สวัสดีค่ะ ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมานั้น ดิฉันได้นำเสนอ case study & evidence-based support ซึ่งเป็น ครั้งที่ 2 ซึ่งดิฉันก็จะนำมาสรุปสิ่งที่ได้นำเสนอไปทั้งหมดในวันนี้ให้ทุกท่านได้อ่านรายละเอียดนะคะ
Case study ของดิฉันที่ได้นำเสนอนี้ เป็นผู้รับบริการเพศชาย วัย 23 ปี ได้รับการวินิจฉัยโรค เป็น Quadriplegia C7 จากการประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนตร์พลิกคว่ำ
มีอาการแขนทั้งสองข้างอ่อนเเรง ไม่สามารถเดินได้ จากการสอบถามเดิมเขามีอาชีพเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยเอกชนเเห่งหนึ่ง และความต้องการของผู้รับบริการ คือ ต้องการกลับไปเรียนหนังสือให้จบ เเละต้องการใช้รถล้อเข็นเคลื่อนไหวไปที่ต่างๆได้ด้วยตนเอง
ดิฉันได้ทำการประเมินผู้รับบริการ โดยใช้วิธีการพูดคุย สัมภาษณ์ ประวัติ , ใช้การ, ใช้แบบสอบถามการดำเนินชีวิตประจำวัน(ADL) ,sensory evuluation, environmental & home assesment, แบบประเมินความสนใจและแบบประเมินการให้ความสำคัญกับบทบาท ซึ่งจากการประเมินทำให้ได้ทราบปัญหาต่างๆตาม Occupational Performance Profile และได้ทำการตั้งเป้าประสงค์การรักษาระยะสั้นและให้กิจกรรมการรักษา
ในเป้าประสงค์การรักษาสั้น มีดังนี้
1. ผู้รับบริการมีความเข้าใจในการปฏิบัติตนป้องกันภาวะการเกิดแผลกดทับ
ได้มีการใช้ Physical Rehabilitation FoR โดยการใช้เทคนิค Adapted ADL,Therapeutic use of self มีการพูดคุยให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกับภาวะการเกิดผลกดทับ
2. สามารถหยิบสายสวนปัสสาวะโดยใช้ tendonesis grasp ได้ด้วยตนเอง
ใช้ Biomechanical FoR ใช้เทคนิค hand function training ฝึกจากกิจกรรมหยิบหมุดขนาดเล็ก , กิจกรรมหยิบเมล็ดมะขามใส่ขวด โดยที่ผู้บำบัดคอยสังเกตเเละfeedack วิธีการหยิบจับให้เป็นเเบบ pad-to-pad pinch
3. เพิ่มความสามารถทรงตัวเเละท่าทางขณะนั่งทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว จาก fair to good ใช้ Biomechanical FoR ใช้เทคนิค Functional exercises โดยฝึกจากกิจกรรมการโยกตัวกับ Therapy ball ไป ซ้าย-ขวา, หน้า-หลัง เเละฝึกจากกิจกรรมออกกำลังกายกีฬา คือ นั่งโยนลูกบาสรับ-ส่ง กับผู้บำบัด
4. เพิ่มความสามาถในการเคลื่อนจากตนเองจากรถล้อเข็นไปเตียงได้ จากระดับ Minimal assistant เป็น Supervision ใช้ Physical Rehabilitation FoR โดยการฝึกการเคลื่อนย้ายตัวซ้็ำๆทุกครั้งก่อนเริ่มทำกิจกรรมต่างๆที่นั่งบนเตียงทั้งไป เเละกลับ
5. แนะนำการปรับสภาพบ้านเมื่อผู้รับบริการต้องกลับไปอยู่ที่บ้าน ใช้ Physical Rehabilitation โดยการให้คำแนะนำ การปรับสภาพที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตอยู่
ซึ่งผลการรักษาที่ออกมาผู้รับบริการมีความสามารถเพิ่มขึ้นในส่วนของการใช้สายสวนปัสสาวะได้ด้วยตนเองเเละเข้าใจการปรับสภาพบ้านที่เหมาะสมกับความเป็นอยู่ตนเองได้
ในส่วนของ evidence-based support ในเรื่องแรกนี้เป็นงานวิจัยเรื่อง
Outcome of motor training programmes on arm and hand function in patients with cervical spinal cord injury according to different levels of the ICF : A systematic review (level A)
เป็นงานวิจัยที่สรุปเเละรวบรวมผลการวิจัยของงานวิจัยต่างๆที่ได้ผลดี พบว่า การฝึก motor training นั้นสามารถเพิ่มความของการทำงานของเเขนเเละมือในการทำกิจกรรมตาม function เเละ activity ของระดับหัวข้อใน ICF ได้
นักกิจกรรมบำบัด ควรจะตั้งเป้าประสงค์การรักษาให้เหมาะสมกับเเต่ละบุคคล เเละปรับปรุงความสามารถการทำงานของเเขนเเละมือในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งควรจะมีการติดตามผลระยะยาวด้วย
ในงานวิจัยที่สองที่นำมาสนับสนุน เรื่อง Response Factors Surrounding progression of Pressure Ulcer in Community-Residing Adults With Spinal Cord Injury (level C)
งานวิจัยนี้เเสดงให้เห้นว่า นักกิจกรรมบำบัดสามารถช่วยส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดี เเละช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดภาวะแผลกดทับในผู้รับบริการบาดเจ็บไขสันหลังได้ โดยการให้ความรู้ การปฏิบัติตนเเละข้อควรระวังต่างๆ เเก่ผู้รับบริการเเละผู้ดูเเล อีกทั้งยัง เเนะนำการปรับสภาพเเวดล้อมที่เหมาะสมต่อการทำกิจวัตรประจำวันของผู้รับบริการด้วย
จากทั้งหมดนี้ที่ได้สรุปรายละเอียดต่างๆไว้ดังกล่าวนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามในการที่ทำการบำบัดฟื้นฟู ผู้รับบริการ จะต้องดูที่ความต้องการ ความสนใจ ของผู้รับบริการเป็นสำคัญ ดูความสามารถทางร่างกาย , จิตใจ และบริบทของผู้รับบริการ เพื่อที่จะได้ส่งเสริมการทำกิจกกรมในประจำวันของเขาได้อย่างเหมาะสมเเละมีสุขภาวะที่ดี
สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆ และ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านบันทึกนี้ ท่านใดมีความรู้ใหม่ๆ สามารถนำมาเเลกเปลี่ยนกันได้นะคะ หวังว่าท่านจะได้รับประโยชน์ และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้นะคะ หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ