ไม่ได้รับความยุติธรรมจากผู้บริหาร
จากกระทรวงฯให้กรอบอัตรากำลังพนักงานราชการโดยให้โรงพยาบาลสมุทรสาครเป็นผู้สอบบรรจุโดยให้ลูกจ้างชั่วคราวโรงพยาบาลและบุคคลภายนอกร่วมเข้าสอบ ซึ่งในใบประกาศรับสมัครสอบไม่ได้ระบุว่าต้องปฏิบัติงานในหน่วยงานใด และเมื่อนาย ก สอบได้จึงไปบรรจุที่กลุ่มงานเวชกรรมฯ ต่อมานาย ก ได้ลาออกจึงเรียกนาย ข ซึ่งขึ้นบัญชีลำดับที่ 2 มารับตำแหน่ง แต่เกิดกรณีว่านาย ข อยากทำงานที่เดิมไม่อยากไปรับตำแหน่งที่กลุ่มงานเวชกรรมฯ จึงขึ้นไปคุยกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและหัวหน้ากลุ่มงาน โดย จนท.ฝ่ายบุคคลแจ้งว่าต้องไปปฏิบัติงานที่กลุ่มงานดังกล่าวเนื่องจากตำแหน่งนี้อยู่ที่กลุ่มงานดังกล่าว แต่ก็มีบุคลากรบางท่านในโรงพยาบาลก็ปฏิบัติงานอยู่คนละที่กับตำแหน่ง คือ ตัวทำงานอยู่ที่กลุ่มงานหนึ่งแต่ตำแหน่งอยู่อีกกลุ่มงานหนึ่ง หัวหน้ากลุ่มงานจึงบอกว่าถ้าอย่างนั้นในกรณีของนาย ข ก็สามารถทำได้เหมือนกัน จนท.ฝ่ายบุคคจึงบอกว่าได้ จึงจบลงด้วยว่านาย ข สามารถปฏิบัติงานที่หน่วยงานเดิมได้แต่ตำแหน่งก็ยังอยู่ที่กลุ่มงานเวชกรรมฯ แต่เหตุการณ์ไม่จบเนื่องจากหัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมฯ ไม่ยอมและจะให้นาย ข มาปฏิบัติงานที่กลุ่มงานของตนโดยแจ้งว่าตำแหน่งอยู่ที่นี่ถ้าจะรับตำแหน่งพนักงานราชการก็ต้องมาปฏิบัติงานที่นี่ นาย ข จึงกล่าวถึงกรณีของ จนท.พนักงานราชการคนหนึ่งในกลุ่มงานเวชกรรมฯ ที่ตัวปฏิบัติงานอยู่กลุ่มงานเวชกรรมแต่ตำแหน่งไปแฝงไว้ที่หน่วยงานสวัสดิการฯ ทำไมถึงทำได้ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมฯแจ้งว่า เนื่องจากในมติของคณะกรรมครั้งแรกระบุว่าตำแหน่งนักธุรการ (ถ้าพูดผิดก็ขออภัยด้วย)ที่ได้นี้จะให้อยู่ที่กลุ่มงานวชกรรมฯ แต่เมื่อทำเรื่องไปถึงกระทรวงฯ ปรากฏว่าทางกระทรวงฯระบุมาว่าไม่มีกรอบรองรับตำแหน่งนี้ที่กลุ่มงานเวชกรรมฯ ทางโรงพยาบาลจึงต้องทำเรื่องเอาตำแหน่งไปแฝงไว้ที่หน่วยงานสวัสดิการฯ และเหตุที่ จนท.คนนี้ยังปฏิบัติงานที่เดิมได้เนื่องจากยึดมติครั้งแรกของคณะกรรมการ นาย ข เห็นว่าไม่ได้รับความยุติธรรมเนื่องจากมีการเลือกปฏิบัติจากผู้บริหาร จึงขอสละสิทธิ์ไม่รับตำแหน่งพนักงานราชการนี้
ในกรณีเช่นนี้ท่านคิดว่าอย่างไร
1.มีการกล่าวอ้างจากผู้บริหารว่าเป็นความผิดที่ไม่ได้ระบุลงในประกาศว่าต้องไปปฏิบัติงานในหน่วยงานใดในโรงพยาบาล
2.มีการเลือกปฏิบัติที่จะให้บุคลากรปฏิบัติงานที่ใดก็ได้โดยไม่คำนึงว่าจะมีกรอบลงรับหรือไม่
ขอความคิดเห็นจากท่านผู้รู้ว่าท่านคิดเห็นอย่างไร