น้ำมันมะพร้าว 100%
สรุป ให้เข้าใจง่ายขึ้น อีกสักครั้ง ได้เขียนวิธีทำน้ำมันมะพร้าวไว้หลายบันทึก พอดีได้เขียนสรุปให้ง่ายขึ้น พร้อมคำแนะนำเพิ่ม เพื่อไปลงในหนังสือ กัลปพฤกษ์ จึงนำมาบอกกล่าวอีกบันทึก
การทำน้ำมันมะพร้าว สกัดเย็น ได้
น้ำมันมะพร้าว 100% มีคุณภาพได้ด้วยตนเอง
วิธีทำ
นำเนื้อมะพร้าวแก่ 1 ส่วน น้ำอุ่น 1 ส่วนหรือประมาณเท่ากัน คั้นด้วยน้ำอุ่นเพื่อให้ได้น้ำกะทิ เสร็จแล้วกรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบาง นำน้ำกะทิที่ได้ทั้งหมดเทใส่ภาชนะทรงกระบอก เช่น หม้อ ขวดโหล โถ เหยือกน้ำ หรือขวดน้ำเปล่าที่สะอาด แล้วปิดฝา ตั้งวางไว้ในบ้านอุณหภูมิปกติ หัวกะทิจะค่อยๆลอยขึ้นด้านบน ประมาณ 12 ชั่วโมง จะเห็นน้ำมันใส หากหมักด้วยภาชนะใส ถ้าเป็นภาชนะทึบ ให้เปิดฝ้าครีมกะทิด้านบนดู
หากใส่ภาชนะใสหมัก จะมองเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็น 5 ชั้น คือ
1. ครีมฝ้าบางๆ
2. น้ำมันมะพร้าวใส
3. ครีมกะทิที่ไม่เป็นน้ำมัน
4. น้ำหมัก
5. ตะกอน
เตรียมภาชนะกรอง
ถ้วยทนความร้อน(เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนตอนจะระเหยน้ำ)หรือหม้อใบเล็ก ฯ นำกระชอนหรือตะแกรง วางบนปากถ้วยฯ แล้วนำผ้าขาวบางพับ 8 ชั้น (มากชั้นเพื่อให้ได้น้ำมันใสไม่มีตะกอน) หรือใช้กระดาษชนิดกรอง

กรองน้ำมัน
1. ตักครีมฝ้าชั้น1 บน ใส่ถ้วยไว้
2. ค่อยๆตักชั้น 2 น้ำมันใส ที่อยู่บนครีมกะทิ ขึ้นมากรอง ให้หมด
3. ตักครีมกะทิชั้น 3 ที่ไม่เป็นน้ำมันจะลอยอยู่บนน้ำหมัก
ใส่รวมไว้ในถ้วยที่ใส่ ชั้น 1 ไว้
4. น้ำหมักที่ชั้น 4 และชั้น 5 ตะกอน ทิ้ง หรือทำปุ๋ย
5. รอน้ำมันบนภาชนะกรองหยดจนหมด
การระเหยน้ำ
- นำน้ำใส่หม้อต้มให้เดือด นำตะแกรงวางบนปากหม้อ หรือใช้หม้อซึ้ง พอน้ำเดือดแล้วเบาไฟ
- นำน้ำมันมะพร้าวใสที่ได้จากการกรองขึ้นวางบนตะแกรง
- ใช้ช้อนช่วยคนเพื่อให้ความชื้นหรือน้ำที่ปนมาระเหยออกไปเร็วขึ้น จะมีฟองอากาศเดือด ทำจนไม่มีฟองอากาศ ก็ปิดไฟ หรือจะตั้งภาชนะที่มีน้ำมันลงในน้ำที่เดือดเบาๆ โดยไม่วางบนตะแกรง ก็ได้เช่นกัน
- น้ำมันที่ระเหยน้ำแล้ว ใช้ได้ทันที
- แต่ถ้านำไปจำหน่าย หรือ เป็นของฝาก ของเยี่ยม ฯ หลังจากระเหยน้ำเสร็จแล้วตั้งวางไว้ ประมาณ 7 วัน จนมั่นใจว่า ไม่มีความชื้น และตะกอน
- จึงค่อยนำน้ำมันมะพร้าวใสบรรจุขวด ซึ่งจะเก็บไว้ได้นานมากกว่า 1 ปี คงสภาพเดิม คุณภาพเยี่ยม
- หากไม่ทำการระเหยน้ำต้องใช้ให้หมดเร็ว ถ้าเก็บไว้นาน น้ำมันจะเหม็นตึ เหม็นหืน และเกิดเชื้อรา ถึงแม้จะใส่ตู้เย็น ก็เหม็น และเกิดเชื้อรา
ครีมกะทิจากการหมัก
จากชั้น 1 และชั้น 3 ที่ไม่เป็นน้ำมัน และบน-ในผ้าขาวบาง ให้บิด แล้วนำลงกระทะทั้งหมด เปิดไฟอ่อนๆเคี่ยว จนเนื้อครีมกะทิเป็นสีน้ำตาลอ่อน ก็ปิดไฟ รอจนเย็นก็ตักกรอง จะได้น้ำมันใสไว้ใช้ได้อีกส่วนหนึ่ง




ชอบมากค่ะ ขอเก็บข้อมูลนี้ไว้รอโอกาสทำสักวัน คาดว่าจะทำที่เชียงใหม่ค่ะ เพราะตั้งใจจะปลูกมะพร้าวไว้หลาย ๆ ต้นเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ดา
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรปีใหม่นะค่ะ
ว่าจะลองหัดทำดูค่ะ ทุกวันนี้ซื้อน้ำมันมะพร้าวมากินเหมือนกันค่ะ
ฝากข่าวจากครอบครัวคุณเพชรน้ำหนึ่ง ค่ะ คุณเพชรน้ำหนึ่งและน้องมดตะนอย ได้สูญเสียลูกชาย อายุครรภ์ได้ ๔ เดือนค่ะ สภาพจิตใจของทั้งคู่ตอนนี้ ดีขึ้นเยอะละค่ะ
พี่ดา รักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ
สวัสดีค่ะ
น้องอ.ศิลา
มีที่มากกว้างปลูกไว้บ้างดีแล้วค่ะ ยิ่งอยู่ไกลเมืองควรปลูกจะได้ไว้ทานทั้งลูกอ่อนลูกแก่ ทุกอย่างของมะพร้าวมีประโยชน์ทั้งนั้น หาพันธุ์กะทิปลูกด้วยนะคะ น้ำมันนั้นทำไม่ยาก ถึงเวลาทำไม่ได้อย่างไรถามได้เสมอค่ะ
พี่ดาจะสาธิตสอนวันที่ 17 กพ.55 ที่โรงแรมฮอลิเดย์อิน หากมาเชียงใหม่ช่วงนี้ น้องเตรียมสมัครมาชมพี่ดานะ รายละเอียดมีอยู่ก่อนหน้าบันทึกนี้ มีความรู้มากมายเกี่ยวกับมะพร้าวค่ะ
http://gotoknow.org/blog/kanda01/474427
การสัมนามะพร้าว ฯงานพืชสวนโลกฯ
น้องกอหญ้า
ค่ะว่างๆชวนกันทำไว้ใช้ได้สารพัดอย่าง เกิดอะไรขึ้น 4 เดือนแล้วเสียไป งานไม้ดอกฯ 3-5 กพ.55 นี้ น้องทั้ง 2 คงมาแอ่วนะ พี่ดาจะสอบถามดู ขอบคุณนะคะ คุณแม่ของน้องเป็นอย่างไรบ้าง หายดีแล้วใช่ไหม คิดถึงเสมอค่ะ
ขอบคุณ สำหรับข้อมูลดีๆมีประโยชน์ค่ะ
อยากฝึกทำก็ยังไม่ได้ลงมือซะทีค่ะ
*ขอบคุณมากค่ะ..แวะมาบอกว่า วันนี้ได้ส่ง e-mail เขียนเรื่อง "ประสบการณ์ดีๆในการใช้น้ำมันมะพร้าว" ไปให้แล้วค่ะ..
*ขอ copy มาให้ทราบไว้ที่นี่ด้วยค่ะ :
...........................................................................................................
"ประสบการณ์ดีๆในการใช้น้ำมันมะพร้าว"
1. ให้ความชุมชื่นแก่ผิวหนัง
ข้าพเจ้าเป็นคนผิวแห้ง มักใช้ครีมบำรุงผิวอยู่เสมอ แต่พบว่าการดูดซึมลงใต้ผิวหนังไม่ดีเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะเนื้อครีมมีความหยาบ จึงเป็นการสิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ แต่เมื่อใช้นำมันมะพร้าวสะกัดเย็น ๑๐๐ % ชะโลมผิวหลังอาบน้ำเป็นประจำแล้ว ผิวหนังมีความชุ่มชื่น ไม่แตกแห้งอีกเลย เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวแทรกซึมสู่ผิวหนังรวดเร็ว มีความละเอียดและไม่เยิ้มมัน สามารถลูบไล้ผิวกายทุกส่วนทั้งภายนอกและภายใน อีกทั้งมีคุณสมบัติเป็นครีมกันแดดได้เป็นอย่างดี
2. บำรุงหนังศีรษะและเส้นผม
ปกติมีหนังศีรษะแห้ง และเส้นผมละเอียด เริ่มมีสีดอกเลา ไปตามอายุ หลังจากใช้นำมันมะพร้าวชะโลมศรีษะก่อนสระผมเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงทุกวัน ทำให้หนังศีรษะไม่แห้งและเส้นผมอ่อนนุ่มกว่าเดิมมาก
3. สมานแผลสด
เมื่อมีอุบัติเหตุเป็นแผลสด หลังล้างแผลให้สะอาดแล้ว ได้เคยหยอดน้ำมันมะพร้าวใส่แผลสดทุกวัน ทำให้สมานแผลแห้งหายเร็วขึ้น เมื่อแผลเริ่มปิดใกล้ตกสะเก็ดแล้ว ควรทาด้วยครีม "Scajel" ซึ่งมีส่วนประกอบของว่านหางจระเข้ จะช่วยไม่ให้เกิดแผลเป็น
4. ป้องกันอาการเหงือกและฟันอักเสบและทำลายจุลินทรีย์ในช่องปาก
ตื่นเช้าก่อนแปรงฟัน การกลั้วอมน้ำมันมะพร้าว ๑ ช้อนโต๊ะ ไว้ประมาณ ๑๐ นาที น้ำมันมะพร้าวจะใสไร้กลิ่น เพราะทำปฏิกิริยากับน้ำลายและจุลินทรีย์ หลังจากบ้วนทิ้งแล้ว รู้สึกได้ถึงช่องปากที่สะอาด ป้องกันเหลือกและฟันอักเสบ
5. ช่วยการขับถ่ายให้เป็นปกติ
การดื่มน้ำมันมะพร้าววันละ ๑ ช้อนโต๊ะ ก่อนรับประทานอาหารเช้า ช่วยทำให้การขับถ่ายเป็นปกติดี ซึ่งน่าจะมาจากคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวที่ช่วยการย่อยและเคลือบกากอาหารให้ขับเคลื่อนสู่ลำใส้ใหญ่และทวารหนักได้ง่าย
............................................................................................................
ภาพจากสายบริหารงานสื่อสารองค์กร SCB
สวัสดีค่ะคุณพี่ใหญ่
ดาขอบคุณมากค่ะ ดาพึ่งส่งเรื่องคุณลุงโชคดำรง ไปให้อาจารย์ณรงค์ วันนี้ ก่อนหน้าดาจะมาที่นี้ ให้อาจารย์ชมว่าใช้ได้ไหม
ดีใจค่ะ ดาจะขึ้นบันทึกรวบรวมประสบการณ์เพื่อเขียนหนังอีกบันทึกแล้วดาจะนำของคุณพี่ใหญ่ไปไว้ด้วย ดาเปิด ที่ gmail ก่อนยังไม่ได้เปิด hotmail ยังไม่ทราบว่าคุณพี่ใหญ่ส่งมาให้ดา ขอบคุณมากค่ะภาพอวยพรตรุษจีน ขอให้คำกล่าวอวยพรกลับไปที่คุณพี่ใหญ่เช่นกันนะคะ