กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานราชการ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานราชการ
จากการที่ภาครัฐได้จัดให้มีระบบพนักงานราชการในประเทศไทย
ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมานั้น มา ณ บัดนี้ ก็ได้ล่วงเลยเวลามาประมาณ
เกือบ 8 ปี แล้ว สำหรับเรื่อง สิทธิ สวัสดิการต่าง ๆ
ภาครัฐได้ปรับเปลี่ยนให้อยู่เสมอ
เนื่องจากเป็นบุคลากรของภาครัฐอีกประเภทหนึ่งในการทำงานให้กับภาครัฐ
ไม่ว่าเงินค่าตอบแทน ค่าครองชีพ
ภาครัฐได้ดูแลและปรับให้กับบุคลากรประเภทนี้ (พนักงานราชการ)
ไม่ด้อยไปกว่าข้าราชการ
แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ "พนักงานราชการ" อาจยังไม่ได้คิดหรือนึกถึง
นั่นคือ "การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" ซึ่งในระบบของข้าราชการ คือ
"กบข." ส่วนลูกจ้างประจำ คือ "กสจ." โดยทั้งสองกองทุนนี้ ข้าราชการ +
ลูกจ้างประจำ จะได้รับเงินส่วนนี้ก็ต่อเมื่อเกษียณอายุราชการ
หรืออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว...
ผู้เขียนมีความคิดเห็นว่า
สำหรับระบบพนักงานราชการ ยังไม่ได้มีการจัดตั้ง
"กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" ที่ภาครัฐจะต้องดูแล
เพราะถ้าศึกษาตามระเบียบพนักงานราชการแล้ว ผู้ที่จะจัดตั้ง นั่นคือ
"ส่วนราชการ" แต่ก็จะเป็นปัญหาว่า
บางส่วนราชการก็มีพนักงานราชการจำนวนน้อยที่จะจัดตั้งกองทุนฯ
ประเภทนี้ได้
และก็คงเป็นภาระค่อนข้างมากที่จะดำเนินการจัดตั้งกองทุนประเภทนี้
แต่ถ้าได้ดำเนินการให้กับพนักงานราชการแล้ว
สุดท้ายก็จะมีความมั่นคงเกิดขึ้นกับบุคลากรประเภทนี้แน่นอน
เพราะเมื่อตนเองทำงานครบอายุ 60 ปี
แล้วก็จะได้รับเงินจำนวนก้อนหนึ่งเพื่อเป็นฐานในยามแก่ชรา...
สำหรับของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
ได้ดำเนินการให้กับพนักงานราชการด้วยแล้ว คือ
ได้ดำเนินการให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยส่วนหนึ่งก็เลยทำกองทุนฯ
ให้กับพนักงานราชการไปด้วย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553
โดยหักจากเงินค่าตอบแทนของพนักงานราชการ 3 % และนายจ้างออกให้ 3
%เป็นอันว่า...พนักงานราชการของ มรภ.พิบูลสงคราม
มีความมั่นคงในบั้นปลายของการทำงานเมื่ออายุครบ 60
ปี...
ส่วนราชการอื่น ๆ
ที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้กับพนักงานราชการ ผู้เขียนคิดว่า
ควรจะดำเนินการให้ได้แล้วเพราะไม่เช่นนั้น
พนักงานราชการก็จะได้รับเงินค่าตอบแทนเพียงแค่เดือน ๆ เท่านั้น
จะไม่มีเงินก้อนเช่นเดียวกับข้าราชการหรือลูกจ้างประจำสำหรับส่วนราชการใดที่มีพนักงานราชการน้อย
ควรประสานแล้วจัดตั้งกันเป็นกลุ่ม
เพื่อดำเนินการให้กับพนักงานราชการในส่วนราชการของตน
เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับพนักงานราชการที่ได้ปฏิบัติงานของภาครัฐอีกประเภทหนึ่ง...หรือไม่ก็ควรมีตัวแทนพนักงานราชการจากส่วนราชการ
รวมตัวกันเพื่อดำเนินการให้ภาครัฐจัดตั้งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับพนักงานราชการในกลุ่มที่ยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้แล้ว...
ด้วยความปรารถนาดี...
ท่านสามารถดูหรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
ได้จากที่นี่...
สิ่งที่จะเป็นปัญหาในการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
คือ
จำนวนเงินที่ส่วนราชการจะต้องจัดเตรียมสมทบให้กับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้น
3 % หรือ 5 % ฯลฯ
ของเงินค่าตอบแทนแล้วแต่ข้อตกลงที่ส่วนราชการจะตกลงทำกับพนักงานราชการ
เพราะสำหรับ กองทุนของข้าราชการ (กบข.) ส่วนมากเดิมที่เคยหักจะหัก 3 %
ของเงินเดือนแต่มาภายหลังขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของข้าราชการแต่ละคนว่าจะให้
กบข.หักเพิ่มขึ้นอีกเท่าไร?...
สพฐ มีกองทุนสำรองยังค