ผลกรรมของมนุษย์ : โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และ ทางเดินอาหาร
ความเจ็บป่วยของมนุษย์ย่อมมีสาเหตุจากการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน มาก่อนจะเป็นปัจจุบันชาติ หรืออดีตชาติ สุดแล้วแต่ บางคนเหมาว่าชาตินี้ไม่เคยทำการเบียดเบียนใครเลยได้แต่ทำบุญกุศล "ทำไมต้องเป็นเรา?" แบบนี้นอกจากจะไม่เชื่อกรรมเวรสนองผู้ก่อกรรมแล้ว ยังคงมีวาระซ่อนเร้นอยู่คือ มิจฉาทิฏฐิ ความคิดเห็นผิด มีอัตตาตัวเองสูง คิดว่ายิ่งใหญ่แล้ว ทำบุญทำกุศลที่ยิ่งใหญ่ไปแล้ว ไม่เห็นช่วยได้เลย ....
โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และ ทางเดินอาหาร เป็นเรื่องของการเบียดเบียน เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน โดย ผลิต และ จำหน่าย อาหาร หรือ เครื่องดิ่ม หรือ สิ่งเป็นพิษต่อร่างกายเพื่อนมนุษย์ ด้วยกัน ให้มีสุขภาพแย่ อ่อนแรง บั่นทอนอายุขัย เสียทรัพย์ในการดูแลรักษา
ผลกรรมคือ ทำให้ระบบในร่างกายเสื่อมโทรม มีอาการภูมิแพ้ต่างๆ อ่อนแรง จะต้องไปทำการรักษา จ่ายค่ารักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง
การผลิตอาหาร และจำหน่ายเครื่องบริโภค ต่างๆ ที่เป็นพิษต่อร่างกายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นโทษแบบมหาชนโดยรวม ขึ้นอยู่กับ ปริมาณกลุ่มชนที่เคยทำกรรมไว้ อย่างไร ระดับความรุนแรงของพิษ เป็นอย่างไร ระดับความเสียหาย ส่งผลกว้างขวาง อย่างไร และ รู้สึกชื่นชมในความสำเร็จที่สามารถแพร่สิ่งเป็นพิษได้มากน้อย อย่างไร
มนุษย์มองไม่เห็นข้อผิดพลาดของตนเอง เพราะมุ่งแต่จะแสวงหาผลประโยชน์ กอบโกยเงินเข้ากระเป๋าของตนเอง นั่นเป็นมุมมองในเชิงรูปธรรม แต่ในอีกมุมมองหนึ่งคือ กายที่แท้ของมนุษย์ คือ กายทิพย์ จะรู้ตัวว่าสิ่งที่ทำใน กายหยาบ หรือ กายเนื้อ เป็นสิ่งที่ผิด มโนธาตุ (ธาตุดีงาม และเป็นบารมีแห่งใจ ให้กับกายทิพย์) จะถอนตัวออกจาก กายทิพย์ไป.... หลอกผู้อื่นได้ แต่หลอกตัวเอง หรือ กายทิพย์ตัวเองไม่ได้แน่นอน
มนุษย์ที่แสวงหาผลประโยชน์แก่ตัวเอง โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเห็นแก่ตัว ผลิตและจำหน่ายสิ่งของที่เป็นโทษต่อร่างกายมนุษย์ แล้ว จะเป็นผู้มีโรคมาก ....แล้วแต่ว่าจำหน่ายสิ่งใดให้เป็นโทษต่อร่างกายอย่างไร
ดูเอาเองเถิด มนุษย์ตนนั้น จะมีโรคมาก ตั้งแต่ ภูมิแพ้ ... โรคเลือด ไม่กลับใจ จะมีนิสัยเอาแต่ใจ มักมาก(โลภะ) เป็นพื้นฐาน .....
โดยมีจิตวิญญาณ เป็นกำลังขับเคลื่อน ควบคุม กายหยาบ (แทนกายทิพย์) มีรูปร่างเป็น สัตว์เดรัจฉาน หรือ เปรต
กรรมนี่น่ากลัวเนอะ นิดนึงก็ไม่ได้ ให้ผลเท่าเทียมกัน ตามที่มัน.....สร้างไว้ บางคนคิดว่า ชาตินี้ทำแต่สิ่งดี ทำไมมีสิ่งที่ไม่ดีมาหา นั่นคงเป็นเพราะว่า กรรมในอดีตชาตินั่นเอง ใครจะไปรู้ล่ะว่า ตัวเองเคยสร้างเวรกรรมอะไรไว้ในอดีต นอกจาก คนที่มีอภิญญา 555 วิเศษณ์มาก หากไม่....... ก็คงไม่เชื่อ อิอิ ขนาดพระศาสดาของเรา ยังมีเศษกรรมติดมาจนถึงชาติที่จะปรินิพพานเลย เพียงแค่ในอดีต พระองค์ยังไม่ให้โค กินน้ำขุ่น แต่รอให้ไปกินน้ำใสข้างหน้า คิดดูเถอะว่า กรรมยังตามมาทัน ให้ผลได้ ในครั้งที่ประชวรเป็นโรคอะไรไม่รู้สิ จำไม่ได้ อิอิ แล้ว กระหายน้ำ เลย ให้พระอานนท์ ไปตักน้ำในลำธารมา แต่ว่าพระอนุชาเห็นว่าน้ำขุ่น จึงยังไม่ตัก แต่จะรอไปตักเอาข้างหน้าเพื่อที่ว่าจะให้พระพุทธเจ้าดื่มน้ำใส จน พพจ.ทนกระหายน้ำไม่ไหว (ได้กำหนดรู้ความคิดในใจพระอนุชา)จึงตรัสสั่งให้ตักน้ำขึ้นมาเลยเสีย ปรากฎว่า พอพระอานนท์ตักขึ้นมา น้ำก็ใส ไม่ได้ขุ่นอย่างที่เห็นในครั้งแรก แล้วพระองค์จึงตรัสถึงเหตุแห่งกรรมนี้ให้พระอานนท์ฟัง
องค์พระศาสดาแห่งพุทธ ได้กล่าว ไว้ให้แล้ว
ทุกสิ่งปรากฎ ย่อมมีเหตุ
จะเป็นเหตุอันใดก่ให้ สังเกตุจากผลที่ปรากฎ ดังนั้นไม่มีความจำ
เป็นใดที่จะต้องมี อภิญญา ใดๆ
ผลที่ไม่ดีปรากฎ เพราะมีเหตุที่ไม่ดีได้ถูกกระทำมาก่อนในอดีต
ผลที่ดีปรากฎ เพราะมีเหตุที่ดีได้ถูกกระทำมาก่อนในอดีต
ผลที่ดีก่อย่าได้หลงไหลได้ปลื้ม ยังคงเพื่อความไม่ประมาท
แต่ผลที่ไม่ดี ก่ ต้องชำระ
ทำไม ต้องชำระ.....
เอาแบบ พื้นๆ คนดีชอบแก้ไข คน....อะไรดี... ที่ชอบแก้ตัว
อยากเป็นคนดี ก่ ต้องตั้งใจแก้ไขสิ่งที่ตนเองทำไม่ดีในอดีต