จากบันทึกประเมินและแนะนำกิจกรรมบำบัดที่บ้านในกรณีศึกษานักไวโอลิน จนดร.ป๊อป มั่นใจว่า "มีความก้าวหน้าเกิน 80% จึงไม่ได้นัดหมายต่อ"
แต่วันหนึ่งกรณีศึกษาเล่นไวโอลินได้ไม่ดีเท่าเดิม และให้แพทย์แผนจีนฝังเข็ม รู้สึกไม่มั่นใจว่าจะเล่นไวโอลินได้เหมือนที่เคยอยู่ในระดับมืออาชีพหรือไม่ หากไม่ได้ จะได้ทำงานแต่งเพลงซึ่งต้องบังคับใจให้ชอบ
ดร.ป๊อป จึงตรวจละเอียดด้วยเครื่องวัดเวลาการตอบสนองของจิตประสาทการเคลื่อนไหว เพราะมีเหตุผลทางคลินิกกิจกรรมบำบัดว่า "เมื่อความคิดที่รู้สึกรับรู้ร่างกายไม่แน่นอน ก็ย่อมมีมิติของสิ่งเร้าที่น่าจะรู้สึกแตกต่างกัน"
การประเมินครั้งที่ 1
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าแสงสีแดง กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 231.6 msec (นิ้วชี้ข้าวขวา - ข้างถนัด) และ 284.2 msec (นิ้วชี้ข้างซ้าย - มีอาการปวดชาเมื่อออกแรงต้านการเคลื่อนไหว)
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าเสียง 10 Hz กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 272.4 msec (ขวา) และ 293.0 msec (ซ้าย)
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าสัมผัสกระดูกต้นคอที่ 7 (มีอาการปวดบ่อยครั้งเมื่อเล่นไวโอลิน) กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 233.0 msec (ขวา) และ 256.2 msec (ซ้าย)

การประเมินครั้งที่ 2 หลังจากเดินเล่นไวโอลินในพื้นผิวที่ต้องทรงตัว ลืมตาในกรณีที่ต้องการรักษาสมดุลของร่างกายไม่ให้ล้ม หลับตากรณีมุ่งสนใจร่างกายที่จะทรงตัว แทนการระลึกการใช้นิ้วมือข้างอ่อนแรงเล่นโวโอลิน จากนั้นมีการหลับตาค่อยๆ สัมผัสมือสองข้างให้เปลี่ยนท่านอนคว่ำมายืน รวม 10 รอบ
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าแสงสีแดง กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 289.8 msec (นิ้วชี้ข้าวขวา - ข้างถนัด) และ 244.2 msec (นิ้วชี้ข้างซ้าย - มีอาการปวดชาเมื่อออกแรงต้านการเคลื่อนไหว)
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าเสียง 10 Hz กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 189.0 msec (ขวา) และ 212.4 msec (ซ้าย)
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าสัมผัสกระดูกต้นคอที่ 7 (มีอาการปวดบ่อยครั้งเมื่อเล่นไวโอลิน) กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 241.0 msec (ขวา) และ 219.8 msec (ซ้าย)
แปรผลว่า มีความไม่สมดุลของจิตประสาทการเคลื่อนไหวของร่างกายซีกขวาหลังได้รับสิ่งเร้าของการมองเห็นและการสัมผัส และมีความสมดุลของร่างกายสองซีกที่มีเวลาการตอบสนองเร็วขึ้นจากสิ่งเร้าของการได้ยิน
[ดร.ป๊อป สงสัยว่าระดับความตื่นตัวทางความคิดส่งผลต่อจิตใจที่รู้สึกคาดหวังและสั่งการควบคุมร่างกายมากจนเกินไป ทำให้ระบบการได้ยินปรับตัวได้มากกว่าระบบการมองเห็นและการสัมผัส ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการเด็กที่กรณีศึกษาสอบถามคุณแม่ คือ พูดและเดินช้า มีอุบัติเหตุที่แขนบ่อย และรู้สึกเดินเซบ่อยครั้ง เช่นเดียวกับที่คุณพ่อก็รู้สึกเหมือนกับ - ระบบจิตประสาทพัฒนาการในวัย 6 ขวบแรกมีความไม่สมดุล แต่ระบบการได้ยินได้พัฒนาในระดับทักษะการเล่นดนตรี]
การประเมินครั้งที่ 3 หลังจากเดินเล่นไวโอลินในพื้นผิวปกติ ลืมตามองแสงไฟกระพริบในห้องมืดโดยไม่สนใจการเล่นไวโอลินมากนัก ปรับมานอนเล่นไวโอลินบนเบาะแล้วมองไฟสลับสีแบบนิ่ง ปรับมานั่งเล่นในอ่างบอล
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าแสงสีแดง กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 248.2 msec (นิ้วชี้ข้าวขวา - ข้างถนัด) และ 225.6 msec (นิ้วชี้ข้างซ้าย - มีอาการปวดชาเมื่อออกแรงต้านการเคลื่อนไหว)
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าเสียง 10 Hz กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 242.4 msec (ขวา) และ 198.0 msec (ซ้าย)
เวลาการตอบสนองจากสิ่งเร้าสัมผัสกระดูกต้นคอที่ 7 (มีอาการปวดบ่อยครั้งเมื่อเล่นไวโอลิน) กรณีศึกษากดปุ่มหยุดเวลา 5 ครั้งเฉลี่ย 254.2 msec (ขวา) และ 223.8 msec (ซ้าย)
แปรผลว่า เมื่อเปรียบเทียบกับการประเมินที่ 1 มีความไม่สมดุลของจิตประสาทการเคลื่อนไหวของร่างกายซีกขวาหลังได้รับสิ่งเร้าของการมองเห็น การได้ยิน และการสัมผัส และเมื่อเปรียบเทียบกับการประเมินที่ 2 ความสมดุลของร่างกายสองซีกที่มีเวลาการตอบสนองช้าลงจากสิ่งเร้าของการได้ยินและการสัมผัส
[ดร.ป๊อป คิดว่า ระบบการได้ยินจะเชื่อมโยงกับการทรงตัวและการปรับท่าทาง ดังนั้นเมื่อจิตประสาทมีความคาดหวังกับสิ่งเร้าเข้าหูขวาไม่เท่ากับหูซ้าย การเคลื่อนไหวแรงตึงตัวของข้อต่อของร่างกายสองซีกก็ไม่สมดุล และจะมีความไวทั้งระบบการได้ยินและการสัมผัสที่มากขึ้น เมื่อหลับตา/ไม่ใช้ระบบการมองเห็นมากนัก]
สรุปการบ้าน: กระตุ้นรับรู้ข้อต่อของร่างกาย (หลับตาปรับจากท่านอนคว่ำมาท่ายืน 10 รอบ) +เดินเล่นไวโอลินสลับยืนขาเดียว หลับตาลืมตาสบับกัน นาน 5 นาที+ขยับนิ้วแต่ละนิ้วบนเส้นเสียงไวโอลิน 5 รอบๆ ละ 3 คูณ 2 เท่าในแต่ละรอบ + เล่นไวโอลินแบบสบายๆ ไม่คาดหวังความไพเราะโดยนั่งบนเตียง ไม่เกิน 5 นาที แล้วลงนอน [กรณีปวดชาต้นคอ ก็ปรับนอนบนผ้าขนหนูม้วนกลม พันเทปข้อนิ้วนางก้อยที่ชาได้ หรือใช้อุปกรณ์ดามไม่เกิน 1 ชม.]
[จากการสอบถามการบ้านครั้งก่อน กรณีศึกษาเล่นเกิน 10 นาที และมีการดามมือทั้งคืน ซึ่งทำให้เกิดความล้าทางความคิดและร่างกายสะสม + จิตใจรู้สึกคาดหวังและกระทบกระเทือนจากผลของอาการอ่อนแรงที่เกิดขึ้นทันที] Overload training to Cognitive fatigue & Psychological distress
เป้าหมาย: เพื่อติดตามผลในอีก 2-4 สัปดาห์ข้างหน้า โดยตั้งสมมติฐานคือ ความทนทานในการเล่นไวโอลินคือ 20 นาทีต่อครั้ง ไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน น่าจะพัฒนาขึ้นเดือนละ 5-10 นาที คาดว่าเดือน มิ.ย. จะเรียนจบและตัดสินใจว่าจะทำงานอย่างไร ระหว่างเล่นโวโอลินและการแต่งเพลง ที่ความทนทานในการเล่นไวโอลินที่ยอมรับได้คือ 60 นาที
ขอบคุณมากครับคุณทิมดาม คุณหมออนามัยคนเก่ง
ขอบคุณมากครับพี่นงนาท