มนุษย์มักผูกเรื่องราวแต่ไม่ผูกสัมพันธ์

เพียงวันนี้มองชีวิตอย่างที่มันเป็นจริงๆไม่ใช่เราคิดว่าเราควรจะได้น่ะ เราจะพบชีวิตมีสุขที่แสนจะเรียบง่ายครับ มันอยู่ใกล้มากครับ เพียงคุณมองมัน…

                    ต้องขอขอบคุณมากครับ สำหรับท่านที่มอบดอกไม้ให้เป็นกำลังใจตั้งแต่เขียนหัวข้อขึ้นมาเอง ทั้งที่ยังไม่ได้เขียนเนื้อหาอะไรเลย…

ที่ผมได้เขียนเรื่องราวนี้ขึ้นมา ก็จากที่ผมได้ขับรถจากการทำภาระกิจงาน และกำลังจะเดินทางกลับยังอู่ข้าวอู่น้ำที่หลังมอชอ ผมขับรถเลี้ยวจากทางแยก แหล่งความเสี่ยงของชีวิตบนท้องถนน ผมก็ได้เห็นผู้ชายคนหนึ่งพอมีอายุเลยวัยกลางคน(ผมคิดเองน่ะครับ)กับผู้หญิงวัยใกล้เคียงกัน กำลังยืนมองกระดาษขนาดA4แข็งติดยังกระจกรถด้านข้างคนขับและที่ล้อหน้าได้มีวัตถุบางอย่างล็อคล้อรถด้านหน้า มองแล้วตัดสินตามอัตโนมัติแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก โดนตำรวจล็อคล้อรถ! เนื่องด้วยจอดในที่ห้ามจอดบริเวณหัวมุมก่อนถึงหน้า รพ.มหาราช เชียงใหม่ สิ่งที่ผมเห็นคือเขาแสดงอาการบางอย่างที่ไม่ค่อยจะพอใจและมีอาการหงุดหงิดไม่พึงต้องการในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเขา และหากคิดพิจารณาต่อก็อาจเป็นไปได้ที่เขาเร่งรีบเพื่อจะไปทำภาระกิจที่นัดหมายหรือกำหนดไว้ ลองผูกเรื่องราวสิครับหากเอาเรื่องของการถูกล็อคล้อรถรวมกับการนัดหมาย กำหนดการดำเนินกิจกรรมบางอย่างต่อ และให้ความสลักสำคัญกับกิจกรรมต่อไปอีก อารมณ์ การแสดงออกบางอย่างที่เห็นและผู้อื่นสัมผัสได้นั้น อาจจะทำให้ใครหลายคนคงไม่อยากเข้าใกล้เลยล่ะ หรือไม่ได้รับพลังหรือคุณค่าอะไรเลยจากการเข้าไปสนทนาหรือยุ่งเกี่ยวด้วยในขณะนั้น และอีกด้านคือตัวของเขาเองก็อาจจะกำลังมองถึงการที่มีบางอย่างที่มันผิดและมีผู้ถูกกระทำ อย่างไม่ยุติธรรม ควรได้รับการเห็นใจ เพราะเขาก็มีภาระกิจเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการมากมาย มันต้องเลื่อน ! มันเลื่อนไม่ได้ ! มันต้องเกิดความเสียหายกับงาน! กับความหน้าเชื่อถือ อะไรๆอีกมากมายต้องพังแน่ชีวิตฉัน !… มันเหมือนเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องน่ะครับ ตลกนะ แต่มันคือชีวิตคุณเลยแหละครับ เพราะเวลาที่มันเกิดเรื่องราวบางอย่าง และมันจะเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียวหากมันดันไปตรงกับงานที่เราคาดหมายไว้ นัดที่เรากำลังให้ความสนใจ ของที่เราหมายมั่นปั้นมือจะไปเอามาครอบครองและกอดมัน ยิ้มยาวไปตลอดสุดสัปดาห์ และมันจะโหดร้ายมากสำหรับชีวิตของคุณเมื่อมันดันตรงเวลาเร่งรีบในช่วงที่เราต้องไปจัดการใบสั่ง ซึ่งมันอยู่คนละที่กับจุดเกิดเหตุ แบบยุ่งยาก พร้อมของแถมคือรถติด ใช่…เราคือเหยื่อที่โชคร้ายและน่าสงสาร แน่นอนผู้ที่มีความอำมหิตเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมเลือดเย็น ไร้ซึ่งเมตตา คือใครครับ? "ใช่…ตำรวจจราจรง่ะ" 555 สุดท้ายก็ต้องย่อมไปชำระบาปกันที่โรงพักด้วยสีหน้าเหมือนดั่งว่าถูกกลั่นแกล้ง แอบงอน แล้วก็บ่นๆๆๆๆเล็กน้อยก่อนย่อมจ่าย แล้ววันนั้นมันก็เป็นวันที่โหดร้ายอันแสนจะยาวนาน พานไปถึงทุกเรื่อง กลับเข้าที่ทำงานเป็นไงต่อ ? กลับบ้าน ? และสุดทางมันก็คือเป็นเหตุผลดีๆสำหรับแก้ตัวกับนัดทั้งหลายหรือกำหนดส่งงานที่สำคัญ ทั้งหมดนี้เกิดจากการผูกเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกันต่างหาก แต่ลองจินตนาการสิครับว่าหากวันนั้น ตอนเช้าเราได้ข่าวดีทั้งตำแหน่งใหม่ เงินเดือน โบนัสเพิ่ม ได้รับของขวัญ การตอบรับรักหรืออะไรก็ตามที่เป็นข่าวดี และวันนั้นไม่มีกำหนดนัดหมายอะไรเลย ว่างทั้งวัน… มันจะไม่มีเรื่องราวที่ใหญ่โตอันใดทำลายความสุขของวันนั้นเลย…แต่ลองพิจารณาสิครับว่าหากคุณลองแยกแยะว่านัดหมายก็คือนัดหมาย และตอนนี้ต้องจัดการบางอย่างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับผิดชอบสิ! เพราะคุณทำเองงงง…หากคิดแบบไม่ปรุงแต่ง ตีความ ให้ความหมายอะไรมันมากน่ะครับ ก็แค่จัดการทุกสิ่งอย่างในแบบที่ควรจะต้องจัดการ สื่อสารและรับผลทุกอย่างหลังจากนี้เพราะเราคือต้นกำหนดของทุกสิ่งของชีวิตเราที่ทำให้มันเกิดขึ้นทั้งสิ้น คำถามคือ แล้วเอาไงต่อล่ะ ? หากเกิดอะไรขึ้น จะไปต่อหรือจะจมอยู่กับโศกอนาศตกรรมที่สิ่งนั้นสิ่งนี้ที่มันเป็นตัวการทำให้เราเป็นแบบนี้ล่ะ มันก็เท่านั้น…

สำหรับในมุมมองของผม มนุษย์เรามักให้ความหมายกับทุกๆสิ่งที่มันเกิดขึ้นแต่เราไม่แยกแยะว่า "สิ่งที่มันเกิดขึ้น"กับ"เรื่องราว"ที่เราปรุงและแต่งจากสิ่งที่มันเกิดขึ้นนั้น หากมองลงไปอย่างมีสติ เราจะเห็นว่ามันคนละเรื่องเลย พิจารณาให้หนัก ว่าอะไรที่มันมีผลกระทบต่อชีวิตเราจริงๆ ระหว่าง"สิ่งที่มันเกิดขึ้นตรงนั้นกับเรื่องราวที่เราให้ความหมายกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น" แต่ส่วนใหญ่เรามัก "ผูก" มันเข้าด้วยกัน และมันก็เลยอีรุงตุงนังสับสนทางออกย่อมหาได้ยาก เพียงวันนี้มองชีวิตอย่างที่มันเป็นจริงๆไม่ใช่เราคิดว่าเราควรจะได้น่ะ เราจะพบชีวิตมีสุขที่แสนจะเรียบง่ายครับ มันอยู่ใกล้มากครับ เพียงคุณมองมัน…

                               ขอบคุณทุกโอกาสที่ให้ผมได้แบ่งปันเรื่องราวจากสิ่งที่มันเกิดกับชีวิตของผม

_ติดตามต่อในเรื่องผูกสัมพันธ์ได้ หลังจากได้รับรสเรื่องราวของ "ผูกเรื่องราว"แล้ว_

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชีวิตมีสุข มองมันในมุมที่แตกต่าง



ความเห็น (0)