สมัยเป็นเด็ก เวลาเรียนประวัติศาสตร์ตอนไทยรบกับพม่า มักเจอบ่อยๆว่า ถ้าใกล้หน้าฝนแล้วพม่ายังตีกรุงศรีอยุธยาไม่แตก ก็จะรีบยกทัพกลับไม่คิดจะรบต่อ แม้ตอนอยุธยารบกับเชียงใหม่ก็เลิกรบกันเพราะน้ำกำลังจะมาเช่นกัน ตอนเป็นเด็กก็รู้ไปยังงั้นเอง ไม่มีความรู้อื่นงอกงามตามมาอีก ต่อเมื่อโตขึ้นได้นั่งรถไฟลงไปภาคกลางได้เห็นบ้านไทยใต้ถุนสูงจำนวนมาก และเคยได้เดินบนสะพานไม้ที่ขนาบด้วยบ้านใต้ถุนสูง(ซึ่งทำให้สะพานไม้นั้นทำหน้าที่ถนนนั่นเอง) จึงเริ่มรู้ว่า ภาคกลางของเราจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี คนไทยในอดีตจึงอยู่กับน้ำอย่างคนที่รู้จักน้ำ และอยู่อย่างปลอดภัยจากน้ำท่วมด้วยบ้านใต้ถุนสูง และด้วยการปล่อยให้พื้นที่นอกบ้านมีหนอง บึง บางจำนวนมากเป็นที่เก็บน้ำ และมีคลองจำนวนมากเช่นกัน เป็น ทางด่วน ให้น้ำไหลผ่านที่ดินอย่างสะดวกไปลงทะเลได้อย่างรวดเร็ว การยกทัพกลับก่อนหน้าฝนของพม่าแสดงว่าน้ำท่วมภาคกลางเป็นปรากฏการณ์คู่กับประเทศไทยมานานหลายศตวรรษแล้ว และคงจะน่ากลัวไม่น้อยจนทำให้พม่ากลัวน้ำยิ่งกว่ากลัวทหารไทย การเสียกรุงศรีอยุธยาในเดือนเมษายน น่าจะยืนยันเรื่องนี้ได้
แผนพัฒนาฯ ฉบับแล้วฉบับเล่าที่เริ่มมาไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ ทำให้ตัวเมืองขยายออกและรุกคืบเข้าไปในที่ราบลุ่มที่เคยถูกน้ำท่วมเป็นประจำ คลอง หนอง บึง บาง ถูกถมจนลดจำนวนลงเรื่อยๆ ปรากฏการณ์เช่นนี้ดำเนินมาโดยใช้เงินลงทุนมากมายมหาศาล
มาวันนี้ เราต้องลงทุนอย่างมหาศาลอีกครั้งหนึ่งเพื่อสร้างสิ่งที่เคยลงทุนทำลายไปอย่างต่อเนื่องมานานขึ้นมาใหม่ รัฐบาลที่สมัยเป็นฝ่ายค้านเคยว่ารัฐบาลก่อนว่า “ดีแต่กู้” วันนี้ก็ทำอย่างเดียวกันแถมทำมากกว่าด้วย ดังนั้น รัฐบาลนี้จึงควรได้ชื่อว่า “ดีตรงกู้มากกว่า” (ซึ่งฟังแล้วดูเหมือนจะเท่กว่าด้วย)
บทความหนึ่งกล่าวตอนหนึ่งว่า “ประชาชนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร รัฐบาลก็เป็นอย่างนั้น” (อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนมองด้วยหางตา) ลองคิดดูแล้วก็มีส่วนจริง เพราะว่า หากเราย่อประเทศเราลงเป็นคนๆ หนึ่ง เราก็คือคนที่ใช้จ่ายสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองก่อน แล้วเสียค่าใช้จ่ายใหม่อีกเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนนั้น ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมมากตัวอย่างหนึ่งคือ (เพื่อนที่เป็นหมอคนหนึ่งบอกว่า) โรคภัยไข้เจ็บของคนเรากว่าครึ่งหนึ่งเข้าสู่ตัวเราทางปากของเรานี่แหละ แล้วหลังจากนั้นเราก็ซื้อยาราคาแพงมาบำบัดอาการป่วยอีกที ข้อนี้ ศิลปินพื้นบ้านรายหนึ่งพูดเองว่าเขาเป็นคนประเภท “ตอนเย็นกินเหล้า ตอนเช้ากินยา” เหมือนจะยืนยันว่า ที่หมอพูดนั้นถูกต้องแล้ว ทั้งๆที่ทั้งสองคนนี้ไม่รู้จักกัน
นี่แหละครับ คนไทยและประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา
ประชาชนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร รัฐบาลก็เป็นอย่างนั้น”
...
อ่านแล้วสะท้อนเรื่องสิทธิหนึ่งเสียง ที่เราใช้ระบบ ประชาธิปไตย นั้น
แท้จริงแล้ว เราพร้อมยังและเหมาะหรือไม่ สะเทือนจิต ด้วยค่ะอาจารย์
....คน..วิ่งหนีเงา.."ตัวเอง"...อิอิ...( วิ่ง กันมานาน..กลางแดด..หอบแฮกๆๆ..ลิ้นห้อยเหมือน หมาเลย(แฮะ)..เห็น "ต้นไม้"..เข้าหลบแดด..."เงา"หายไป...แถมเย็น "ดี"...(เลย"คิดได้"..)...จริงหรือเปล่าไม่..รุ...อ้ะ...ยายธี
สวัสดีครับอาจารย์..ขอบคุณที่แวะไปทักทายครับ..บ้านผมที่อยุธยาแต่ก่อนเราคุ้นกันแต่คำว่า"หน้าน้ำ"..เพราะเป็นช่วงที่น้ำหลากเข้าทุ่งที่เราทำนา ต้นข้าวก็จะลอยขึ้นตามน้ำไม่เสียหาย แถมได้ปลา ได้กุ้ง มาทำกะปิ น้ำปลาด้วย ..ที่ว่า"ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" นั่นแหละครับ..ความเจริญของโลกทำให้เขาเอา นิคมอุตสาหกรรมไปตั้งที่กลางทุ่งนา..จากนั้นถนนหนทาง หมู่บ้านจัดสรร ก็เกิดกลางทุ่งนามากมาย ...น้ำเลยไม่ไปตามธรรมชาติ..บ้านผมใต้ถุนสูงไม่เคยมีปีใหนที่"หน้าน้ำ"แล้ว น้ำท่วมพื้นบ้าน ปีที่ผ่านมาระดับน้ำสูงกว่าพื้นบ้านประมาณ ๕๐ ซม.อยู่ไม่ได้เลย...ขอบคุณอีกครั้งครับ :)