วันนี้ ผมพาเพื่อนศิษย์เก่าโรงเรียนขับรถที่เดียวกัน ไปด้วย
หลังจากพักผ่อนเต็มที่ ก็พร้อมแล้วในการขับรถขึ้นถนนจริงๆ ซะที
บรรยากาศเลยอบอวลไปด้วยความสดชื่น และ ผ่อนคลายมาก
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในการหัดขับรถวันนี้ :
-การขับรถขึ้นถนนใหญ่เมื่อชิดเลนซ้ายสุด
ต้องเริ่มที่การเปิดไฟเลี้ยวขวาก่อน
แล้วจึงมองกระจกขวาว่ามีรถตามหลังรึป่าว
แล้วค่อยออกตัวสู่เลนรถยนต์ทีละนิด
-รถวิ่งช้า ก็ควรไม่ขับชิดขวาทันทีทันใด
และพยายามสังเกตทัศนวิสัยด้านหน้า
ด้านข้างให้ดี อย่าลืมสัญญาณไฟ เช่น การเลี้ยว
การเปิดไฟเตือนขึ้นลงๆ
-ควรมองเส้นประบนเลนรถยนต์ วิ่งรักษาระยะให้ตรงอยู่เสมอ
ไม่ควรเฉไปมา
ซ้ายทีขวาที เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการหวิวได้
ถ้าเริ่มเอียงค่อยปรับหน้าให้ตรง
-อย่าลืมดูป้ายจราจร ป้ายเตือนข้างหน้า และมองหาจุดสังเกต
สิ่งเตือนให้ได้
เช่น ทางเบี่ยง สัญญาณไฟ ทางก่อสร้างข้างหน้า
จะได้ไม่ฉุกละหุกขณะใกล้ถึง
-การขับเข้าโค้งควรเบาคันเร่งนิดนึงเมื่อเริ่มเข้าโค้ง
ปรับพวงมาลัยตามโค้งให้
สม่ำเสมอ เมื่อหมดโค้งค่อยๆ ปรับพวงมาลัยให้ตรง
ป้องกันการหลุดโค้งได้
-การขับขึ้นทางที่ชัน ไม่ควรจะเหยียบเบรกคลัชต์ เพราะจะทำให้รถไว
ที่สำคัญ
ต้องควรปล่อยคันเร่ง แล้วค่อยๆ แตะเบรกรถ เกียร์ปานกลาง
ให้รถรักษาความเร็วได้
-การขับรถขึ้นลูกระนาด ทางสโล๊ปสั้นๆ ควรปล่อยคันเร่งรถทันที
เพราะเพื่อไม่ให้
รถเกิดอาการพวงมาลัยเฉ ช่วยทำให้รถสามารถยึดติดถนนได้ดี
ไม่กระโดดมากขึ้น
-การจอดรถบางทางชัน ควรใส่เกียร์ว่าง แล้วเบรกยึดไว้ด้วย
กันไม่ให้รถไหลไปไหน
-ควรรักษาระดับความเร็วให้คงที่ พอดีกับรถคันข้างหน้า ไม่เร็วเกิน
ไม่ช้าเกินไป
-การกะระยะสังเกตให้มองขอบล่างกระจกรถด้านหน้าให้สัมผัสกับขอบล่างป้าย
ทะเบียนของรถของคันหน้า เพื่อให้ได้ระยะที่เหมาะสม
หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา
-ควรระวังการปล่อยคลัชต์ไม่สุด แล้วเหยียบคันเร่ง จะทำให้รถดับได้
-เท้าซ้ายเหยียบเท้าขวาปล่อย เท้าขวาปล่อยซ้ายเหยียบ
สัมพันธ์กันเช่นนี้เสมอ
-เมื่อเร่งจนสุด แล้วรถเริ่มหน่วง ให้เหยียบคลัชต์
แล้วเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นต่อไป
-เปลี่ยนไปสู่เกียร์ 2 ที่ความเร็ว 20 เกียร์ 3 ที่ความเร็ว 40 ส่วน 4
และ 5 อันนี้ยัง
ไม่แน่ใจครับ แต่คิดว่าคงพิจารณาที่ว่าเร่งแล้วเกิดอาการรถตื้อๆ
แล้งจึงค่อยเปลี่ยน
-ระวังรถที่จะแซงซ้ายครับ
เพราะบางทีคนอื่นก็ขับรถแบบไม่เอื้ออาทรกับเรานัก
-สังเกตรถจอด รถจะออก รถช้าข้างหน้า และความเร็วรถเลนถัดไป
รถหยุดฉุกเฉิน
พิจารณาไฟเลี้ยว ไฟเตือน ให้คนขับบนท้องถนนนั้นได้เห็นชัดเจน
เพื่อความปลอดภัย
-ครูฝึกเตือนห้ามปล่อยมือข้างใดข้างนึง
หรือเอามือไปทำกิจกรรมอื่นขณะขับรถ
เว้นแต่การครองเกียร์ข้างนึงพร้อมกับครองพวงมาลัยข้างนึง
รถจะได้ไม่เสียการทรงตัว
-หากรถดับอันดับแรกคือตั้งสติก่อน แล้วเข้าเกียร์ว่าง ปิดกุญแจ
แล้วค่อยๆ เปิดใหม่
ในระดับให้ไฟติด แล้วค่อยบิดไปอีกระดับ
เพื่อสตาร์ทเครื่องขึ้นให้ติดมา ค่อยๆออกตัว
-หากรถเกิดยางระเบิด ให้คุมพวงมาลัยให้มั่น ถอนคันเร่ง
อย่าเหยียบคลัชต์เพราะรถ
จะไม่เกาะถนน ใส่เกียร์ว่าง ต้องแตะเบรกเบาสุดๆ แต่ถี่ๆ ไม่ให้รถหมุน
สติสำคัญมาก
-ความเร็วขับรถปลอดภัย ไม่ควรเกิน 100
เพราะจะเซฟตัวเองได้มากกว่ากรณีฉุกเฉิน
-การขับรถในเลนแคบๆ รถแน่น ก่อนทำการแซงขึ้นหรือจะหลบสิ่งข้างทาง
เราควรจะต้องเปิดไฟเลี้ยวขอทางหรือเปิดไฟเตือนสิ่งที่อยู่ด้านหน้าด้วย
จึงจะดี
-ควรใช้ความรู้สึกสัมผัส ก่อนจะลงหลุม หรือขึ้นลงทางไม่เรียบ
ไม่ควรใช้วิธีมองหา
- จำไว้ว่า "เหยียบ คลัชต่อเมื่อจะเปลี่ยนเกียร์
หรือขับช้าๆ เข้าที่แคบเท่านั้น"
-หากรถกำลังแล่นและไปเหยียบคลัช
แรงกดถนนจากเครื่องยนต์จะถูกตัดขาด
รถจะไม่เกาะถนนและลอยตัวโหวงเหวง หากถนนลื่นหรือมีการหักเลี้ยว
รถจะหมุน
-ทดแทนการแตะเบรกด้วยการค่อยๆ ถอนคันเร่ง
เบรกล่วงหน้าค่อยๆจนเบาจึงค่อยเบรกสุดอีกที
ดีกว่าการเหยียบคลัชต์และเบรก
เพราะเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสม
พรุ่งนี้ จะลองทวน เบรก คันเร่ง คลัชต์ อีกที
มาตามต่อนะ ในการขับบนถนนใหญ่ เป็นครั้งที่ 2 ครับ.
น้องบาว เล่าเรื่องหัดขับรถ จนคนขับได้แล้วอยากไปเริ่มหัดขับให้ถูกต้อง