ปัจจุบัน การบริโภคไม่ได้สิ้นสุดลงตรงที่การได้รับความพึงพอใจสูงสุดแต่เพียงอย่างเดียว เกี่ยวเนื่องจากในสินค้าและบริการนั้น ยังมีสารปนเปื้อนทาง “วัฒนธรรม” ที่ครอบงำตามมาด้วย

 

“การบริโภคด้วยปัญญา ช่วยเยียวยาและรักษาวัฒนธรรมที่ดีงามให้คงอยู่สืบไป และช่วยขับไล่วัฒนธรรมที่ไม่เหมาะสมรวมถึงค่านิยมที่สร้างความเสื่อมเสียหาย ให้ตายไปจากสังคม”


วิวัฒนาการในการส่งผ่านของทุน มีความยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก หากเรารู้ไม่เท่าทัน เท่ากับ เป็นการสั่งสมสารปนเปื้อนเอาไว้ในสังคม

        ปฐมฐานของการเบ่งบานของทุนนั้นเริ่มต้นจากภายนอก มุ่งออกแบบแทรกซึมผ่านเทคโนโลยี เพื่อใช้เป็นยุทธวิธีในการครอบงำนำทางเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ในกลุ่มประเทศโลกที่สาม พยามคิดค้นประดิษฐ์ สร้างสรรค์ เมื่อเดินมาถึงทางตันแห่งความจำกัดทางทรัพยากร

ก็ย้อนศร

      เข้ามารุกคืบครอบงำภายใน คือ จิตใจของคน โดยมุ่งเน้นเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นำวัฒนธรรมมาปนเปื้อนในสินค้า สร้างราคาให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ส่งเสริมเป็นค่านิยมในการบริโภค ที่ถูกอุปโลกน์ให้เป็นสิ่งศิวิไลซ์ สร้างความหลงใหลในกับดัก “ลัทธิบริโภคนิยม” ที่ปนเปื้อนผ่านเข้ามาทั้ง อาหาร การกิน แฟชั่น สันทนาการ บริการภาพยนตร์ บันเทิง สถานเริงรมย์ และบริการคมนาคม เป็นต้น ซึ่งถือเป็นผลิตผลแห่งยุคสมัย “ทุนวัฒนธรรม (Cultural Capital)” ที่ก้าวเข้ามาครอบงำโลก

 

“ทุนวัฒนธรรมได้รุกคืบครอบงำนำทาง มีขาหยั่งฝังรากลึกอยู่ในทุกภาคส่วนที่สำคัญ ทั้งทางด้านภาคอุตสาหกรรม ถลำลึกลงไปในภาคบริการ เราต้องเรียนรู้ให้เท่าทันในการบริโภค เพื่อไม่ให้ตกหลุมพรางทางวัฒนธรรมสีดำเหล่านั้น”