นส่วนใหญ่ ดั้งนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้ตรวนเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือก่อความวุ่นวาย เท่ากับเป็นการแก้ปัญหาในเรื่องสิทธิมนุษยชนในส่วนที่เกี่ยวกับตรวนและพันธนาการต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง

 

ปัญหาที่สำคัญคือว่าจะใช้เรือนจำมั่นคงสูงสุดสำหรับผู้ต้องขังประเภทใด ในประเด็นนี้มีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เรือนจำมั่นคงสูงสุดในบางรัฐ และของบางประเทศจะใช้ควบคุมผู้ต้องขังที่มีความก้าวร้าวและทำร้ายผู้ต้องขังอื่นหรือเจ้าหน้าที่หรือเป็นพวกแก๊งค์ที่รวมกลุ่มกันจึงถูกจับแยก ในขณะที่บางประเทศใช้สำหรับควบคุมผู้ต้องขังที่มีปัญหาการหลบหนี หรือยากต่อการควบคุม ก่อการทะเลาะวิวาท ในบางประเทศใช้สำหรับควบคุมผู้ต้องขังที่มีอิทธิพลหรือนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ยังพยายามก่ออาชญากรรมอย่างต่อเนื่องแม้จะถูกจองจำในเรือนจำ

 

เรือนจำมั่นคงสูงสุดในประเทศไทย

แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเรือนจำมั่นคงสูงสุดในประเทศไทยเริ่มมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ซึ่งมีบทความเกี่ยวกับการสร้างแดนมั่นคงสูงสุดในเรือนจำ ปรากฏในจุลสาร     ทัณฑวิทยา ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2542 จากนั้นจึงได้มีการสร้างแดนมั่นคงสูงสุดในเรือนจำบางแห่งขึ้น เช่น ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง มีแดน 10 ซึ่งมีความแตกต่างจากแดนอื่นๆ ในทัณฑสถานโดยมีระดับความมั่นคงทางกายภาพ การใช้เทคโนโลยีระบบการควบคุม และบุคลากรที่คัดสรรเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามแดนความมั่นคงสูงสุดก่อให้เกิดความแตกต่างจากแดนอื่นๆ ในทัณฑสถาน ความเข้มงวดในการควบคุม สภาพพื้นที่และอัตรากำลัง ทำให้แดนมั่นคงสูงสุดไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพในเรือนจำที่รายล้อมด้วยการปฏิบัติที่ ลักหลั่นแตกต่างกันกับแดนอื่นๆ ดังนั้นถ้าจะทำให้การควบคุมมีประสิทธิภาพต้องมั่นคงสูงทั้งเรือนจำ

 

การก่อสร้างเรือนจำมั่นคงสูงสุดในประเทศไทยไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนหรือค่าก่อสร้างมากมายดังที่คาด เพราะสิ่งที่สำคัญหรือหัวใจของเรือนจำมั่นคงสูงสุดอยู่ที่การ “ออกแบบ” เรือนจำ ไม่ใช่ที่เทคโนโลยี ทำอย่างไรจึงจะสามารถออกแบบเรือนจำให้จำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ต้องขังไม่ให้มารวมกลุ่มกันและแยกการพบปะของกลุ่มผู้ต้องขังในแดนย่อยต่างๆ ได้อย่างเด็ดขาด และกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ต้องไปสัมผัสกับผู้ต้องขัง พึ่งพาผู้ต้องขัง เท่านั้น นี่คือหัวใจของเรือนจำมั่นคงสูงสุด นอกจากนี้จะต้องหาพื้นที่ที่มีความกว้างพอที่จะทำให้เรือนจำตั้งอยู่ห่างไกลจากชุมชนโดยมีเขตกันชนที่กว้างขวางพอ ในขณะที่เทคโนโลยีที่ใช้ไม่จำเป็นต้องวิจิตรพิสดาร เพราะอายุการใช้งานจะไม่นานและประสิทธิภาพยังไม่เสถียร ดังนั้นจึงควรใช้เทคโนโลยีอย่างพอเพียง ที่สำคัญคือระบบการควบคุมที่จะต้องแตกต่างจากเรือนจำทั่วไปที่กิจกรรมในเรือนจำจะเน้นการควบคุมเป็นหลัก ในขณะที่เรื่องบุคลากรก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องมีความพร้อมทั้งปริมาณและคุณภาพ เพราะเมื่อผู้ต้องขังมีสิทธิและได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนมากขึ้น สามารถใช้เป็นอาวุธร้องเรียนและต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหันไปสู่การใช้อาคารสถานที่เป็นเครื่องมือในการควบคุมแทน

 

เรือนจำมั่นคงสูงสุดในประเทศไทยต้องปรับให้เข้ากับสภาพของภูมิอากาศเมืองร้อน และวัฒนธรรมชาวเอเชีย รูปแบบที่เหมาะสมน่าจะคล้ายคลึงกับรูปแบบของเรือนจำมั่นคงสูงสุดของประเทศสิงคโปร์กับมาเลเซียที่บริษัทจากอังกฤษออกแบบให้ เป็นเรือนจำที่ได้ปรับสภาพให้เข้ากับวัฒนธรรมตะวันออก แต่มีความมั่นคงแข็งแรงและตัดการสื่อสารของผู้ต้องขังออกจากกันเป็นกลุ่ม ตัดการสัมผัสและพึ่งพาของผู้ต้องขังกับเจ้าหน้าที่เรือนจำ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมและบริหารงาเรือนจำได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยอาศัยอาคารสถานที่ เพราะถ้าหากการควบคุมผู้ต้องขังยังมีสภาพการเอาอาคารสถานที่ที่ไม่มั่นคงแข็งแรงไม่มีระบบการควบคุมอาคารที่ดี เหมือนการเอา “สุ่มไก่มาขังเสือ” จะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพและตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ต้องขังที่อาศัยเรื่องสิทธิและร้องเรียนเป็นเครื่องมือ

 

ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่าเรือนจำมั่นคงสูงสุดเป็นความจำเป็นที่จะตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการราชทัณฑ์ กล่าวคือการเปลี่ยนแปลงของลักษณะประชากรของผู้ต้องขังซึ่งมีลักษณะร้ายและเป็นเครือข่ายมากขึ้น การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เพิ่มมากขึ้นจนเจ้าหน้าที่ทำงานลำบากและความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสาร ความล่าช้าต่อการจัดตั้งเรือนจำมั่นคงสูงสุด ตลอดจนความชัดเจน ถูกต้องในรูปแบบของเรือนจำมั่นคงสูงสุดจึงเป็นสิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกเลยทีเดียว เพราะในเวลานี้แค่เรือนจำมั่นคงปานกลางของประเทศตะวันตกก็มีความมั่นคงสูงกว่าเรือนจำสูงสุดในประเทศไทยแล้ว

*************************

 

อ้างอิง 

1Sharon Shalev, Supermax Willan PublishingDevon,UK. 2009.

2พิมพ์พร  เนตรพุกกณะ “ส่องเรือนจำซูเปอร์แม็กซ์ “คุกในคุก” ราชทัณฑ์สร้างขังนักค้ายาเสพติด” วารสารยุติธรรม, ปี 2552.

3Chase Riveland, Supermax Prison : Overview and General Consideration. สืบค้นจาก http://static.nicic.gov/Library/014937.PDF,  Jan 1999 สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2555.

หมายเหตุ: ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

หมายเลขบันทึก: 479797เขียนเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2012 22:17 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 มิถุนายน 2012 09:10 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

 

- เหมือนการเอา “สุ่มไก่มาขังเสือ” จะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพและตกเป็นเบี้ยล่าง ของผู้ต้องขังที่อาศัยเรื่องสิทธิและร้องเรียนเป็นเครื่องมือ

 

- ขอบคุณท่าน อจ.มากค่ะ

 

 

เลิศชาย ชูรัตน์ (ผอ.ส่วนควบคุมฯ รจก.พิษณุโลก)
  • ขอบคุณท่านมากครับที่สร้าง ประโยชน์ให้กับกรมราชทัณฑ์มากมาย   ท่านคงจำได้ครั้งหนึ่งตอนมอบโล่บุคลากรการศึกษาดีเด่นในเรือนจำ  ท่านถามว่า  ได้ ซี ๘ รึยังตอนนี้ผมสอบได้แล้วครับ...และจะครบ ๒ ปี แล้ว  งานเรือนจำความมั่นคงสูงหนักมาก...  และผู้ร้ายมีเงินมาก  ซื้อได้ทั้งคน  และสิ่งของ  แต่ผมก็จะตั้งใจทำงานต่อไปให้ดีที่สุดครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี