สังคมฝรั่งมีการนินทาน้อยกว่าไทยมาก แต่มีการพูดวิจารณ์กันอย่างต่อหน้าสูงมาก (ซึ่งผมเรียกว่าเป็น directness ของฝรั่ง) เรื่องนี้มันมีนัยสำคัญมากๆ ต่อการเจริญของสังคม โยงไปถึงการคัดกรอง “คนเก่งคนดีขึ้นไปเป็นใหญ่” อีกด้วย
รากฐานมาจากนิสัยอิงตน “ปัจเจกชนนิยม” อีกแล้ว
คือเวลาใครทำอะไร (โดยเฉพาะผู้นำ หัวหน้าหน่วยงาน) ถ้ามันไม่ดีเขาจะวิพากษ์วิจารณ์กันต่อหน้า ในที่ประชุม แบบไม่เกรงใจกัน ที่เขากล้าวิจารณ์นายนั้นเพราะเขามีนิสัยอิงตน ไม่อิงอำนาจของนายในการไต่เต้านั่นเอง
ส่วนของเรานายว่าอะไรก็ว่าตามนาย ไม่กล้าวิจารณ์มากนัก จะมีก็ยกเว้นในมหาวิทยาลัยที่กล้าสักหน่อย เพราะในระบบมหาลัยนั้น คนหลายคนไม่อยากไต่เต้าเป็นผู้บริหาร ขออยู่ในสายวิจัยก็มีความสุขแล้ว แต่แม้กระนั้นก็มีการวิจารณ์ตรงๆน้อยมากเมื่อเทียบกับฝรั่ง
พอไม่กล้าวิจารณ์นายต่อหน้า ก็เอามานินทาลับหลังนั่นแล สังคมไทยเลยกลายเป็นสังคมที่นิยมการซุบซิบนินทามากที่สุด นสพ. ทุกฉบับต้องมีคอลัมน์ซุบซิบนินทาผู้มีอำนาจเสมอ (แต่บางที่ก็ซุบซิบแบบยกยอ โดยเฉพาะพวกนายตำรวจใหญ่) แต่นสพ.แนวหลักของฝรั่งไม่มีคอลัมน์แบบนี้ (ยกเว้นพวกที่ออกมาเอาใจคนกลุ่มนี้ซึ่งมีน้อยมาก ฝรั่งเขาเรียกว่า tabloid นสพ. พวกนี้จะมีเนื้อหาน้อยและตื้น แต่มีรูปสวยๆ และ มักใต้กระโปรง มาก)
การวิจารณ์กันอย่างตรงไปตรงมานี้ทำให้คนเก่งและดีเท่านั้นจึงจะอยู่รอด และไต่เต้าสูงขึ้นไปได้ จนกลายไปเป็นผู้นำองค์กรระดับสูงสุดในที่สุด
วิถีทางของนักการเมืองก็เช่นกัน มันต้องมีการไต่เต้าแบบนี้แหละ ตั้งแต่เป็น นศ. อาสาสมัคร ติดป้ายหาเสียง เป็นผู้ช่วยเลขาฝ่ายการเงิน จนเป็นผู้สมัครระดับท้องถิ่น ซึ่งกว่าจะผ่านการคัดกรองจนได้รับการตัดสินจากบอร์ดให้ลงสมัครเป็นสส.ระดับชาติก็ต้องใช้เวลาประมาณ ๒๐ ปีเพื่อแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นในการทำงานทางการเมือง ไอ้ที่จะมาชุบมือเปิบเพราะมีเส้น มีการชี้นำจากนายใหญ่นั้น ยากมากๆ ยกเว้นต้องเก่งด้วยและเป็นญาติสนิทที่มีคะแนนนิยมสูง เช่น เป็นลูก เป็นน้อง เป็นคู่ครอง ก็พอมีอยู่ แต่น้อยมาก แบบว่าน้อยกว่าไทย ร้อยต่อหนึ่ง (บุชน้อย ที่เป็นบุตรของบุชใหญ่นั้น เขาไม่ได้ชุบมือเปิบนะครับ เขาไต่เต้ามานานเหมือนกัน เช่นเดียวกันกับ ฮิลารี ก็ไม่ได้เกาะกระแสคลินตันเสียหมด)
การผ่านการคัดกรองหลายชั้นทำให้เรียนรู้ มีความรู้ ความคิดต่างๆสะสมมากมาย ทำให้เก่ง และ แกร่งด้วย ผู้นำที่ดีนั้นต้องทั้งเก่ง และแกร่งด้วย ไม่เช่นนั้นอาจทนกระแสต่างๆ ไม่ไหว โดยเฉพาะจากระบบฝ่ายค้านในสภา
แต่ในไทยเราเห็นมีแต่พวกไม่เก่ง แต่แกร่งมากๆ ด่าอย่างไรก็ไม่ยอมลาออก หึหึ
...คนถางทาง (๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)
รู้สึกชอบมากกับบทความนี้ครับ
ลองคิดๆดู ก็จริงของคุณเนอะ สังคมไทย อิงอำนาจ เลยไม่กล้า วิจารณ์กันตรงๆ คงจะเกรงใจนาย
พูดถึงเรื่อง นินทา หากมีใครมานินทา เค้าว่า วางเฉย แผ่เมตตาให้ (ได้ผลนะ)