"พิธีสืบชะตาหลวง" เป็นประเพณีของชาวล้านนา ช่วยให้เกิดสิริมงคลต่อผู้ที่เข้าร่วมพิธี และเชื่อกันว่า พิธีนี้เป็นการต่ออายุบ้านเมืองหรือต่อชีวิตคนให้มีอายุยืนยาว เป็นการเสริมบารมี สะเดาะเคราะห์ ให้พ้นจากโชคร้าย โรคาพยาธิ เพื่อรับโชคลาภ ร่ำรวย และจะมีความสุข ความเจริญ ตลอดจนขจัดภัยอันตรายต่างๆ ที่จะบังเกิดขึ้น
วัดป่าเจริญราช คลอง 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้จัดพิธี "การสืบชะตาหลวงแบบล้านนา" ขึ้นทุกปี และทุกครั้งจะมีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก มากกว่า 3,000 คนค่ะ โดยปีล่าสุด มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมพิธีแน่นออกมานอกเต็นท์พิธีด้วยค่ะ ยิ่งดึก คนยิ่งเยอะค่ะ สวดมนต์ภาวนากันถึงเช้าเลยค่ะ ![]()
ในปีใหม่ที่จะถึงนี้ก็เช่นกัน วัดป่าเจริญราช กำหนดจัด "พิธีสืบชะตาหลวง" ขึ้นในวันที่ ๓๑ ธันวาคม เวลา ๑๗.๓๐ น. ถึง วันที่ ๑ มกราคม เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระครูปลัดวีระนนท์ วีรนนฺโท เจ้าอาวาสวัดป่าเจริญราช ได้กล่าวถึงการจัดพิธีสืบชะตาหลวงแบบล้านนา ใน ครั้งนี้ว่า
“ เป็นการสืบชะตาหลวงแบบล้านนา มีการสวดสะเดาะนพเคราะห์ ๑๒ ราศี ตั้งแต่ปีชวด ฉลู ขาล เถาะ มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน ซึ่งพิธีสืบชะตาเป็นประเพณีสำคัญอย่างหนึ่งของชาวล้านนาที่เชื่อกันว่า
เป็นการต่ออายุหรือต่อชีวิตของบ้านเมืองหรือของคนให้ยืนยาว มีความสุข ความเจริญ ตลอดจนเป็นการขจัดภัยอันตรายต่างๆที่จะบังเกิดขึ้นให้แคล้วคลาดปลอดภัย 
พิธีสืบชะตาหลวง ชาวล้านนาได้ยึดถือและปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน ชาวล้านนาในทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลต่างรู้จักและยึดมั่นปฏิบัติกันอยู่ เพราะเชื่อว่าทุกข์ภัยทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเอง และญาติพี่น้องจะหมดหายไปชีวิตก็จะยืนยาวยิ่งขึ้น อีกทั้งเชื่อว่าก่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่การงานพร้อมที่ จะสู้กับชะตาชีวิตต่อไป
และในการจัดพิธีสืบชะตาหลวงในครั้งนี้ วัดป่าเจริญราชมีวัตถุประสงค์ในการจัดพิธีสืบชะตาหลวงเพื่อถวายแด่พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
และหลังจากเสร็จพิธีแล้ว ในช่วงเช้าของวันที่ ๑ มกราคม ก็จะมีการถวายผ้าป่าสามัคคีและตักบาตรข้าว สารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ด้วย
อาตมาภาพจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมสร้างมหากุศลอันยิ่งใหญ่ในรอบปีส่ง ท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของท่านและครอบครัวโดยพร้อมเพรียงกัน โดยให้พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมพิธีแต่งกายด้วยชุดสีขาวเพื่อความมงคลและความเรียบร้อยสวยงาม” 
แพรขอสรุปประโยชน์ที่ได้จากการสวดมนต์ข้ามปีเพื่อสร้างบารมี 10 ทัศ ในคืนพิเศษ ในปีพิเศษ เพื่อเป็นการเริ่มต้นดี ชีวิตดี ในปีใหม่
ดังนี้ค่ะ
บุญบารมีที่ได้จากการสวดมนต์ข้ามปี 
1. ทานบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์เสร็จ เราทำทานคือเอาเงินทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีร่วมกัน หรือเราใส่บาตรตอนเช้าร่วมกัน เป็นทานบารมีค่ะ
2. ศีลบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ในขณะนั้นเราไม่ได้ทำบาปกรรมกับใคร มีศีลอยู่ในขณะที่สวดมี ศีลบารมีค่ะ
3. เนกขัมมบารมี = ขณะที่เราสวดมนต์อยู่ จิตที่เป็นสมาธิของเราปราศจาก นิวรณ์มารบกวนจิตใจ ถือว่าเป็นการบวชใจ ถือว่าเป็น เนกขัมมบารมีค่ะ
4. ปัญญาบารมี = การสวดมนต์ทำด้วยความศรัทธา ทำด้วยปัญญาที่เห็นว่าการสวดมนต์ นั่งสมาธิเป็นประโยชน์ช่วยฝึกฝนให้เกิดสติ มีสมาธิเป็น ปัญญาบารมีค่ะ
5. วิริยะบารมี = ความพยายามที่จะเดินทางเข้ามาร่วมพิธี ความพยายามที่จะไม่ไปฉลองปีใหม่แบบวิถีเก่าๆ ซึ่งนำไปสู่การผิดศีล 5 การพยายามพาคนที่เรารักและครอบครัวมาร่วมพิธีสวดมนต์ข้ามปี รับปีใหม่ ความพยายามที่จะบอกเล่าเรื่องราวดีๆในพิธีที่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่มีความเพียร เราก็ทำไม่ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นความเพียรพยายามเป็น วิริยะบารมีค่ะ
6. ขันติบารมี = มีความเพียรแล้ว ไม่มีความอดทน ความเพียรก็ตั้งอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมีความอดทน อดทนต่อความง่วง ความปวด เมื่อย หิว ร้อน หนาว เสียงดัง เป็นต้น ความอดทนเป็น ขันติบารมีค่ะ
7. สัจจะบารมี = มีความเพียร มีความอดทนแล้ว และมีความจริงใจ ความตั้งใจในการประพฤติปฏิบัติ ตั้งใจสวดมนต์เสียงดังๆให้ถูกต้อง ชัดถ้อยคำ ซึ่งความจริงใจคือ สัจจะบารมีค่ะ
8. อธิษฐานบารมี = เมื่อเราสวดมนต์เสร็จ ทำสมาธิ ตั้งจิตอธิษฐาน อยากได้อะไรก็ขอให้สุข สมหวังค่ะ การอธิษฐานเป็น อธิษฐานบารมีค่ะ
9. เมตตาบารมี = สวดมนต์ นั่งสมาธิ ใส่บาตรเสร็จ ก็ต้องแผ่เมตตา อุทิศส่วนกุศล การแผ่เมตตาเป็น เมตตาบารมีค่ะ
10. อุเบกขาบารมี = ขณะที่แผ่เมตตา เราต้องทำใจของเราให้มีเมตตา ต่อสัตว์ทั้งหลาย ทำใจให้เป็นพรหมวิหาร 4 อุเบกขา วางเฉย อโหสิกรรม กับบุคคลที่เราเคยล่วงเกินกันมา ไม่โกรธใคร ไม่เกลียดใคร ไม่ชอบใคร ไม่ชังใคร ทำใจให้นิ่ง ทำจิตให้สงบ วางใจให้เป็นอุเบกขา เป็นอุเบกขาบารมีค่ะ
![]()

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
ขอให้บุญรักษา ธรรมคุ้มครองทุกคนนะคะ