การทำนาปลูกข้าว ไม่ซ้ำเติมปัญหาภาวะโลกร้อน


พวกเขาคงไม่ได้คิดหรืออาจจะลืมคิดว่าการทำเกษตรกรรมเพื่อผลิตเป็นอาหารของชาวตะวันออกส่วนหนึ่งก็เพื่อส่งเสียลำเลียงเลี้ยงดูชาวตะวันตกมิให้อดอยากปากแห้ง

 

สภาพอากาศของไทยยามนี้รู้สึกจะมีถึงสามฤดูหรือมากกว่าคือหนาว ฝนปนร้อน เจือด้วยร้อนมากร้อนน้อยมีให้เลือกหลากรสหลายอารมณ์ในดูกาลเดียว ต้นไม้ต้นไร่ให้ดอกผลเปลี่ยนแปลงแผลงไปไม่ตรงกับฤดูกาลชวนให้คิดว่าโลกนี้จะอยู่กับไปอีกนานไหม จะเป็นเราหรือมันที่ตายก่อนอดเป็นทุกข์ไม่ได้ แต่พอฟังอาจารย์อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยาท่านสัมภาษณ์ไว้กับสื่ออะไรจำไม่ได้บอกว่าอายุโลกของเรายังอยู่อีกหลายพันปีค่อยโล่งใจเบากายลงไปบ้างดีกว่าไปฟังคำทำนายจากเด็กชายปลาบู่เยอะเลย
 
โลกร้อนเพราะน้ำมือมนุษย์อย่างเราๆท่านๆนี่แหละครับที่เป็นต้นเหตุเกือบทั้งหมด ถ้ายอมทำใจอยู่กับป่าเขาลำเนาไพรแมกไม้และสัตว์ป่าไม่นอนนั่งห้องแอร์คอนดิชั่น ไม่ขับรถยนต์หรือขี่เครื่องบิน ไม่ช็อปปิ้งห้างสรรพสินค้า ไม่ใส่เสื้อผ้าหรูๆ ยอมทำใจหยุดใช้สิ่งอำนวยความสะดวกทุกชนิดใช้ชีวิตที่เรียบง่ายสอดคล้องสมดุลย์กับธรรมชาติ ประเทศแถบยุโรปอเมริกาญี่ปุ่นก็ไม่ต้องสร้างโรงงานอุตสาหกรรมผลิตสิ่งต่างๆเหล่านี้ออกมาและสร้างปัญหาปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ให้เป็นปัญหากับมนุษยชาติอย่างเช่นทุกวันนี้ แถมยังผลักดันยันปัญหามาให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาว่าเป็นผู้ที่สร้างปัญหาเพิ่มคาร์บอนไดอ๊อกไซด์และใส่มีเธนเพิ่มเข้าไปในบรรยากาศจากการกิจกรรมเผาฟางหมักตอซัง
 
พวกเขาคงไม่ได้คิดหรืออาจจะลืมคิดว่าการทำเกษตรกรรมเพื่อผลิตเป็นอาหารของชาวตะวันออกส่วนหนึ่งก็เพื่อส่งเสียลำเลียงเลี้ยงดูชาวตะวันตกมิให้อดอยากปากแห้งจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นเพาะปลูกพืชได้น้อยนิดกระจิ๊ดเดียวไม่หลากหลาย ฝรั่งมังค่าตาน้ำข้าวปัจจุบันถึงได้กระเสือกกระสนรอนแรมมาหานาทำกำรวงทางฝั่งเอเชียกันครึกโครมแถมยังยอมเป็นเขยไทยไม่เว้นแต่ละวันเพราะความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินมาตุภูมิของเราชาวไทยนี้เองที่เป็นสิ่งดึงดูด 
 
การผลักภาระนำพาปัญหามาสู่วิถีเกษตรจากการกระทำของประเทศที่ร่ำรวยมาให้ประเทศที่ยากจน (ประเทศที่ยากจนจะทำเกษตรและเพาะปลูกจำนวนมาก) จึงไม่น่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องยุติธรรม เพราะพืชไร่ไม้ผลและข้าวเป็นสิ่งที่ช่วยดูดซับจับก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมทั้งหลายที่ขนย้ายถ่ายเทโรงงานมาตั้งถิ่นฐานผลิตในบ้านเรา โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์พืชดูดและสะสมในลำต้นหรือเซลล์มากมายเพียงใดเมื่อผุผังย่อยสลายก็ไม่น่าจะคายก๊าซคาร์บอนไดส่วนเกินให้แก่โลก คงมีแต่ความสมดุลย์พอดีให้สิ่งมีชีวิตในโลกได้ใช้ได้อาศัยในการดำรงชีวิตเป็นวัฏจักรวงจร มิได้เหลื่อมล้ำแปลกปลอมเกินความจำเป็นเหมือนที่โรงงานอุตสาหกรรมเขาทำ
 
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
หมายเลขบันทึก: 478204เขียนเมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2012 07:28 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 พฤษภาคม 2012 14:47 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี