Major Depressive Disorder

 

        สวัสดีค่ะ ในวันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555 นี้ ได้มีการนำเสนอ case study & evidence-based support เช่นเคยนะคะ แต่คราวนี้ถึงลำดับที่ดิฉันได้นำเสนอ  ซึ่งดิฉันก็จะนำมาสรุปสิ่งที่ได้นำเสนอไปทั้งหมดในวันนี้ให้ทุกท่านได้อ่านรายละเอียดนะคะ

       Case study  ของดิฉันที่ได้นำเสนอนี้ เป็นผู้รับบริการเพศหญิง วัย 42 ปี  ได้รับการวินิจฉัยโรค เป็น Major Depressive Disorder หรือ โรคซึมเศร้า ซึ่งได้รับการรักษามาตลอดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547  จากการสอบถามเดิมเขามีอาชีพเป็นแม่บ้าน  และความต้องการของผู้รับบริการ คือ ต้องการหายจากอาการเครียด 

       ดิฉันได้ทำการประเมินผู้รับบริการ โดยใช้วิธีการพูดคุย สัมภาษณ์ ประวัติ , ใช้การสังเกตผู้รับบริการผ่านการทำกิจกรรม, ใช้แบบสอบถามการดำเนินชีวิตประจำวัน(ADL) , แบบประเมินความสนใจและแบบประเมินการให้ความสำคัญกับบทบาท  ซึ่งจากการประเมินทำให้ได้ทราบปัญหาต่างๆตาม Occupational Performance Profile และได้ทำการตั้งเป้าประสงค์การรักษาระยะสั้นและให้กิจกรรมการรักษา  

          ในเป้าประสงค์การรักษาสั้น มีดังนี้

1. เพิ่มการปฏิสัมพันธ์และเพิ่มการแสดงออกความคิดเห็นในการทำกิจกรรมกลุ่ม  ได้มีการใช้  Psychosocial Rehabilitation FoR โดยการทำ dynamic group activity ที่เป็น coorperrative group to project group.

2. เพิ่มการจัดการความเครียด ใช้ Psychosocial Rehabilitation FoR โดยการให้คำปรึกษา และให้ผู้รับบริการคิด เรียนรู้แนวทางการจัดการความเครียดของตนเอง

3. ส่งเสริมการทำกิจกรรมยามว่าง  ใช้ Psychosocial Rehabilitation FoR , MOHO โดยมีการให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้รับบริการ อีกทั้งให้ผู้รับบริการได้สำรวจความสนใจของตนเอง หรือ เสนอความสนใจในการทำกิจกรรมกลุ่มการเรียนรู้ทักษะใหม่ (Thematic group activity)

4. ส่งเสริมการจัดการเวลาในแต่ละวัน ใช้ Psychosocial Rehabilitation FoR , MOHO  โดยการให้แนะนำ เกี่ยวกับการจัดเวลาในการทำกิจกรรมแต่ละวันที่เหมาะสม ใช้เวลาอย่างสมดุลในแต่ละวัน ในการทำกิจกรรมที่มีความหมาย  ซึ่งผู้รับบริการส่งเสริม แรงจูงใจให้ผู้รับบริการเห็นความสำคัญของการจัดการเวลา  มองถึงความสามารถของตนเองการทำกิจกรรมในแต่ละวันให้เป็นนิสัย สนใจที่จะทำกิจกรรมนั้นๆด้วย  ถึงจะทำได้อย่างเหมาะสม  ซึ่งได้มีการจัดทำตารางเวลาในแต่ละวัน

5. เพิ่มความเข้าใจในบทบาทของตนเอง ใช้ Psychosocial Rehabilitation FoR , MOHO  โดยการให้คำแนะนำ คำปรึกษาของการทำบทบาทที่เหมาะสมของผู้รับบริการ  ให้ผู้รับบริการได้เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง 

          ทั้งหมดนี้จากการทำกิจกรรมการรักษา พบว่ามีผลการรักษาที่ดีขึ้นตามแต่ละเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ 

          ในส่วนของ evidence-based support ในเรื่องแรกนี้เป็นงานวิจัยเรื่อง Psychosocial functioning in patients with treatment-resistant depression after group cognitive behavioral therapy  (level C) 

          เป็นเรื่องที่ศึกษาทดลองเกี่ยวกับการทำ กลุ่ม CBT ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ได้รับยาทานด้วย ซึ่งผลที่ออกมา แสดงให้เห็นถึงผลที่ดีของการใช้ กลุ่ม CBT + ยา เพราะช่วยลดอาการซึมเศร้าและอีกทั้งยังเป็นการเสริมทางด้านสังคมอีกด้วย

ถ้านำมาเชื่อมโยงกับcase study ของดิฉัน  ดิฉันได้มีการนำหลัก CBT มาทำกลุ่มกิจกรรมการรักษาให้ผู้รับบริการ เช่น การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อดี ข้อเสีย และร่วมกันนำเสนอข้อปรับปรุงของแต่ละคน ซึ่งผู้รับบริการรับฟังและยอมรับในสิ่งที่คนอื่นได้นำเสนอ  ได้เกิดการเปลี่ยนความคิดไปทางแง่ดีในการเปลี่ยนแปลงตนเอง   ซึ่งได้ผลดีและคาดว่าน่าจะมีการทำกลุ่มในแบบนี้เพิ่ทเติมอีก

          ในงานวิจัยที่สองที่นำมาสนับสนุน เรื่อง Moderate exercise improves depression parameters in treatment-resistant patient with major depressive disorder (level A)  เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสุ่มการทดลอง ทดลองเปรียบเทียบ  โดยสุ่มคนที่มาเข้าร่วมกลุ่มการทดลอง คือ 1. กลุ่มควบคุม ใช้การรักษาโดยการทานยา 2. กลุ่มออกกำลังกาย  ใช้การรักษาโดยให้การออกกำลังระดับปานกลาง 5 วัน/สัปดาห์  ครั้งละ 30-40 นาที (เป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสม) + การทานยา  ซึ่งผลที่ออกมา พบว่ากลุ่มออกกำลังกายที่ได้รับยาควบคู่จะมี อาการซึมเศร้าที่ลดลง และมีการทำงานต่างๆที่ดีขึ้น นับว่าเป็นผลดี  ซึ่งจากงายวิจัยนี้ ดิฉันได้มีการนำการออกกำลังกายให้ผู้รับบริการเช่นกัน เช่น แอโรบิค 30 นาที ทุกวัน จันทร์-ศุกร์   จากการสังเกตจะพบว่าผู้รับบริการมีความสนใจและดูยิ้มเเย้มมากขึ้น  ได้มีการพูดคุยและมีความสนุกสนานจากการออกกำลังกายร่วมกับผู้อื่น   จะเห็นว่า การออกกำลังกายทำให้ได้เกิดการมีแรงขับออกมา ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งได้เช่นกัน

          จากทั้งหมดนี้ที่ได้สรุปรายละเอียดต่างๆไว้ดังกล่าวนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามในการที่ทำการรักษาผู้รับบริการ จะต้องดูที่ความต้องการ ความสนใจ ของผู้รับบริการเป็นสำคัญ ดูความสามารถ และบริบทของผู้รับบริการ  เพื่อที่จะได้จัดกิจกรรมการรักษาที่ส่งเสริมให้ผู้รับบริการมีการแสดงออกความสามารถที่เหมาะสมได้อย่างเหมาะสมตามความสามารถสูงสุดที่เขามีอยู่

        สุดท้ายนี้ขอขอบคุณเพื่อนๆ และ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านบันทึกนี้  ท่านใดมีความรู้ใหม่ๆ สามารถนำมาเเชร์กันได้นะคะ  หวังว่าท่านจะได้รับประโยชน์ และ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้นะคะ  หากมีข้อผิดพลาดประการใด  ขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ