การคิดอะไร แล้วตั้งเป้าหมายนั้น หรือเรียกว่าการคิดรวบยอดก็ได้นะ ลองทำแบบนี้แล้วผมคิดว่างานที่ว่ายากหากเราคิดไปทีละขั้นนั้น กลายเป็นเรื่องง่ายและเป็นจริงได้เลย ที่ว่าอย่างนี้ก็คือ ความวุ่นวายมันจะเกิดขึ้นทุกครั้งนะ เวลาเราจะต้องรับผู้ใหญ่เขามานิเทศฯ มาตรวจงานอะไรเนี่ย มันจะรู้สึกเครียด ไม่ค่อยจะแล้วเรื่องเลย ดูวุ่นวายวนไปวนมากันอยู่อย่างนั้นในบรรดาคนทำงานน่ะ

นี่ก็ด้วยการตั้งเป้าหมายของผู้รับผิดชอบเหมือนกันแหละคือ อยากจะทำให้ดีที่สุดน่ะ คิดว่าเป็นผลงานเด่นชิ้นโบว์แดง ก็ทำวนกันอยู่นั่นเอง

ไอ้เราก็คนตัวเล็กก็ดูเหมือนว่าอะไรก็จะต้องพร้อมจะแก้ไขตลอด ...มันไม่ค่อยจะแล้วน่ะ

 

แต่พอเราลองนั่งลงแล้วมองนิ่งๆ.. แล้วค่อยๆ คิดไปนะ ก็ทำให้รู้นะว่า มันไม่มีอะไรในกอไผ่น่ะ ผลงานที่จะนำเสนอนี่ก็เป็นอะไรที่มีอยู่แล้ว  เราแค่รวบรวมแล้วอัถฐาธิบายให้ครบนะ หรือหากจะพูดให้หรูมากๆ แต่ยังไงก็ไม่หนีจากความจริงที่เป็นอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว

 สิ่งที่ทำให้วุ่นวายก็คือความไม่ชัดเจน การขยับปรับตรงนั้นตรงนี้ให้ถูกใจ นี่ก็ตามที่ผู้มีอำนาจตัดสินใจคิดว่าเดาใจลูกค้าถูก เดาว่าต้องถูกใจเจ้านาย ก็เท่านั้น สิ่งสุดท้ายที่เวทีต้องการก็คือความพึงใจ รอยยิ้ม คำชม หรืออาจจะนึกเลยไปถึงการแก้ไขปัญหาขององค์กร การจัดงบประมาณอะไรทำนองนั้น จริงๆ หากเขาพอใจจริงในส่วนของการตอบสนองก็ต้องมาดูกันอีก ตรงนี้น่าสนใจครับคือมันได้จริงหรือเปล่า หรือแค่ฝันไป  ...ถ้าได้จริงก็ถือว่าเยี่ยมครับ ต้องตอบให้ได้นะ ผมว่า...

ทั้งหมดทั้งปวงก็คือ การคิดรวบยอดแล้วสิ่งที่ปรากฏให้เราได้ทราบก็คือเรื่องยากๆ มันง่าย มันเป็นไปได้ ในกระบวนการที่ซับซ้อน ที่หลายๆ คนคิดว่าไม่มีทาง อย่างนั้น

เหล่านี้คล้ายกันกับหนังฝรั่งที่เจ้าหน้าที่รัฐเตรียมเข้าดำเนินการจับกุมหรือย้ายผู้ต้องขังโดยไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนปกติแต่เป็นขั้นตอนรวบรัดพร้อมทั้งมีเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดมาส่งให้เลย คือทำได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอนเอกสาร กฎหมาย และในระยะเวลารวบรัด ทำนองนั้น

อยากชี้ให้เห็นว่า บางครั้งที่ดูยุ่งยากน่ะ จริงๆ ไม่มีอะไรเลย ...มันอาจจะยุ่งยากเนื่องจากคนเจตนาก็ได้หรือด้วยความไม่รู้ของเขาก็ได้นะ ก็เลยทำให้เราจะต้องเหนื่อยกันไปเฉยๆ ทั้งที่งานก็ไม่เดินน่ะ