ชีวิตเริ่ม"ดิ้น"เมื่อซี่..ชีวิตหน่าย..ต้อง.."นอน"

เรื่องของ..กิน ขี้ ซี่ นอน.. เป็นธรรมชาติ.ของเรา..ที่ได้มาแต่..กำเนิด..สัญชาติญาณนั้นฝังอยู่ใน..ประสาทสัมผัส...สัตว์..ทุกชนิด..ออกจาก.ท้อง แม่..สิ่งแรกที่ทำ..คือ..หา.เต้านม..ดูด...(สำหรับคน..นั้นเริ่ม.หดหายไป."สัญชาติญาณ"นี้.เพราะ..คำว่าวิทยาการก้าวหน้า...เลยทำให้คน.."ถอยหลัง"..ถ้าจะกลับไป..สู่ สัญชาติญาณเดิม..)..."คนกินนม"วัว"จากกล่อง..หรือจากขวดนม..หรือจาก..กระป๋อง."..(ถ้าจนแม้กระทั่งนมจากเต้ายังหดแห้งไม่มีพอเลี้ยงลูก)

กับคำว่า "ซี่"เพื่อนบอกว่า..คำนี้เขาใช้กันทางภาคอิสาน(ใช่หรือเปล่าไม่รู้)..."ผู้เขียนชอบใช้คำนี้แทนคำว่า"ปี้"....(ฝรั่งชอบ"วิจัย"เวลาสัตว์"ปี้"...)..มีการติดตามและถ่ายทำหนัง..ของการ "ปี้" ของปลา..ที่เลี้ยงลูกด้วยนม...ทำให้เราได้เห็นความเป็นไปในธรรมชาติ..อย่างใกล้ชิด..(ข้อดี.ของคำว่า..วิทยาการก้าวหน้า..)

"ชีวิตเริ่ม "ดิ้น"เมื่อ "ซี่"...

๒๙ พค...จากหนังสือ..คิดบวก.กับ..องค์ ทะไลลามะ...แปลโดย..สุภาพร..พงส์พฤกษ์

..บางครั้งข้าพเจ้าถูกถามว่า "การปวารณาที่จะ ถือ พรหมจรรย์เป็นความต้องการจริงๆหรือไม่..และจริงๆแล้วเป็นไปได้หรือ..น่าจะพอพูดได้ว่า "การถือพรหมจรรย์นั้นไม่ใช่เรื่องของการเก็บกดทางเพศ อย่างทื่อๆด้านๆ ตรงกันข้าม เราจำเป็นต้องยอมรับอย่างเต็มเปี่ยม ถึงการมีอยู่ของความต้องการทางเพศ และอยู่ให้เหนือความต้องการ ด้วยการใช้เหตุผลเมื่อลุล่วงแล้ว " ผลที่บังเกิดฃึ้นในใจย่อมเป็นอานิสงค์ยิ่งนัก"..ความเดือดร้อนในเรื่องความต้องการทางเพศ คือความต้องการที่มืดบอดและอาจให้ได้เพียงความพึงพอใจชั่วแล่น..ฉะนี้แล้ว..ท่าน นาคารชุน จึงได้กล่าวไว้ว่า "เมื่อท่าน"คัน" ท่านก็"เกา" แต่การไม่"คัน"เอาเสียเลยย่อมดีกว่า"การเกา" ไม่ว่าจะเป็นกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตาม..

ชีวิตหน่าย..ต้องนอน..ชีวิตเริ่มต้น..เมื่อกิน..ชีวิตต้องดิ้น..เมื่อ"ซี่"..ชีวิตคลี่..คลาย..เมื่อ"ขี้..วนๆอยู่..เป็นนิจสิน..ในธรรมชาติ...