๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เช้าไปเป็นประธานเปิดงานสัปดาห์รักการอ่านของโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เล่านิทานให้นักเรียนฟังหนึ่งเรื่อง เป็นเรื่องงูกับเต่า ที่แสดงถึงคนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด งูไม่ชอบเต่า เผลอทีไรฉกกัดทันที แต่เต่าก็หลบหัวไว้ในกระดอง งูทำอะไรไม่ได้ ฉกไปเจอกระดองแข็ง ๆ จนเจ็บปากเจ็บฟัน จึงแกล้งทำเป็นญาติดี ถามว่าเต่าทำอย่างไรจึงแข็งแรง เต่าบอกว่าเวลากลางคืนเขาเล่นตีหัวกันจนตัวแข็ง งูแอบไปดู เต่าแกล้งเอาไม้มาผลัดกันตีหัว แต่ก็หลบหัวเข้ากระดอง งูเข้าใจว่าเป็นเรื่องจริงจึงขอร้องให้เต่าช่วยตีหัวให้บ้าง เพราะตัวเองไม่มีมือมีเท้า เต่าได้ทีตีจนงูหัวร้างข้างแตก

กลับไปสำนักงานประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและผู้อำนวยการกลุ่มที่ห้องประชุมเล็ก เป็นการทบทวนงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเร่งรัดด้านการเรียนการสอน ให้กลุ่มงานได้นำเสนอความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการทำงาน บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารที่ห้องทำงานชั้น ๓ จนเย็น

วันอังคารที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เช้าเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งตะวันออก เพื่อเป็นประธานเปิดการอบรมค่ายคุณธรรม“โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม” ในสถานศึกษาของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ – ๖ โรงเรียนชุมชนวัดหน้าไม้ ของ ผอ.กาญจนา คล้ายพุฒิ ซึ่งกำหนดจัดระหว่างวันที่ ๑๔ – ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ณ วัดสวนมะม่วง อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี วัดนี้อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก เป็นสำนักปฏิบัติธรรมที่มีชื่อเสียงในการศึกษาอบรม ศาลาการเปรียญหลังใหญ่สร้างไว้สูงพ้นจากระดับน้ำที่ท่วมสูงถึง ๓ เมตร จุดเด่นด้านกายภาพของวัดมีต้นไม้ใหญ่อายุ ๑๐๐ ปี เหลือกิ่งก้านแบบไร้ใบ คนไปผูกผ้าเคารพบูชาเหมือนกัน หลังพิธีเปิดเดินทางกลับสำนักงาน

บ่ายเดินทางไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เพื่อรอรับคณะเลขานุการในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่นัดหมายจะมาทำนิติกรรมจัดซื้อที่ดินเพื่อพระราชทานให้โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เมื่อพร้อมกันแล้วก็ยกทีมไปสำนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี ที่คอยอำนวยความสะดวก วันนี้ได้พระราชทานเช็คมูลค่า ๑๐.๕ ล้านบาท สำหรับราคาที่ดิน ๒ ไร่ ๒ งาน การทำนิติกรรมยังไม่เสร็จต้องขอตัวเดินทางไปวัดป่างิ้ว เพื่อร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพคุณแม่แวว พวงเพ็ชร มารดาของนายชาญ พวงเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี

วันพุธที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เช้าต้องคุยข่าวสารบ้านเมืองกับท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ และท่านรองฯ มานะ พุ่มบัว ที่ห้องสโมสร เป็นกาแฟรอบเช้า ตั้งแต่หลังน้ำท่วมมีเรื่องราวแปลก ๆ เกิดขึ้นให้ได้ยินได้ฟังหลายเรื่อง ข่าวดีก็มากข่าวร้ายก็เยอะ ข่าวดีเป็นความช่วยเหลือที่ภาคเอกชนได้เข้ามาช่วยฟื้นฟูโรงเรียนจนมีสภาพปกติ ข่าวร้ายก็จะมีใบปลิวร้องเรียนทั้งครู ทั้งผู้บริหารเข้ามา ถ้าร้องครูไม่พ้นเรื่องการทำโทษนักเรียนและการใช้วาจาไม่สุภาพ สำหรับผู้บริหารจะถูกกล่าวหาว่าไม่สุจริต ไม่อยู่โรงเรียน เอาแต่อำนาจตามอำเภอใจ เข้ากับชุมชนไม่ได้ พอให้คนตามไปดูในโรงเรียนบางครั้งก็ได้รับคำตอบว่า ครูคนนี้ไม่ค่อยปกติบ้าง จนถึงขั้นที่ปล่อยให้สอนนักเรียนไม่ได้แล้ว ต่อไปเวลารับย้ายหรือสอบบรรจุอาจจะต้องกำหนดคุณสมบัติในเรื่องสุขภาพจิต สุขภาพกาย โดยให้นำหลักฐานทางการแพทย์มาแสดงด้วย โดยเฉพาะผู้บริหารจะต้องเลือกเฟ้นเป็นพิเศษ สาย ๆ ขึ้นไปทำงานที่ห้องชั้น ๓ แฟ้มไม่มากพอมีเวลาเตรียมเรื่องประชุมที่จะจัดขึ้นในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ โชคดีที่ระบบอินเตอร์เน็ตใช้การได้ในวันนี้เป็นวันแรก จึงสามารถดาวน์โหลดเรื่องสั่งการจาก สพฐ. ใหม่ ๆ ได้ เที่ยงทานข้าวที่ห้องทำงาน บ่ายให้เจ้าหน้าที่พัสดุเข้า สพฐ. ไปขอแบบอาคารสำนักงานเขต ที่เพิ่งออกแบบใหม่ มาเขียนลงแผนผังที่ดิน เพื่อขอใช้ที่ราชพัสดุกับกรมธนารักษ์ เย็นเขาก็กลับมาพร้อมแบบแปลนที่กลุ่มออกแบบเพิ่งออกมาใหม่ในวงเงินก่อสร้าง ๑๙ ล้านบาท เป็นอาคาร ๓ ชั้น ชั้น ๑ และชั้น ๒ เป็นสำนักงาน ชั้นที่ ๓ เป็นห้องประชุมใหญ่และเล็ก ดูแล้วก็พอใจและลงตัวกับพื้นที่ คงต้องขวนขวายเรื่องงบประมาณก่อสร้างต่อไป
วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เช้าไปโรงเรียนวัดชินวราราม (เจิญผลวิทยาเวศม์) เพื่อร่วมต้อนรับผู้บริหาร บริษัท เสริมสุข จำกัด และคณะจิตอาสา ตามโครงการ พลังน้ำใจไทย (Power of Thailand Bring Smiles to School) ที่มาร่วมฟื้นฟูทำความสะอาด ซ่อมแซม ทาสีอาคารเรียน พร้อมทั้งมอบวัสดุครุภัณฑ์สื่อการเรียนการสอน บริษัทเสริมสุข จำกัด ถือเป็นเพื่อนบ้านกับโรงเรียนนี้ เพราะตั้งอยู่ในเขต อบต.เดียวกัน อากาศวันนี้ร้อนมาก พวกเราจึงเหงื่อไหลไคลย้อยกันแต่เช้า กับการแอคชั่นถ่ายภาพ โรงเรียนเขาเตรียมอาหารไว้ให้ทานแต่สู้ไม่ไหว ขอตัวกลับสำนักงาน บ่ายมีนัดกับนักศึกษาปริญญาเอกที่จะสอบจบเขาต้องการให้ไปร่วมเป็นผู้เชี่ยวชาญให้ ก็รับปากไป ทั้งที่หาความเชี่ยวชาญอะไรไม่ได้

วันศุกร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ วันนี้ออกสำรวจเส้นทางที่จะพาคณะเพื่อนวัฒนา ๙๒ ของ ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ไปมอบหนังสือที่โรงเรียนชุมชนวัดไก่เตี้ย และไปไหว้พระสมเด็จโตองค์ใหญ่ที่วัดโบสถ์ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย ทั้งที่โรงเรียน ร้านอาหารครัวเรือนเจ้าพระยา วัดโบสถ์ เลยไปถึงวัดท้ายเกาะ ประสานเรื่องเรือจนเป็นที่แน่ใจในเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกสบาย กลับมาทำงานเอกสารที่ห้องทำงานจนเย็น

วันเสาร์ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ประมาณ ๐๙.๓๐ น. ขบวนรถตู้ ๕ คันของกลุ่มเพื่อนคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา พบกับพวกเรา ณ จุดนัดหมายหน้ามหาวิทยาลัยปทุมธานี คุณหญิงบอกว่าไปอินเดียเพิ่งลงจากเครื่องบินเช้ามืด ไม่ค่อยสบาย ส่วนเพื่อร่วมรุ่นร่วม ๓๐ คน ต่างยิ้มแย้มแจ่มใส รถเขตนำขบวนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาไปจนถึงวัดไก่เตี้ย ท่าน ผอ.อารียา วุฒิยางกูร และคณะครูเตรียมอาหารปิ่นโตสำหรับถวายพระ ๙ รูป บังเอิญวันนี้มีงานบวช จึงชุลมุนกันพอสมควร แต่ก็ช่วยให้ครึกครื้นดี คณะของคุณหญิงร่วมกันทำบุญอุทิศให้เพื่อนที่ล่วงลับไปแล้ว ๔ - ๕ คน ท่านบอกว่าจะนัดพบและทำบุญปีละครั้งหมุนเวียนกันไป เสร็จจากการทำบุญคณะเคลื่อนไปยังโรงเรียน ระหว่างทางได้แวะเยี่ยมน้อง ๆ กลุ่มเฟสบุ๊คที่นัดหมายมาทำโครงการปลูกผักลอยน้ำในวันนี้ ถือเป็นโครงการร่วมสมัย โรงเรียนจัดรับรองที่อาคารริมน้ำเจ้าพระยา มีอาหารว่างและผลไม้ที่โรงเรียนเตรียมและเขตนำมาสมทบ ที่ประทับใจคือข้าวแช่แบบมอญ ที่ท่าน ผอ.ชุณห์พิมาณ ทรัพย์มีชัย โรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน เตรียมมารับรอง คุณหญิงชมว่าก้อนกะปิเขาอร่อยมาก พักย่อยอาหารสักพักก็เคลื่อนขบวนไปทานข้าวกลางวันที่ครัวเรือนเจ้าพระยา ที่เลยไปประมาณ ๒๐๐ เมตร เป็นอาหารจำพวกกุ้งและปลาเป็นส่วนใหญ่ สี่สิบกว่าคนค่าอาหารร่วมหมื่นก็นับว่าถูกเมื่อเทียบกับคุณภาพและปริมาณ คุณหญิงเป็นบุคคลที่มีความจำเป็นเลิศ สามารถเล่าวีรกรรมของท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ สมัยเป็น สปช.ให้ฟังเป็นที่ครื้นเครง โปรแกรมหลังอาหารเที่ยงจะไปลงเรือชมเจ้าพระยา ที่ท่าน ผอ.วรพันธ์ แก้วอุดม โรงเรียนวัดเชิงท่า หาไว้ให้ หลายคนลังเลว่าจะไปรถหรือไปเรือดี ผมบอกว่าแล้วแต่สมัครใจ เรากลับมาที่ท่าเรือวัดไก่เตี้ย พอเห็นเรือที่สวยงาม ดูมั่นคงและปลอดภัยทุกคนต่างขึ้นเรือกันหมด จึงต้องให้คนขับรถนำรถไปรอที่วัดโบสถ์ อากาศวันนี้ดีมากไม่ร้อนเหมือนเมื่อวาน อากาศแจ่มใส จึงสามารถชมทิวทัศน์สองฝั่งเจ้าพระยาได้อย่างจุใจ ประกอบกับอดีตรองผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดจันทร์กะพ้อ มาเป็นวิทยากรนำเที่ยว จึงสามารถบอกเล่าประวัติศาสตร์วัดที่ผ่าน คุ้งน้ำ รวมถึงบ้านใหญ่นายโตที่มาปลูกสร้าง ๒ ฝั่งน้ำได้อย่างผู้รู้แจ้งเห็นจริง เรือถึงวัดโบสถ์ประมาณ ๑๕.๓๐ น. คณะสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ (โต)องค์ใหญ่แล้วไปถวายสังฆทาน และบอกลากันที่วัดแห่งนี้

ดีใจที่ได้มีโอกาสรับใช้นายอันเป็นที่รักอีกครั้งหนึ่ง แม้การรับรองจะด้อยไปบ้างเพราะเมืองปทุมธานีเสียหายจากน้ำท่วมไปทุกหย่อมหญ้า แต่น้ำใจยังเต็มเปี่ยมไปด้วยไมตรีและมิตรภาพไม่จืดจาง
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑