"ตั้งใจเรียนมาก" จนเป็นปัญหา


"ตั้งใจเรียนมาก" จนเป็นปัญหา

"ตั้งใจเรียนมาก" จนเป็นปัญหา


      มีปัญหาประการหนึ่งที่ตรงข้ามกับเด็กไม่สนใจเรียน คือ เด็กตั้งใจเรียนมากเกินไป เป็นปัญหาที่เกิดจากความทุ่มเทกับเรียนอย่างมาก แต่แทนที่ผลการเรียนจะเป็นรางวัลของความสำเร็จ กลายเป็นว่าผลการเรียนอาจไม่ได้ดีขึ้นแถมในบางคนยังมีปัญหาสังคมอื่นๆ เช่น ไม่มีเพื่อน เพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ก่อนที่พ่อแม่พี่น้องจะหนักใจเรื่องที่วัยรุ่นหมกมุ่นกับการตั้งใจเรียนมากเกินไป คือ ความเข้าใจผิดคิดว่าลูกหลานหรือพี่น้องของตน กำลังตั้งใจเรียนและยิ่งเป็นปลื้มที่วัยรุ่นรักดีมากๆ นั่นเอง
        การที่ลูกตั้งใจเรียนหนังสือ อ่านหนังสือ  ถือว่าเป็นเรื่องดีในสายตาผู้ปกครองทุกคน แต่ก็สามารถกลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้น ลักษณะโดยทั่วไป คือ หมกมุ่นกับการเรียน ขอไปเรียนพิเศษเสริมแทบทุกวิชา กลับมาก็ท่องหนังสือหามรุ่งหามค่ำจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน พูดน้อย เก็บตัว ไม่ค่อยสนใจเรื่องอื่นๆ เลย อารมณ์ฉุนเฉียวง่ายถ้าใครขัดใจ เพื่อนอาจเห็นว่าเจ้าคนนี้ใกล้บ้าเพราะเครียดเอาแต่เรียน 

      ปัญหาดังกล่าวนี้โดยมากเป็นได้ตั้งแต่ช่วงมัธยมจนเข้ามหาวิทยาลัย เพราะเป็นช่วงรอยต่อของการสอบเข้าเรียนต่อระดับต่างๆ และส่วนมากจะเกิดในเด็กเรียนเก่งและเป็นเด็กดีอยู่แล้ว ผลของการตั้งใจอย่างหนักทำให้เกิดความเครียดสะสมที่คนเป็นเองก็หาทางผ่อนคลายออกไม่ได้และหากเกิดความผิดพลาดในการเรียนขึ้นมา เมื่อผลไม่ได้ดังใจ สอบอะไรก็ไม่ติด ก็อาจทำให้ถึงขั้นเป็นโรคทางประสาท หรือทำร้ายตนเองได้ในที่สุด โดยเฉพาะกับบ้านที่พ่อแม่ยิ่งสนับสนุนลูกให้ตั้งใจเรียน และมีพี่น้องเรียนได้ดีอยู่แล้ว

    ปัญหานี้โดยปกติแล้วเป็นเพียงระยะสั้นๆ บางช่วงสำคัญเท่านั้น ซึ่งหากคนใกล้ตัวสังเกตได้ ก็สามารถช่วยหากิจกรรมผ่อนคลายความเครียดและความกังวลใจเรื่องเรียนนี้ได้ แต่ในบางคนที่เป็นวัยรุ่นผู้จริงจัง ก็ค่อยๆ เครียดเก็บกดมาเรื่อยๆ และหากไม่ได้รับการแก้ไขก็จะส่งผลต่อบุคลิกจิตใจได้เช่นกัน อาจทำให้เป็นคนคาดหวังสูงต่อผลของการทำทุกสิ่ง แล้วพอทำไม่ได้ก็จะเจ็บปวดรับความผิดพลาดไม่ได้ มีวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม ดูเหมือนเก่งจนเป็นคนมั่นใจ แต่จริงๆ ขาดความมั่นใจกับทุกเรื่อง กลัวผิดพลาด กลัวพ่อแม่ไม่รัก กลัวครูไม่เข้าใจ กลัวเข้ากับเพื่อนใหม่ไม่ได้จากเด็กกล้าแสดงออกร่าเริงแจ่มใสก็อาจกลายเป็นคนเก็บตัว และกลัวสังคมไปเลยก็มี 
 
          เด็กที่เรียนจนเครียด ส่วนมากมีสาเหตุจากแรงกดดันในใจ เกิดจากความคาดหวังของครอบครัว และความมุ่งหวังของตัววัยรุ่นเอง 
 
       -  พ่อแม่ต้องการให้ลูกได้โอกาสดีๆ ทางสังคม ลุ้นลูก สร้างทางให้เข้าสู่ที่เรียนดังๆ เท่านั้น และโดนสอนแต่เด็กว่า "เด็กเรียนเก่งเป็นคนสำคัญที่ทุกคนชื่นชอบ" และในทางกลับกันคือเด็กเรียนไม่เก่งเป็นเด็กมีปัญหา นิสัยไม่ดี ต้องติดยา ไม่มีอนาคต ฯลฯ  อยากให้ลูกเก่ง  ต้องเป็นเด็กกิ๊ฟ ต้องได้ค่ายโอลิมปิก ต้องสอบเข้าที่ดีๆ  ไม่สนใจกิจกรรมอื่นๆ ไม่เห้นค่าของเรื่องอื่นนอกจากค่าจากผลการเรียน พอเรียนได้ดีก็ชมเชยให้รางวัล แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่น เช่น ได้รางวัลมารยาทงาม ก็เฉยเสียไม่มีท่าทียินดียินร้าย หรือบอกไปว่าเสียเวลาด้วยซ้ำ ให้เอาเวลาฝึกมารยาทไปอ่านหนังสือดีกว่า สนใจทุกเรื่องของลูกที่เป็นเรื่องเรียนแต่ลืมคิดถึงความต้องการในใจที่แท้จริงของลูกเอง 
 
       - เด็กมีนิสัยเอาจริงเอาจังแต่เดิมอยู่แล้ว ประกอบกับรับรู้ถึงความคาดหวังพ่อแม่ อยากให้พ่อแม่มีความสุข จึงตั้งใจเรียน แม้จะมีบางกรณีที่พ่อแม่ไม่ได้มุ่งคาดหวังลูกเรื่องการเรียนนัก แต่ลูกอยากเข้าที่เรียนดีๆ เอง เพื่ออนาคตตนเอง กลัวว่าไปเรียนที่อื่นแล้วจะไม่ีได้ดีเหมือนเรียนที่ดังๆ  เพื่อให้พ่อแม่ภูมิใจในกรณีที่พ่อแม่มัวแต่ทำงานหนักจนลืมลูก เพื่อให้พ่อแม่หันมามอง ฯลฯ ก็ทำให้เป็นเหตุกดดันตนเองได้
 
       แต่ประเด็นปัญหานี้ ไม่ได้เกิดจากการถูกผู้ปกครองบังคับหรือควบคุมอย่างเข้มงวดแต่ฝ่ายเดียวนะคะ วัยรุ่นผู้นั้นเอง คือคนที่ยอมรับและเลือกที่จะตั้งใจอย่างมากด้วยตนเองตามสาเหตุข้างต้นด้วยค่ะ (ถ้าถูกบังคับ แต่ไม่เต็มใจอยู่แล้ว ผลก็อาจจะเป็นคนละแบบค่ะ)
 


  
        ในความจริงแล้วศักยภาพของคนเราไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความสามารถทางวิชาการเท่านั้น มีวัยรุ่นบางคนที่เรียนพอได้ แต่ไม่ได้เรียนเก่งที่สุด เมื่อกลายเป็๋น "คนเรียนเครียด" ขึ้นมา ผลการเรียนก็ไม่ดีขึ้น ยิ่งทำให้เครียดหนักไปกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ทุกคนก็ทราบอยู่แล้วว่า ระดับความสามารถทางวิชาการไม่ได้มีผลต่อจิตใจในด้านคุณธรรมความดีงาม คนเลวก็ไม่ได้เลวเพราะการศึกษาต่ำเสมอไป ในทางกลับกันคนที่การศึกษาดีกลับสร้างเรื่องเลวร้ายกระทบบ้านเมืองไปทั้งชาติก็คงมี ดังนั้นการเรียนจึงไม่ควรกลายเป็นยาขมที่ทำให้วัยรุ่นต้องเครียดหนัก และหักหาญช่วงเวลาวัยเรียนในโรงเรียนที่แสนสุขไป  

       ปกติแล้ววัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการตอบสนองต่อความคาดหวังของคนที่ตนเองรักอยู่แล้ว เรื่องต่างๆ ที่เป็นเรื่องธรรมดาของเด็กเล็กๆ หรือเรื่องหาทางออกได้ง่ายๆ ของผู้ใหญ่ ก็กลายเป็นเรื่องกดดันและกลายเป็นความทุกข์ที่มหาศาลอย่างไม่รู้ตัวได้เลย
คำสำคัญ (Tags): #ร้อยเอ็ด10
หมายเลขบันทึก: 477858เขียนเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2012 09:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 มิถุนายน 2012 12:01 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (1)

ทิฐิและเงินนั่นแล้ว นำทาง
สองท่านมีใยบาง เกาะกั้น
ถูกผิดคิดนำวาง สักครู่ หนึ่งนา
ค่อยค่อยพินิจนั้น เร่งรู้ดูเอา

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี