กราบเท้า  คุณลุง คุณป้าด้วยความเคารพรัก

              นานเหลือเกินที่หนูหน่อยไม่ได้เขียนจดหมายเล่าเรื่องราวดี ๆ ให้คุณลุงคุณป้าอ่าน   ชีวิตกว่าสองเดือนมานี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงหลายอย่างค่ะ   โดยเฉพาะการย้ายโรงเรียนที่สอน  "จากชีวิตครูบ้านนอกกว่า ๑๗ ปี  เข้าสู่วิถีครูเมือง"  ต้องปรับกายปรับใจอย่างใหญ่หลวง  โดยเฉพาะพฤติกรรมของเด็กที่แตกต่าง

              ถึงวันนี้ยังบอกไม่ถูกว่าตนเองคิดถูกหรือคิดผิด   แต่สิ่งที่บอกตนเองเสมอก็คือ "เมื่อไม่ได้ทำในสิ่งที่รักก็จงรักในสิ่งที่ทำ"

              คุณลุง  คุณป้าขา  ตอนนี้ครอบครัวของหนูหน่อยได้อพยพไปอยู่ที่แห่งใหม่อยู่ชายแดนระหว่างจังหวัดนครปฐมกับจังหวัดราชบุรีค่ะ   มีอาณาบริเวณกว้างขวาง  มีอากาศที่บริสุทธิ์  ค่ำคืนมองฟากฟ้าเห็นดาวระยิบแสง  ดูแล้วเย็นตาเย็นใจค่ะ   แต่เสียดายที่มีโอกาสพักบ้านหลังนี้เฉพาะวันหยุดเสาร์  อาทิตย์ค่ะ  เพราะวันธรรมดาจะอยู่ในตัวเมืองเพื่อสะดวกในการเดินทางไปทำงาน  ซึ่งบ้านหลังเก่าอยู่หลังโรงเรียนที่เพิ่งย้ายไปอยู่ใหม่เป็นโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดนครปฐมค่ะ

                 ทุกครั้งที่กลับบ้านใหม่ได้มีโอกาสทำกิจกรรมดี ๆ เพื่อเด็ก ๆ เปิดสอนฟรีเป็นการ "คืนกำไรให้สังคม" ตอนนี้เริ่มสอนเด็ก ๆ ที่อยากเรียนพิเศษ วิชาต่าง ๆ  ค่ะ  มีเด็กสนใจมาเรียนอยู่  ๕  คน เป็นเด็ก ป.๑ ถึง ป.๖ ค่ะ  เริ่มสอนได้อาทิตย์ที่สองในช่วงเวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.

                  วันอาทิตย์ทีผ่านมาพานักเรียนไปเรียนวิชาพระพุทธศาสนาที่วัดค่ะ  ไปที่
วัดธารธรรม  ซึ่งห่างจากบ้านหนูหน่อยกิโลเมตรเศษ ๆ ค่ะ  เป็นวัดที่ร่มรื่น  มีธารน้ำที่เย็นฉ่ำ  พาเด็ก ๆ ไปถวายอาหารเพลหลวงพ่อค่ะ  หลวงพ่อก็นำขนมมาแบ่งปันให้เด็ก ๆ ได้รับประทานอย่างอิ่มหน่ำสำราญ   เลี้ยงอาหารปลา  และก็ได้ฟังธรรมะดี ๆ จากหลวงพ่อค่ะ

                  นอกจากนั้นแล้วพวกเรายังโชคดีที่มีโอกาสพบคุณลุงวีระ  ท่านเป็นคนไทยที่ไปอยู่ที่ประเทศอเมริกานานกว่า ๔๐ ปีแล้ว  ท่านมาปฏิบัติธรรมที่นี่ค่ะ  และคิดอยากจะทำสิ่งดี ๆ เพื่อแผ่นดินเกิด   ท่านคงอยู่ปฏิับัติธรรมสักระยะหนึ่งแล้วจึงกลับประเทศอเมริกา วันนี้ท่านเมตตาเด็ก ๆ  อบรมเรื่อง ๕ ดีให้แก่เด็ก ๆ ค่ะ  เป็นคำสอนของหลวงพ่อปัญญา  นันทภิกขุ  ได้แก่ คิดดี  พูดดี  ทำดี  คบคนดี  และไปสู่สถานที่ดี

                 ก่อนกลับหลวงพ่อฉลองเจ้าอาวาส  ได้กรุณาอบรมธรรมะให้เด็ก ๆ ในเรื่องความขยันหมั่นเพียร   การช่วยเหลือพ่อแม่  และการตื่นนอนแต่เช้า

                  พวกเรากราบลาพระอาจารย์ในเวลาเที่ยงวัน  ทั้งเด็กและครูต่างมีความสุขและเิบิกบานใจได้ทั้งอาหารกายและอาหารใจ

                  วันนี้เหมือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว  ความสุขของผู้ให้และความสุขของผู้รับต่างเติมเต็มโอกาสให้กันและกัน  ถ้าปราศจากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดการสร้างบารมีในเรื่องนี้ก็คงไม่สำเร็จ

                   คุยแค่นี้ก่อนนะคะ  วันพรุ่งนี้ค่อยพบกับกิจกรรมภาคบ่าย  พาไปพบกับ
คนจนผู้ยิ่งใหญ่กล้าบริจาคที่ดินให้วัดจนหมดตัว  มีไหมใครกล้าทำ ?

                                                                       ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

                                                                          หนูหน่อย
                                                                    ๒๐ กุมภาพันธ์  ๒๕๕๕

"ความทุกข์สร้างคน  ความจนสร้างบัณฑิต"