การได้ฟังการบรรยายของคนเก่ง (และดี) ระดับนี้ถือเป็นบุญกุศลแก่ชีวิต    ผมจึงไม่ยอมพลาด   ดังนั้นบ่ายวันที่ ๒๔ ม.ค. ๕๕ ผมจึงไปนั่งรอเกือบจะเป็นคนแรก ในห้องประชุมอาทิตยาทรกิตติคุณ อาคารสยามินทร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

          ไปก่อนก็มีเวลาอ่านเอกสารประกอบการประชุมก่อน และพบว่า แม้ Prof. Aaron T. Beck ผู้ได้รับรางวัลจากผลงานคิดค้นเครื่องมือ CBT (Cognitive Behavioral Therapy) จะไม่สามารถมารับพระราชทานรางวัลด้วยตนเองได้ ด้วยเหตุสูงอายุ (๙๒ ปี) แต่ท่านก็เขียนเล่าเรื่องขั้นตอนการค้นพบสำคัญที่นำไปสู่การสร้างเครื่องมือรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าโดยไม่ใช้ยา ที่เรียกว่า CBT นี้    และยิ่งตอนบรรยาย ที่ท่านใช้วิธีบันทึกวิดีทัศน์คำพูดมาเปิดให้ที่ประชุมฟัง   เราก็ได้แรงบันดาลใจหรือแนวทางสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากท่าน   ฟังแล้วชุ่มชื่นหัวใจ

          ท่านเขียนว่า มีขั้นตอนสำคัญ ๔ ขั้นตอน ที่นำไปสู่การคิดค้น CBT ได้แก่  (๑) การค้นพบว่าคนเป็นโรคซึมเศร้า เป็นคนที่มีภาพลักษณ์เชิงลบ (negative image) ต่อตนเอง    และสภาพจิตใจเช่นนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการเกิดโรคซึมเศร้า  (๒) การค้นพบว่าคนเป็นโรคซึมเศร้ามีอาการ “คิดไปเอง” (automatic thoughts)   โดยตีความเรื่องราวต่างๆ ผิดเพี้ยน   เช่น คิดแยกขั้ว (all-or-nothing), โน้มเอียงที่จะคิดเชิงนามธรรมแบบใดแบบหนึ่ง (selective abstraction), และ คิดสรุปออกไปครอบคลุมกว้างขวาง (generalization) เกินไป   (๓) การค้นพบว่า ผู้ป่วยสามารถแก้ไขความคิดของตนเองได้ โดยแพทย์มีวิธีตั้งคำถาม ให้ผู้ป่วย “ได้คิด”  (๔) การค้นพบว่า เมื่อผู้ป่วยตรวจสอบความคิดของตนได้ และแก้ไขความคิดของตน อาการซึมเศร้าลดลง  

          จากการชมวิดีทัศน์สั้นๆ ไม่ถึงสิบนาทีของ Prof. Beck ให้ความคิดเชิงประเทืองปัญญาอย่างยิ่ง ว่าคนที่ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ทางวิชาการมีความคิดและพฤติกรรมในชีวิตอย่างไร   ท่านเล่าว่าท่านไม่ได้ตั้งเข็มชีวิตเป็นจิตแพทย์   คือท่านเข้าฝึกอบรมเฉพาะทางสาขาประสาทวิทยา ที่จะต้องหมุนเวียนไปฝึกด้านจิตเวช ๖ เดือน   หลังจบ ๖ เดือนท่านไปบ่นกับผู้ใหญ่ว่าฟังคนไข้ไม่รู้เรื่องเลย    ได้รับคำแนะนำว่าต้องฝึกฟังให้เข้าใจลึกเข้าไปในความคิดของผู้ป่วย   และน่าจะอยู่ฝึกอีก ๑ ปี ทำให้ท่านเบนมาเป็นจิตแพทย์ และค้นคิด CBT ได้ในที่สุด

          Prof. David T. Wong ผู้สังเคราะห์ยา Prozac ขึ้นต้นการบรรยายโดยบอกว่าการค้นพบยานี้เป็นผลงานของคนจำนวนมาก ไม่ใช่ผลงานของตนคนเดียว   และเล่าประวัติว่าผลงานนี้เริ่มจากDr. Irvine Slater หัวหน้าทีมวิจัยที่บริษัท Eli Lily ที่ใจกว้างให้โอกาสคนจบปริญญาเอกใหม่ๆ ได้คิดเองว่าจะทำงานคิดค้นอะไร  และมีวิสัยทัศน์ในการหาทีมงานมาร่วมกันทำงาน   ท่านทำ AAR จากมุมของ Eli Lily ด้วยว่าแม้ยานี้จะทำรายได้มหาศาลแก่บริษัท (ปี 1992 ขายได้ 1 พันล้านเหรียญ   ปี 1995 – 2001 ขายได้ปีละ 2 พันล้านเหรียญ)   และได้รับการยกย่องมากมาย   แต่ Eli Lily ก็พลาดโอกาสหลายอย่าง ได้แก่ บริษัทขาดจิตแพทย์ที่ฝึกอบรมมาอย่างดี สำหรับดำเนินการทดลองยา ทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้น 2 – 3 ปี   ไม่ได้รีบขยายขอบเขตของโรคที่ยานี้รักษาได้ ได้แก่โรค เบื่ออาหาร  OCD และ PTSD   มารู้ฤทธิ์ของยาต่อการรักษาโรคเหล่านี้ก็เมื่อหมดอายุสิทธิบัตรแล้ว  

          จบการบรรยายของผู้ได้รับรางวัล ๓ ท่านแล้ว ศ. นพ. สุพัฒน์ วาณิชย์การ เดินไปบอก Dr. Wong ให้มาทำความรู้จักญาติ คือผม   เพราะเราหน้าตาและทรงผมคล้ายคลึงกันมาก    มีคนพูดตั้งแต่ตอนที่คณะกรรมการรางวัลนานาชาติตัดสินรางวัล   และตอนเข้าพิจารณาในคณะกรรมการมูลนิธิ

          Prof. Ruth F. Bishop เล่าเรื่องสถานการณ์โรคท้องร่วงในเด็กที่โรงพยาบาล Royal Children Hospital เมลเบิร์น ออสเตรเลีย ที่ท่านทำงานอยู่ ปี ๒๕๑๕ ว่าร้อยละ ๘๘ ไม่ทราบสาเหตุ   ต่อมาอีก ๒ ปีให้หลัง เมื่อรู้จัก Rotavirus แล้ว    จึงพบว่าร้อยละ ๕๒ ของท้องร่วงมีสาเหตุจากเชื้อไวรัสชนิดนี้   ท่านเล่าเรื่องราวของการค้นพบเชื้อ ค้นพบว่าเชื้อไวรัสนี้ทำให้เกิดภูมิคุ้มกัน   นำไปสู่การผลิตวัคซีนที่ใช้กันกว้างขวางในขณะนี้

          อ่านรายละเอียดของผลงานของท่านทั้งสามได้ที่นี่

 

วิจารณ์ พานิช
๒๔ ม.ค.๕๕

Prof. Aaron T. Beck จากจอวิดีทัศน์

 

   

Prof. David T. Wong

 

Prof. Ruth F. Bishop