ประสิทธิภาพการทำงาน (ทำไมฝรั่งเจริญกว่าไทย ๓๑)
สิ่งหนึ่งที่ฝรั่งเขาดีกว่าไทยอย่างเห็นได้ชัดคือประสิทธิภาพในการทำงาน ฝรั่งหนึ่งคนดูเหมือนว่าจะทำงานได้เท่ากับคนไทย 5 คน และทำได้ดีกว่าด้วย เช่น เวลาเราเข้าไปในห้างสรรพสินค้าของไทย จะเห็นพนักงานเดินกันยั้วเยี้ยไปหมด บางทีก็จับกลุ่มคุยกันอยู่ตรงหัวชั้นวางของ บางทีก็ขวางทางบังสินค้าไว้ทำให้เราเข้าไปดูสินค้าไม่ได้ พอถามหาสินค้าบางตัวก็ไม่รู้ว่าอยู่ไหน ต้องไปถามคนอื่นให้เราอีกต่อ
ส่วนห้างฝรั่งนั้นมีพนักงานน้อยกว่าเรา 10 เท่า แต่พอถามอะไรเขารู้หมดว่าอะไรอยู่ตรงไหน
พวกเลขานุการของไทยเราเดี๋ยวนี้จบตรีกันหมดแล้วมั๊ง บางคนจบโท ส่วนของฝรั่ง จบม.๖ เท่านั้น แต่ทำอะไรคล่องไปหมด ส่วนของเราทำงานไม่เป็น แค่ไปถามการใช้งาน word, excel พื้นๆยังตอบไม่ได้ เรื่องการเงิน บัญชี ยิ่งไปกันใหญ่ ร่างหนังสือก็ไม่สละสลวย
ผมไปเห็นคนงานปะซ่อมถนนที่เยอรมัน เขาทำงานคนเดียว คือเขาขับรถบดถนนมา แล้วลากพ่วงเอารถต้มยางมะตอยมาด้วยอีกคัน เขาเอาพลั่วตักหินเทลง เอายางมะตอยราด แล้วขับรถบดอัดทับไปมา คนเดียวจริงๆ ถ้าเป็นของไทยผมว่าไม่น้อยกว่า 5 คือ คนขับรถบด เด็กติดรถบด คนขับรถยางมะตอย เด็กติดรถ คนขับรถหินและเด็กติดรถ
ที่สวีเดนผมเห็นรถเก็บขยะตอนเช้ามันทำงานด้วย คนคนเดียวอีกแล้ว คือเป็นทั้งคนขับและคนเก็บขยะ (ถ้าเป็นของเราก็ห้าคน คือ คนขับ เด็กติดรถ และ คนเก็บขยะอีกสองหรือสาม) ผมเข้าไปสัมภาษณ์เขาคุยกับผมอย่างดีมาก พูดอังกฤษชัดแจ๋ว
กลับมาที่เยอรมัน ผมแวะไปกินอาหารร้านหนึ่งมันบรรยากาศดีมาก โอเพนแอร์ มีโต๊ะประมาณ 15 โต๊ะ แน่นขนัดทุกโต๊ะ แสดงว่าคงอร่อย ปรากฏว่าทั้งร้านมีพนักงานคนเดียว คือ เจ้าของร้านที่เป็นทั้งกุ๊ก คนเสริฟ เก็บเงิน นึกว่าจะช้าสิ ตรงข้ามเลยครับเพราะเขาทำงานไวมากๆ แถมอาหารอร่อย เพราะปรุงสดๆ ให้เราเห็นด้วย มันยั่วน้ำลายมากเลย ถ้าเป็นของเราจะมีเด็กเสริฟ 5 คนแน่ๆ แต่ละคนก็จะว่างงานแล้วมายืนคอยมองเราว่าแก้วน้ำพร่องไปหรือยัง จิบไปสองอึกมันมารินน้ำให้อีกแล้ว (น่ารำคาญมากๆ)
ตาลุงคนนี้ที่เอวแกมีกระเป๋าสตางค์สำหรับทอนเงินคาดไว้ และมีเครื่องรูดบัตรเครดิทห้อยไว้ด้วย เวลามาเก็บตังค์แกก็มาครั้งเดียว ทอนเงินเสร็จแกก็เก็บจานและเช็ดโต๊ะพร้อมเลยทีเดียว ...สุดยอดแห่งประสิทธิภาพจริงๆ
ที่ฝรั่งเขาใช้คนเปลืองกว่าเราก็เห็นจะเป็นครูนี่แหละครับ ของเขาใช้ครูหนึ่งคนสอนนร. 15-20 คน ของเราเก่งกว่าสอนตั้ง 50 กว่าคน แต่เรามีครูที่ไม่สอนเสียก็มาก ไปเป็นผบห. ฝ่ายต่างๆ
เมืองใหญ่ในตปท. จะมีศาลากลาง (city hall) ที่เล็กนิดเดียว มีคนทำงานน้อยมาก แต่ของไทยเราเมืองนิดเดียวแต่ที่ทำการราชการใหญ่โตมาก บางอำเภอในชนบท ผมมองเห็นบ้านคนไม่น่าเกิน 50 หลัง แต่พนักงานขรก. เต็มอัตราศึกเหมือนเดิม ยิ่งตอนนี้เห็นอาคารอบต. สร้างใหม่กันเป็นตับ ยอมรับว่าออกแบบกันได้สวยมาก ๆ แต่โอ้โฮ อะไรมันจะอลังการปานนั้น ทั้งที่เป็นตำบลเล็กๆ ภาษีบำรุงท้องที่จะพอจ่ายเงินเดือน ค่าน้ำค่าไฟไหมเนี่ย
เข้าไปในตึกเขา ตึกๆ เดียวรวมกิจกรรมทุกอย่างของรัฐไว้หมด ส่วนของเราต้องแยกตึกกัน พวกที่ดิน พวกสรรพากร ศุลกากร พาสปอร์ท อีกทั้งระบบเอกสารเขามีน้อยมาก ก็เลยไม่ต้องมาทำธุรกรรมให้มากเรื่องมากราว ที่ usa มีใบขับขี่ใบเดียวก็ใช้ซื้อรถยนต์ซื้อบ้านได้แล้ว (ไม่ต้องถ่ายสำเนา รับรองสำเนาถูกต้องกันเป็นเทือกอีกต่างหาก)
ปั๊มน้ำมันของเราก็มีเด็กปั๊มมาคอยเติม บางทีเข้าไปจอดตั้งนานมันก็คุยกันเพลินไม่รีบมาเติมให้ มาเติมแล้วก็เอามือกุมหัวจ่ายอยู่นั่นแหละ (อู้) ทั้งที่ กดปุ่มอัตโนมัติปล่อยมือออก แล้วไปเติมให้คันอื่นได้อีก 10 คันก็ทำได้ ส่วนของฝรั่งเราต้องเติมเองทั้งนั้น คนรวยจริงๆถึงมีเด็กเติมให้ ซึ่งราคาจะแพงกว่าการเติมเอง พอเติมเสร็จก็เสียบบัตรเครดิทที่หัวปั๊มจ่ายเงินเอง ส่วนของเราถ้ามีปั๊มไหนให้บริการตัวเองแล้วราคาเท่ากัน ผมจะเลือกบริการตัวเองแน่ๆ เพราะรำคาญไอ้เด็กปั๊มพวกนี้มาก ที่มักเติมจนล้น บางคนมันมาเคาะตัวถังรถเราร้องฮัมเพลงเล่นก็มี
ทำอย่างไรเราจะมาวางฐานรากการทำงานของคนไทยให้มีประสิทธิภาพกันได้สูงๆกว่านี้ วิธีหนึ่งคือต้องให้ค่าแรงแพงๆ พอค่าแรงแพงนายจ้างมันก็ไม่มีปัญญามาจ้างทิ้งจ้างขว้างแบบนี้ มันก็ต้องหาทางรีดปสภ.ออกมาให้คุ้มค่าแรงแหละผมว่า
ผมได้เคยเสนอไว้ในบทความอื่นแล้วว่า ขรก.ไทยนั้นให้เงินเดือนเพิ่มสองเท่า แล้วลดจำนวนลงสามเท่า ก็ยังมีเงินเหลือ เงินนี้เอามาจ้างครูเพิ่ม
ตำรวจก็อีกพวกต้องลดจำนวนลงให้มากๆ พอมีตำรวจล้นงาน ก็ไปทำงานกักด่านกั้นถนนกันหมด หรือไปนั่งตามร้านทองโน่น หรือ ไปขับรถนำขบวนงานทอดกฐินคนดัง
...คนถางทาง (๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)