ผมมีความเชื่อว่า คนเราต้องฝึกสมองส่วนเหตุผลด้วย “แบบฝึกหัด” เชิงคุณธรรมจริยธรรมอยู่เสมอ เพื่อให้สมองคล่องแคล่วที่จะวิ่งเข้าสู่วงจรแห่งแหตุผลเชิงจริยธรรมโดยไม่ต้องคิด และยิ่งถ้าฝึกให้รอไตร่ตรองได้ด้วย ก็ยิ่งดี.....

 

          บทความเรื่อง The Age of Immoralityโดย Casey Schwartz ลงในนิตยสาร นิวสวีก ฉบับวันที่ ๒๓ ม.ค. ๕๕ อ้างถึงผลงานวิจัยของ Joshua Greene ศาสตราจารย์ด้าน Moral Psychologyแห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ว่าตามปกติมนุษย์เราใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลในการตัดสินใจเชิงศีลธรรม

          เขาบอกว่า ในเรื่องการตัดสินใจเชิงศีลธรรม สมองทำงานใน ๒ มิติ คือมิติเหตุผล กับมิติอารมณ์ และ Greene พบว่า เมื่อตรวจสอบการทำงานของสมองเมื่อคนเราเผชิญปัญหาเชิงศีลธรรม จะพบว่าส่วนใหญ่สมองส่วนอารมณ์ทำงาน ไม่ใช้สมองส่วนเหตุผล

          ผลการวิจัยเกี่ยวกับสมอง บอกว่าสมองส่วนอารมณ์ทำงานสนองตอบอย่างรวดเร็วเมื่อเผชิญสถานการณ์ ในขณะที่สมองส่วนเหตุผลต้องการเวลา ซึ่งก็ตรงกับคำแนะนำสั่งสอนว่าคนเราต้องรู้จักยั้งคิด ไม่ตกอยู่ใต้บังคับของอารมณ์ชั่วแล่น

          ผมมีความเชื่อว่า คนเราต้องฝึกสมองส่วนเหตุผลด้วย “แบบฝึกหัด” เชิงคุณธรรมจริยธรรมอยู่เสมอ เพื่อให้สมองคล่องแคล่วที่จะวิ่งเข้าสู่วงจรแห่งแหตุผลเชิงจริยธรรมโดยไม่ต้องคิด และยิ่งถ้าฝึกให้รอไตร่ตรองได้ด้วย ก็ยิ่งดี นี่คือการฝึกสมองส่วน EF (Executive Function) ที่ผมเคยบันทึกไว้ที่นี่

 

วิจารณ์ พานิช

๒๑ ม.ค. ๕๕