ช่วงนี้มีหลายเรื่องที่มารบกวนจิตใจ เหมือนใจของตัวเองไม่ค่อยมั่นคงนัก รับไม่ได้ในเหตุการณ์หลาย ๆ เรื่อง เหมือนภูมิคุ้มกันดูตกต่ำลง ไม่เหมือนเมื่อก่อน

 

การสอน ...

 

ภาคเรียนนี้ ๒/๒๕๕๔ รับผิดชอบการสอน ๔ รายวิชา ๘ หมู่เีรียน บวกดูแลของรองฯ อีก ๑ หมู่เีรียน รวม ๙ หมู่เรียน นักศึกษาร่วม ๆ ๓๐๐ คน

ผมเคยอนุทินไว้ว่า การที่ครูผู้สอนคนเดียว ต้องดูแลเด็กถึง ๓๐๐ คน ให้เขาได้รับความรู้และเป็นครูที่ดีในอนาคตมากขึ้น มันเยอะเกินไป ทำให้ดูแลไม่ทั่วถึง

 

เราทำ คนอื่นไม่ทำ

เราสอน คนอื่นไม่สอน

 

ภูมิคุ้มกันต่ำ ๆ แบบนี้ ท้อใจเอาง่าย ๆ เพราะบางทีก็หันหน้าหาเครื่องหมายลบ แล้วบอกกับตัวเองว่า ทำไปเพื่ออะไร ในเมื่อตัวเด็กเองยังไม่รักตัวเอง เราจะไปยุ่งเพื่ออะไร มันรบกวนจิตใจมากไปเปล่า ๆ แต่พอพบปัญหาทีไร ก็อดไม่ได้ที่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ยอมเป็นครูใจร้ายในทุกที่ เมื่อนักศึกษาทำผิด ก็ต้องดำเินินการทันที เพื่อให้เขารู้ผลในสิ่งที่เขาได้ทำ

ครูทำอะไรได้บ้าง ว่ากล่าวตักเตือน ตัดคะแนน พูดถึงเหตผลในการตัดคะแนน เตรียมเกรด F ไว้รอเมื่อเกรดออก แต่สิ่งที่คนเป็นครูต้องการจริง ๆ คือ "การพูดให้รู้เรื่องและเข้าใจ" ในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาเอง แต่ผมคิดว่า ปัญหาสังคมเดี๋ยวนี้มันหนักมากขึ้น

 

ครอบครัวแตกแยกทำให้กระบวนการหล่อหลอมตัวเด็กมันผิดเพี้ยนกว่าสิ่งที่มันควรจะเป็น

พ่อแม่ส่งลูกเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยได้ แต่ลูกไม่เคยคิดจะเชื่อฟังพ่อแม่หรือใครทั้งนั้น ผลที่เราเห็นได้เด่นชัดมากก็คือ การเลือกที่จะทำตัวเด่นกว่าคนอื่นในเรื่องการแต่งกาย แฟชั่น ความประพฤตินอกรีต มากกว่าที่จะตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อให้ตนเองมีภูมิรู้สำหรับการทำมาหากินในอนาคต

 

ภาคเรียนนี้หนักหน่อย สอนทั้งหมด ๘ หมู่เรียน แต่พบนักศึกษาที่มีพฤติกรรมเข้าขั้นก้าวร้าว ไม่สนโลก หมู่เรียนละ ๑ - ๒ คนทีเีดียว ซึ่งตามประสบการณ์ถือว่า เยอะเกินไป

นักศึกษาครู โดยปกติ จะมีคนก้าวร้าวที่ยอมมาเรียนกับผมน้อยมาก เพราะกระบวนการกลั่นกรองก่อนเข้ามาเลือกเรียนนั้น ทำตั้งแต่ต้นไปแล้ว

เมื่อพบหลังกระบวนการกลั่นกรอง เขารู้ตัว หรือ ไม่รู้ตัว ไม่ทราบ แต่เขาจะได้รับของหนักจากผมแน่นอน และผมอาจจะปล่อยวางพวกเขาไปเลย

"ทำสิ่งใด ย่อมได้สิ่งนั้น" เขาจะต้องรับบทเรียนที่หนักนี้

 

แต่ท่านผู้อ่านก็อย่าได้เข้าใจผิดว่า ผมกำลังจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ในความเป็นครูเล่นงานเขาได้ทันที แต่แนวโน้มของเด็กลักษณะนี้ เมื่อใจเขาไม่พอใจครูผู้สอนแล้ว เขาจะฆ่าตัวเองโดยการไม่ตั้งใจเรียน ไม่ทำงานส่ง ซึ่งผลมันชัดเจนอยู่แล้วว่า มีโอกาสเรียนใหม่สูงด้วยตัวของเขาเอง

แต่ผมสามารถทำนายผลได้เท่านั้นเอง

"ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา" โกวเล้งกล่าวไว้ถูกต้องแล้วสำหรับคนบางคน

กว่าจะได้เพชรแท้สักเม็ด บางทีอาจจะต้องกรองก้อนกรวดไปหลายก้อนทีเดียว

 

พระพุทธองค์ ตรัสไว้แล้วว่า "บัวมี ๔ เหล่า" พวกเราเลือกเป็นเหล่าใด ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง

"ใครก็เปลี่ยนใครไม่ได้ ถ้าเจ้าตัวไม่เปลี่ยน"

แม้กระทั่งครูที่สอนเขาทุกวัน ทุกสัปดาห์ก็ตาม

เหนื่อยครับ และไม่อยากสอนแบบนี้อีก เยอะเกินไป

 

อย่าไปนึกว่า สภาพแวดล้อมในการทำงาน บุคคลรอบข้างไม่มีผลในเรื่องนี้นะครับ มีผลมาก เพราะหลายคนเห็นแก่ตัวที่จะคิดสอนแต่เพื่อผลประโยชน์เข้าตัว การสอนใดไม่ได้รับประโยชน์จะไม่สอน

มีครูแบบ ... ไม่ค่อยสอน สอนเร็ว ไม่มีกิจกรรมอะไรเลย อ้างว่าประชุมตลอด

มีครูแบบ ... แทบไม่ให้งาน เพราะกลัวเหนื่อย เดี๋ยวส่งเกรดไม่ทัน มหาวิทยาลัยจะตำหนิ

มีครูแบบ ... กลัวเด็กไม่รัก เอาเกรดสวย ๆ ไป

ฯลฯ

 

สมัยก่อน ผมเลือกที่จะสนใจเรื่องการทำหน้าที่ต่าง ๆ ของผู้บริหาร มุมมองที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร แต่ตอนนี้ความสนใจผมต่ำลงมาก ปากเสียงน้อยลง จนเกือบปลงไปแล้ว เมื่อหันมาที่การสอน แล้วเหมือนจิตตัวเองตก ความเครียดสะสม อยากปลง บางทีก็ปลงไม่ลง ติดอยู่ในใจนานเกินไป แน่นอนว่า ความผิดหวังต่อวิธีคิดของเด็กที่ไม่ดี ๆ บางทีก็หันมาทำร้ายตัวเองมากไป

Perfectism ... โรคนี้ ผมควรบำบัดตัวเองอย่างด่วน !

กัลยาณมิตรว่ามาอย่างนั้น ผมก็ฟัง พิจารณา แล้วคิดว่า อาจจะจริง ;)...

 

 

ทำลายป่า ฆ่าสัตว์ใหญ่ ค้าสัตว์น่ารัก ...

 

เรื่องที่รับไม่ได้ในช่วงนี้อีกเรื่อง ก็น่าจะเป็นเรื่อง "การทำลายทรัพยากรธรรมชาติและฆ่าสัตว์ ทำร้ายสัตว์"

แทบไม่อยากดูข่าวสารบ้านเมืองในเรื่องนี้เลย รู้สึกถึงความเลวของมนุษย์ที่เกิดขึ้น แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากการเขียนกลอนระบายความรู้สึกออกมาเพื่อให้ใจเบาลงบ้าง

 

ใครฆ่าช้าง

"ใครฆ่าช้าง" ขอให้รับโทษทัณฑ์
ขอให้ตายตกตามกัน ณ วันนี้
ช้างอายุยืนนานเท่าคนดี
คุณนั้นมีสิทธิ์อะไรไปฆ่ามัน

ผลของกรรมนำทางล้างรอบตัว
คนทำชั่วรับผลชั่วถึงอาสัณห์
ทำลายล้างเส้นทางบุญผลอนันต์
ทุกข์ทุกวันจนกว่าถึงคราตาย

 

 

ใครค้าหมา

"ใครค้าหมา" ขอให้ตายไปเหมือนหมา
เพียงแค่ค้า เอาเงินเข้ากระเป๋า
อ้างปากท้องหากินท้องถิ่นเรา
เอาหมาเขาไปฆ่าไปค้ากิน

สักวันหนึ่งคนที่รักเข้ากรงบ้าง
ตายตรงทางต่อหน้าหมดทรัพย์สิน
ชีวิตใครใครก็รักยังทำกิน
ขอให้ดิ้นทรมาเวลาตาย

 

 

ทั้ง ๆ ที่เราเป็นเมืองพุทธ แต่เราก็เลือกที่จะเบียดเบียนสัตว์เพื่อร่วมโลกของเรา โดยมีแต่ข้ออ้างปากท้อง รับไม่ได้จริง ๆ ทางเลือกดี ๆ อื่น ๆ มีไม่เลือก เลือกที่จะได้อะไรมาง่าย ๆ

 

.........................................................................................................................................................

 

ท่านมองเห็นไหมว่า ทั้งสองประเด็นที่ผมรับไม่ได้นั้น คือ สภาพสังคมที่มันต่อเนื่องกันมา

ตอนเรียนหนังสือ ... อยากได้เกรดง่าย ๆ ไม่ว่าจะใช้กลวิธีใด

ตอนออกไปจากมหาวิทยาลัย ... อยากได้เงินง่าย ๆ ไม่ว่าจะทำชั่วแค่ไหน

มิติทางสังคมมันต่อเนื่องกันครับ


เมื่อใดก็ตามที่ระบบการศึกษา้บ้านเรามัน "เสื่อม"

"คนเสื่อมก่อนระบบ" หรือ "ระบบเสื่อมก่อนคน" ก็ไม่ทราบนะครับ


ผมเขียนบันทึกไม่ได้ร่างอะไรไว้ก่อนเลย แต่เขียนจากความรู้สึกที่มันอยู่ข้างในเท่านั้น

ขออภัยกัลยาณมิตรและแฟนพันธุ์แท้ที่อาจจะผิดหวังอย่างมากมายครับ


โปรดอ่านแล้วผ่านไป ไม่ต้องจารึกสิ่งใดไว้ก็ย่อมได้ครับ


บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...

 

.........................................................................................................................................................