ปัจจุบัน “ความปกติ” เป็นคำที่พบเห็นบ่อยและทั่วไปในสังคมปัจจุบันจนถือเสมือนหนึ่งว่าคนส่วนใหญ่เข้าใจนัยของคำนี้ได้ถูกต้องและตรงกัน ความปกติที่ในอดีตมีดัชนีชี้วัดจากศีล แต่ในปัจจุบันได้กลายพันธุ์ไปสู่ดัชนีชี้วัดจากการยึดติด ถือมั่นเอาค่านิยมผสมกับพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่เป็นมาตรวัด เช่น
- สังคมปัจจุบันนั้นเห็นว่าการทำแท้งกลายเป็นเรื่องปกติเห็นจนชินตา (ผิดศีลข้อหนึ่ง)
- สังคมส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น เห็นว่านักการเมืองคอรัปชั่นเป็นเรื่องปรกติในสังคมที่ต้องยอมรับความจริงขึ้นอยู่กับว่ามากหรือน้อยเท่านั้นเอง (ผิดศีลข้อสอง)
- สังคมวัยรุ่นเห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การเปลี่ยนคู่นอน มั่วเพศ เป็นเรื่องปกติในสังคมปัจจุบัน (ผิดศีลข้อสาม)
- คนส่วนใหญ่มองว่าการพูดโกหกกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม (ผิดศีลข้อสี่)
- สังคมส่วนใหญ่มองว่าการดื่มสุราและของมึนเมาเป็นเรื่องปรกติในสังคมคนที่ไม่ดื่มกลับถูกมองว่าแปลกและเข้าสังคมไม่ได้ (ผิดศีลข้อห้า)
เป็นต้น
“การตีตราประทับรับรองให้กับค่านิยม และพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ในสังคมที่เห็นจนชาชิน โดยไม่ได้คำนึงถึงศีลธรรมอันดีงาม แต่ถือเอาพฤติกรรมที่ทำตามกันโดยส่วนใหญ่ แล้วยกให้สิ่งเหล่านั้นเป็น เรื่องปกติ เท่ากับ เรายอมรับนับถือในทัศนะที่ว่า
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ถูกครอบงำด้วยมิจฉาทิฏฐินั้น ในปัจจุบันเปลี่ยนได้ยากกว่า การปรับเปลี่ยนทางด้านศีลธรรมและจริยธรรม ดังนั้น ศีลธรรมและจริยธรรมจึงต้องปรับเปลี่ยนหรือปรับตัวให้เข้ายุคเข้าสมัยกับวิถีของสังคมในปัจจุบันจึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องอย่างนั้นหรือ? ”