เครื่องบินค่อยๆ คลานออกจากลานจอดเข้าสู่รันเวย์ ตั้งตรงตามทิศทางแล้ววิ่ง....

                 

 

ถึงเวลา 8.00 น. (เศษ) เครื่องบินค่อยๆคลานออกจากลานจอดเข้าสู่รันเวย์ ตั้งตรงตามทิศทางแล้ววิ่งเร็วขึ้นจนถึงระดับแล้วยกตัวขึ้นสู่น่านฟ้า ไต่ระดับสูงขึ้น ยามเครื่องบินตะแคงเลี้ยวผมเล็งกล้องเก็บภาพผ่านปีกเครื่องบินสู่เบื้องล่าง เห็นพื้นดินทอดแนวยาวริบหรี่รำไร และเกือบครึ่งเป็นพื้นน้ำปกคลุมอาณาบริเวณกว้างไกลไม่น้อย จนเครื่องบินยกระดับสูงกว่าเมฆ จึงมองไม่เห็นพื้นดินอันไพศาลจนกว่าจะอีกชั่วโมงสิบนาทีต่อมา เครื่องบินลดระดับลงจนล้อแตะรันเวย์ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง แล้วค่อยๆ วิ่งเข้าเทียบงวงช้างในที่สุด

 

                เรารอรับกระเป๋าเดินทางจากสายพานแล้วเดินทางขึ้นรถบัสใหญ่ที่บริษัทมัคคุเทศก์จัดไว้รออยู่ก่อนแล้ว ออกเดินทางเข้าเยี่ยมชมวัดร่องขุ่น “วัดขาว” ภายใต้การบูรณปฏิสังขรณ์ของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ผู้มุ่งมั่นอุทิศบุญกิริยาครั้งนี้ให้เป็นศาสนสถานประจำรัชกาลที่ 9 เพิ่มจำนวนพื้นดินของวัดเป็น 9 ไร่เศษ ก่อสร้างอาคารเพื่อประกอบศาสนกิจให้ครบ 9 หลัง ตั้งเป้าหมายให้สำเร็จใช้งานในกิจการของสงฆ์ได้ก่อน ส่วนการตกแต่งประดับประดาพุทธศิลปะอันอ่อนช้อยวิจิตรบรรจงสวยงามตระการตาที่เหลือ ท่านอาจารย์วางแผนสอนศิษย์ไว้อีกสองรุ่น คือรุ่นใหญ่อายุ 22 ปีขึ้นไป ไว้สืบทอดต่อจากรุ่นปัจจุบัน ส่วนอีกรุ่นเป็นรุ่นเล็ก อายุ 12 ปีขึ้นไป เตรียมการไว้เพื่อรองรับการสืบทอดเจตนารมณ์ของรุ่นใหญ่อีกทอดหนึ่งจนกว่างานจะแล้วเสร็จ

 

                คณะของเราแยกย้ายถ่ายรูปทำบุญไหว้พระ หลายรายได้โอกาสถ่ายรูปร่วมกับท่านอาจารย์เฉลิมชัย ที่เมตตามาถ่ายรูปด้วย เป็นที่ระลึก ผมเองเดินชมไปด้วย ถ่ายรูปไปด้วย ทำบุญไปด้วย และโชคดีท่านอาจารย์เมตตาสละเวลาถ่ายรูปด้วย จึงขอถือโอกาสนี้กล่าวคำขอบคุณไว้ ณ ตรงนี้

 

                เกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จในการวาดรูปอย่างมากมาย มีรายได้มากจนกินใช้อย่างเศรษฐีก็ยังไม่หมดในชีวิตนี้ เขามีทุกอย่างที่มนุษย์ผู้มั่งคั่งมี พรั่งพร้อมชื่อเสียงเกียรติยศทรัพย์สินเงินทอง แต่เขายอมสละละวางชื่อเสียง เพื่อมากินนอนอยู่ในวัดเหมือนศิษย์วัดคนหนึ่งจะพึงทำ นอนหัวค่ำราวสองสามทุ่ม ตื่นแต่เช้าตรู่ตีสองตีสามเพื่อมาเดินรอบวัดกำหนดจิตฝึกสติสมาธิเพื่อให้เกิดปัญญาตามหลักการแห่งพระศาสนา จนกว่าจะรุ่งเช้า รับประทานอาหารเช้าร่วมกับศิษย์วัดคนอื่นๆ และทำงานให้แก่วัดตามตารางเวลา ชีวิตอันโรจน์รุ่งกลับต้องมาวนเวียนอยู่อย่างนี้วันแล้ววันเล่า ทรัพย์สินจำนวนมากทุ่มเทเพื่อการสร้างวัดไป นี่คือชีวิตของคนมีชื่อเสียงเกียรติยศกระนั้นหรือ “เขาทำอย่างนี้เพื่อสิ่งใด”