บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ศิลปะลายไทย

ชื่อเรื่อง              บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง  ศิลปะลายไทย  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 
ชั้นประถมศึกษาปีที่  6  โรงเรียนเทศบาลบ้านนาเหนือ  เทศบาลเมืองทุ่งสง 
จังหวัดนครศรีธรรมราช

ชื่อผู้วิจัย            นายประสิทธิ์   ชาญช่าง

ปีที่วิจัย              2553

 

บทคัดย่อ

 

                การจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปะในปัจจุบัน  ยังขาดสื่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพเพื่อใช้ในการจักกิจกรรมการเรียนการสอน จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักเรียน เรียนไม่เข้าใจเกิดความเบื่อหน่ายในการเรียน ด้วยเหตุนี้ ผู้วิจัยค้นคว้าจึงได้ศึกษา ค้นคว้าและพัฒนาสื่อในรูปของบทเรียนคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ศิลปะลายไทย 
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่  6  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของบทเรียนคอมพิวเตอร์และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ เรื่อง ศิลปะลายไทยที่ได้พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทศบาลบ้านนาเหนือ จำนวน 40 คน โดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่มจำนวน 1 ห้องเรียน สำหรับการสุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มทดลอง ผู้วิจัยใช้วิธีจับฉลาก โดยกำหนดให้กลุ่มที่จับฉลากได้หมายเลข 1 เป็นกลุ่มทดลองที่ได้รับการจัดการเรียนรู้จากแผนการเรียนรู้ด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 20 ข้อ และแบบวัดความพึงพอใของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ซึ่งมีค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.20-0.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.798 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและเปรียบเทียบค่ากับเกณฑ์ที่กำหนดโดยใช้ t-test

                ผลการวิจัย พบว่า บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน  เรื่อง  ศิลปะลายไทย  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่  6 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ 88.40/82.15 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่อง ศิลปะลายไทย สำหรับนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีทึ่ 6 สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05