ครั้งหนึ่ง เคยใช้เพลงนี้ ปลุกจิตวิญญาณของเพื่อน

ผมจะบวชให้ กลับบวชผมนะครับ

  เรา ห้า คนเป็นเพื่อนสนิทกันมากๆ เป็นชาย 3 คน หญิงสองคน เรียกว่ามีทุกข์สุขบอกกันได้ เอาไงเอากัน บนเส้นทางสาธารณสุข เราต่างก็มีบทบาทระดับผู้บริหาร ต่างหน่วยงานกัน วันใดพบเจอกัน เราก็จะกินข้าว ร้องเพลงกันสนุกสนาน ไม่ว่าจะ Key เพลงไหน สมัยไหน  ก็จะช่วยกันร้องไปจนจบทุกเพลงไป

 มีอยู่เพลงหนึ่ง ที่เราจะต้องร้องทุกๆครั้ง ร้องปากเปล่ายังได้ และขณะที่ร้องเพลงนี้ ดูเหมือนทุกคน ก็จะมีความประทับใจ และซาบซึ้งไปกับบทประพันธ์เนื้อความที่แสนไพเราะและมีความหมาย เป็นความลึกซึ้งของตนเอง เวลาหยุดฟัง มันเหมือนมีมนต์สะกด

  ครั้งหนึ่ง ราวๆปี พ.ศ. 2549 วันนั้นเป็นวันเกิดของเพื่อนรักเรา หลังจากกินข้าวปลาอาหารแล้ว เขาก็ออกมายืนส่งพวกเรากลับบ้าน โบกมือหวอยๆยังจำกันได้ดี แต่ไม่นึกว่า เย็นของวันรุ่งขึ้น เพื่อนรักของเรา ก็ต้องเข้าโรงพยาบาลด่วน ด้วยเส้นเลือดในสมองแตก ดึกมากแล้วพวกเราทุกคน มาเฝ้าที่โรงพยาบาล บางคนมาไกลเกือบร้อย กิโลเมตร เห็นอาการอ่อนแรงแล้วก็ใจหาย หมอให้ยาจนคนไข้หลับไป เมื่อใกล้สว่าง เราจึงแยกย้ายกลับบ้าน หวังว่าพรุ่งนี้ อาการคงดีขึ้น จะได้มานั่งเฝ้านั่งคุยเป็นเพื่อนให้หายเหงากันอีก ไม่ปล่อยให้นอนโรงพยาบาลคนเดียวหรอกนะ

 แต่สายวันรุ่งขึ้น ก็ได้ข่าวว่าเขาไม่รู้สึกตัวอีกเลย มีกลุ่มเราเป็นกลุ่มสุดท้าย ที่เขาพูดคุยด้วย ต้องผ่าตัด ซ้ำถึงสองรอบ หมอบอกว่า มีเส้นเลือดขดผิดปกติอยู่ในสมอง เส้นเลือดจึงแตก ถ้าจะให้ผ่าตัดอีกครั้ง ก็ไม่รบรองว่า จะเสียชีวิต หรืออย่างดี อาจได้เจ้าชายนิทรากลับมา แต่พวกเราและญาติก็ยอมเสี่ยง...ผ่าตัดอีกครั้ง

  หลังจากผ่ากระโหลกครั้งสุดท้าย เขาก็นอนนิ่งเฉยไม่รับรู้อะไรเลย พวกเราใจหาย ทุกๆวันหลังเลิกงาน พวกเราสี่คน ก็จะมากินข้าวมื้อเย็นที่โรงพยาบาล แล้วก็เวียนกันเข้าไปพูดคุย แต่คนไข้ก็ดูดายเฉบเมย ไม่มีตอบโต้  สุดท้าย ก็ต้องส่งตัวไปรักษาในกรุงเทพฯ วันนั้น เพื่อนเราที่อายุน้อยที่สุด ถึงกับกระซิบข้างหู บอกความตั้งใจมั่นคงว่า "ผมจะบวชให้ กลับบวชผมนะครับ" ผู้เขียนเอง เอาผ้าไตร ที่จะนำไปถวายในงานทอดกฐิน มาวางในมือ แล้วนำอธิษฐาน ขอให้ได้กลับมาอยู่กับพวกเราอีก เราทุกคน ต่างมีข้อความผูกพันสัญญา ที่จะบอกข้างหูเพื่อนที่กำลังจะไปรักษาตัวที่กรุงเทพกันทุกคน

   เสียงไซเลนน์รถพยาบาล ที่นำเพื่อนเราไปรักษา ค่อยๆห่างออกไปทุกที ทุกที น้ำตาค่อยๆไหล และคิดถึง ตลอดการรักษาที่กรุงเทพ ผู้เขียนไม่ได้เข้าไปเยี่ยมเลย นานนับเดือน....เพราะเขาต้องอยู่ I C U

   เล่าถึงตรงนี้ แล้วมีทั้งความตีบตันในหัวใจ และยังจำภาพแจ่มชัดได้ดีเสมอ ขอพักสักครู่ จะกลับมาเล่าต่อให้จบนะคะ อ้อ และจะนำเพลงสำคัญมาฝากด้วยค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เล่าสู่กันฟัง



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ขอให้เพื่อนของคุณบุญรุ่งหายเป็นปกติในเร็ววันนะครับ

สวัสดีค่ะคุณ อ.นุ

ปัจจุบันเพื่อนยังเดินไม่ได้เลยค่ะ

แต่ทำงานได้ปกติทุกอย่าง

ขอขอบคุณคำอวยพรให้เพื่อนนะคะ