รำพึงริมขวดน้ำดื่ม
น้ำดื่มบรรจุขวดกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตคนไทยไปแล้ว เนื่องเพราะรัฐบาลไม่สนใจสุขภาพประชาชน ไม่ผลิตน้ำประปาให้ดื่มได้อย่างเป็นที่มั่นใจของประชาชนนั่นเอง อีกทั้งประชาชนเองก็ไม่สนใจสุขภาพตนเอง ไม่กดดันรัฐบาล หรือ ผู้สมัครรับเลือกตั้งให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ทั้งที่เรื่องน้ำดื่มนั้นน่าจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของมนุษย์ก็ว่าได้
น้ำดื่มบรรจุขวดทุกวันนี้ มีหลายระดับ แบบไฮโซ แบบรากหญ้า แบบชนชั้นกลางทั่วไป ราคาแตกต่างกันไป แต่ลองไปอ่านข้างขวดจะเห็นข้อมูลคล้ายๆ กัน เช่น ฆ่าเชื้อด้วยระบบรีเวิร์สออสโมซิส โอโซน และอัลตราไวโอเลท ...เพียงแค่นี้ก็แหกตาประชาชีให้ดื่มกันอย่างไร้กังวัลแล้ว
กระทรวงสาธารณสุขเองก็น่าจะเป็นห่วงสุขภาพปชช.มากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้โฆษณาข้างขวดกันแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ควรระบุข้อมูลที่ละเอียดกว่านี้ เช่น ไม่ควรไปกำหนดกระบวนการทำความสะอาด แต่กำหนด “ความสะอาด” สุดท้ายของน้ำดื่มดีไหม กล่าวคือ คุณจะใช้วิธีการอะไรก็ใช้ไปเถอะ ไม่ต้องมาอวดอ้าง ขอเพียงให้น้ำดื่มมันสะอาด ปราศจากเชื้อโรค หรืออาจมีการเติมสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายก็ย่อมได้
ดังนั้นข้อมูลริมขวดควรระบุปริมาณสารปนเปื้อนในน้ำเสียมากกว่า ว่ามีสารอะไรเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ และหรือมีเชื้อปนเปื้อนน้อยมากเพียงใด ต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลอย่างไร
ถ้าเราไปพักในโรงแรมของประเทศรวยแล้วเช่น เดนมาร์ค ที่ราคาห้องแสนแพง (คืนละหมื่นบาท) ปรากฏว่า ไม่มีน้ำขวดแถมฟรีให้เฉยเลย เพราะเขาดื่มน้ำจากก๊อกน้ำกันเป็นปกติ ...ที่เยอรมัน น้ำเปล่าขายขวดละ 10-15 ยูโร แต่เบียร์ขาย 3 ยูโร คงเป็นเพราะปริมาณการผลิตมันน้อยราคาก็เลยแพง
สำหรับน้ำขวดไทยเรา บริษัทยักษ์ใหญ่บางแห่งผลิตน้ำออกมาทุ่มตลาด ลิ้นผมสัมผัสแล้วบอกได้เลยว่าน้ำไม่ได้คุณภาพ เพราะมัน “หนัก” ของบางบริษัทโนเนมเสียอีก บางทีรสชาติเบาสบายดีมาก ดื่มแล้วสดชื่น แต่ทั้งสองยี่ห้อก็ผ่าน “อย” (ไอ๋หยา) เท่าเทียมกัน มหาลัยผมเคยเอายี่ห้อดังนี้ไปตรวจวัดก็พบว่าสกปรก..ไม่ผ่านมาตรฐาน ทั้งที่ก็มี RO OZ และ UV กะเขาด้วย (อย. เคยสุ่มตรวจบ้างไหมหนอ)
แม้เราดื่มน้ำสะอาดแล้วก็ตาม แต่ผมขอเตือนว่า แล้วถ้าเราเข้าไปตามร้านอาหาร แล้วเขาเอาน้ำแข็งมาเสริฟล่ะ ผมเตือนว่าอย่ากินเลยครับ กินน้ำจากขวดที่อภ.ห้องน่ะดีแล้ว ดีต่อสุขภาพด้วย ส่วนน้ำแข็งนั้นนอกจากจะเย็น ไม่ดีต่อระบบร่างกายภายในที่ต้องการความร้อนในการย่อยอาหารแล้ว ยังไม่มีที่มาที่ไปว่ามาจากไหน ผลิตอย่างไร น้ำที่เอามาผลิตสะอาดหรือ สกป. ระดับไหน พอน้ำแข็งมันละลายปนกับน้ำ มันอาจทำให้น้ำที่สะอาดกลายเป็นน้ำสกป.ได้นะครับ
ผมเคยถามเจ้าของโรงน้ำแข็งว่าน้ำสะอาดไหม เขายืนยันว่า อย. คุมเข้มมาก น้ำต้องสะอาด ..แหะๆ แต่ผมไม่ปักใจเชื่อนักหรอก ว่าอย. ของเราจะเอาอยู่แบบคงเส้นคงว่า ขนาดร้านแผงลอยเห็นตำตาว่าสกป. เพียงใด อย. ยังไม่สน แล้วโรงน้ำแข็งอยู่ในที่ลับตา เงินหนา มันจะรอดหรือ
ในช่วงน้ำท่วม ผมได้คิดค้นเครื่องกรองน้ำแบบ slow sand filter โดยโมจากระบบเส้นตรงที่ใช้กันทั่วโลก มาเป็นระบบ u-tube ราคาถูกมาก ประมาณ 100 บาทเท่านั้น กรองน้ำได้วันละ 10 ลิตร พบว่าน้ำดิบขุ่นแบบเหลืองอ่อนสามารถถูกกรองให้เชื้อจุลินทรีย์ลดลงได้ถึง 99% ลองดื่มดูก็โอนะครับ ยิ่งถ้าเติมคลอรีนก่อนกรอง เชื้อจุลินทรีย์ลดลง 100% และไม่มีกลิ่นคลอรีนหลงเหลือ ปลอดภัย 100%
ถามว่ามันถูกแบบนี้ทำไมรัฐไม่ทำเป็นสวัสดิการให้ปชช. ผมเคยไปสืบทราบมาว่า การทำน้ำประปาให้ดื่มได้โดยเทคโนโลยีมาตรฐานนั้นใช้ค่าใช้จ่ายประมาณคิวละ 50 สตางค์เท่านั้นเอง (คิวคือหนึ่งลูกบาศก์เมตร) ถ้าเอามาบรรจุขวด 700 ml ขายขวดละ 8 บาท จะได้เงิน 11,428 บาท ..ถามว่ามีสินค้าอะไรบ้างในโลกนี้ (นอกจากน้ำหอม) ที่ราคาขายกับต้นทุนมันต่างกันขนาดนี้
คนหนึ่งดื่มน้ำวันละ 2 ขวด ก็ 16 บาท ตกปีละ 5840 บาท ถ้าครอบครัวคนอีสานมี 4 คน จะต้องจ่ายค่าน้ำดื่มครัวละ 23,360 บาท แต่อนิจจารัฐบาลไทยหาเสียงกันเรื่องประกันหรือจำนาข้าวกันหรูหรา อ้างว่าจะช่วยคนจน แต่ถามว่าคนจนพวกนี้มีรายได้สุทธิจากการทำนาปีละเท่าไร ...ตอบคือประมาณ 10,000 บาทต่อครัว (นา 5 ไร่ กำไรไร่ละ 2,000 บาท)
จบ
..คนถางทาง (๒๗ มกราคม ๒๕๕๕)
ÄÄÄÄ..ทุกข์ที่กำลังจะมาถึง..คือ..สงครามแย่งน้ำ...ดื่ม กิน..น้ำจืดมีเพียง..สองเปอร์เซ็นต์กับสัดส่วนโลกฝรั่งบอก..กว่าจะถึงวันนั้น..คนไทย..ตายหมดก่อน..ถึง สงคราม..เพราะไม่มีปัญญาซื้อน้ำกิน...๕๕๕๕๕..."รัฐบาลเรา..คงเหงาน่าดู..เพราะไม่มีประชาชนคนไทย..ให้ไถ..ต่อไป..อ้ะ..)"...คุณคนถางทางไม่ต้องเป็นห่วง...มัง..ว่าน้ำแพง..อิอิ