ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ เข้าใจผิดคิดว่า “หลักการประหยัดและหลักสันโดษ” สุดโต่งไปในทางที่ไม่ให้บริโภค แต่ในความเป็นจริงเป็นจริงแล้ว
- หลักการประหยัดและหลักสันโดษ มุ่งเน้นบริโภคบนพื้นฐานของการพิจารณาความจำเป็นตามจริง อิงกับตรรกะของความสมเหตุสมผล ให้มีอิทธิพลอยู่เหนือบน ความอยาก
- หลักการบริโภคนิยม มุ่งเน้นบริโภคบนพื้นฐานของการพิจารณาเอาความอยาก (ที่ไม่มีสิ้นสุด) ของตนเอง โดยไม่เล็งเห็นตรรกะของความสมเหตุสมผล ปล่อยให้ความอยากครอบงำนำทางอยู่เหนือบนความจำเป็นตามจริง
“หลักการประหยัดและหลักสันโดษ ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับวัตถุ แต่เป็นการเลือกบริโภควัตถุ เพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทางแห่งความจำเป็นในการดำรงชีวิตตามจริง”
“พฤติกรรมเศรษฐกิจ เมื่อหลักพระพุทธศาสนาเข้ามาสัมพันธ์แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การบริโภค หรือการวิภาคแบ่งปันกระจายรายได้อะไรก็ตาม ก็จะเริ่มต้นจากจุดยืนที่ตัวมนุษย์ว่า จะต้องมีความรู้จักประมาณก่อน ความรู้จักประมาณ หรือความรู้จักพอดีนี้ ทางพระเรียกว่า มัตตัญญุตา เช่น รู้จักพอดีในการบริโภคอาหารก็เป็น โภชเนมัตตัญญุตา
หลักการฝึกหรือพัฒนาคนในพระพุทธศาสนา เบื้องต้นพอมีคนเข้ามาบวชพระก็ต้องเริ่มทันที ให้มีโภชเนมัตตัญญุตา พระสมัยก่อนต้องท่อง ปฏิสังขา – โย ทุกองค์ แต่สมัยนี้ไม่ค่อยท่อง ปฏิสังขา – โย นั้นแปลว่า ภิกษุพิจารณาโดยแยบคายแล้วจึงฉันภัตตาหาร ภิกษุพิจารณาโดยแยบคายแล้วจึงครองจีวร เป็นต้น สำหรับปัจจัยสี่แต่ละอย่าง สำหรับอาหารก็ให้พิจารณาว่า ที่เราบริโภคอาหารนี้ไม่ใช่มุ่งเพื่อเห็นแก่เอร็ดอร่อย ไม่ใช่เพื่อแสดงฐานะอวดโก้กัน ไม่ใช่เพื่อจะหาความสนุกสนานมัวเมา แต่เพื่อจะได้เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต ให้ร่างกายมีสุขภาพดี เป็นอยู่ผาสุก เมื่อเรามีร่างกายดี อยู่ผาสุกแล้วก็จะได้ไปทำกิจกรรมที่ดีงาม ทำหน้าที่การงานของตนด้วยดี
การพิจารณาอย่างนี้เป็นการฝึกให้มีปัญญารู้จักแยกแยะระหว่าง คุณค่าแท้กับคุณค่าเทียม เพราะเมื่อเราสัมผัสกับสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะสิ่งบริโภค เช่น ปัจจัย ๔ ในลักษณะที่มองดูหรือมองหาคุณค่าแท้ โดยไม่หลงไปตามคุณค่าเทียมแล้ว พอเราจะบริโภคอะไร เราก็จะมองในแง่ที่จะหาหรือจับเอาคุณค่าแท้จากสิ่งนั้น ๆ ทันที เริ่มด้วยตั้งคำถามแก่ตนเองว่า นี่เรากินมันเพื่ออะไร เราใช้สิ่งนี้เพื่ออะไร เรื่องนี้มนุษย์ไม่ค่อยได้มอง ถ้ามองแล้วจะเห็นทันที เพราะฉะนั้นพระจึงสอนเบื้องแรกให้ ปฏิสังขา – โย แปลว่า ข้าพเจ้าพิจารณาแล้วจึงเสพปัจจัย ... โดยมองให้เห็นคุณค่าที่แท้ของมันว่าเราเสพหรือบริโภคเพื่ออะไร”
จากหนังสือ “การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) หน้า. ๑๙๘ - ๑๙๙