----โรคSchizencephaly , GERD ภาค1----

...............ในที่สุดสัปดาห์ก็ถึงคิวนำเสนอกรณีศึกษาของเราแล้ว (ตื่นเต้นมาก.....เมื่อคืนแทบจะไม่ได้นอนเลยคะ) 

                กรณีศึกที่จะนำเสนอในวันนี้ เป็นเด็กทารกตัวน้อยน่ารัก คิดแล้วก็นึกถึงแก้มยุ้ยๆขาวๆของน้องจัง

                ก่อนอื่นขออธิบาย สาเหตุ อาการ และบทบาทหลักของนักกิจกรรมบำบัดของโรคSchizencephaly , GERD ให้เข้าใจคร่าวๆก่อนนะคะ

                ---->เริ่มจากโรคSchizencephaly เป็นความผิดปกติของสมองตั้งแต่เกิดนะคะ สมองโตไม่เต็มกะโหลก ทำให้สมองแหว่งหายไปบางส่วน

อาการ : ของเด็กที่เป็นโรคนี้ตัวอย่างเช่น มีภาวะชัก และที่สำคัญคือ มีปัญหาพัฒนาการล่าช้า

การบำบัดรักษา : ในประเทศไทยนั้นจะเป็นหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัด(Occupational therapist)และนักกายภาพบำบัด(Physical therapist) โดยเน้นหลักการ Neuro-developmental therapy techniques เป็นหลัก

                ---->ส่วนอีกโรคหนึ่งคือGERD (Gastroesophageal reflux disease) หรือโรคกรดไหลย้อนนั่นเอง หลายคนอาจจะสงสัยว่าในเด็กทารกขนาดนี้ การมีอาการขย้อนนมหลังกินนมก็น่าจะเป็นเรื่องปกติ

--ดิฉันขออธิบายความแตกต่างของภาวะปกติของเด็กทารกทั่วไปและเด็กที่มีภาวะกรดไหลย้อน ดังนี้นะคะ ......ปกติทารกในขวบปีแรกจะมีภาวะกรดไหลย้อนระดับปกติ(GER) ซึ่งมีสุขภาพดี แม้จะมีการอาเจียนบางครั้ง ยกเว้น! จะมีอาการนานเกิน 1 ปี ให้ตั้งข้อสงสัยว่าจะเป็น “GERD” ได้

หรือมีอาการสำคัญ : คือ  ขย้อนนมตลอดเวลา ไอเรื้อรัง หายใจเสียงวี๊ด ปอดบวม-อักเสบ หลังงอ เป็นต้น

ซึ่งวิธีการบำบัดรักษา : ของนักกิจกรรมบำบัดก็คือ หลักการจัดท่า(Positioning) ขณะรับประทานอาหาร ต้องนั่งลักษณะ  Incline position!!เท่านั้น ห้ามUpright position เด็ดขาด เพราะจะไปเพิ่มความดันในช่องท้องมากขึ้น และห้ามนอนราบเพราะจะทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนง่ายมากขึ้น และให้คำแนะนำ เรื่องวินัยการรับประทานอาหาร เช่น ต้องงดอาหาร 2-3 ชั่วโมงก่อนนอน ทำให้เรอหลังรับประทานอาหาร ทานน้อยแต่ทานบ่อย

         ........ครั้งแรกที่ดิฉันทราบถึงประวัติโรคของน้อง และอาการที่เกิดขึ้นของพยาธิสภาพของโรคนี้ ดิฉันค่อนข้างจะตื่นเต้นพอสมควร ...เพราะเป็นcaseที่น่าสงใจ และท้าทายมาก เนื่องจากน้องมีComplicated(ภาวะแทรกซ้อน)ค่อนข้างจะเยอะพอสมควร

          กล่าวถึงลักษณะทั่วไป(General appearance)ของน้องนะคะ :         

เป็นเด็กหญิงไทย  วัยทารก รูปร่างสมส่วน ผิวขาว  ศีรษะโต ผ่าตัดใส่ VP Shunt ที่ศีรษะ(เป็นตัวควบคุมความดันของการระบายน้ำออกขากโพรงสมองไปที่ช่องท้อง) ใส่สาย Nasogastric tube (สำหรับให้อาหารทางสายยาง) ลักษณะ Drowsiness  (คือ อาการที่ไม่ตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม)                                                                                                                      

         สามารถแจกแจงปัญหาทางกิจกรรมบำบัดได้ดังนี้คะ

1. ระดับความตื่นตัวต่ำ  (Low level of arousal)

2. ความสามารถในการชันคอต่ำ ประมาณ 0-30 (Poor neck control)

3. มีความยากลำบากในการกลืน (Pediatric dysphagia) 

                โดยดิฉันใช้หลักการ และกรอบอ้างอิงทางประสาทพัฒนาการ Neurodevelopmental Frame of  Reference เป็นหลัก และกรอบอ้างอิงอื่นๆดังนี้นะคะ

  • เพิ่มระดับความตื่นตัว ---Cognitive Rehabilitation FoR---

(อ.ดร.ศุภลักษณ์ ช่วยแก้ไขให้คะ......อธิบายตามความเข้าใจนะคะ เนื่องจาก น้องมีปัญหาการInput&Output sensory – เราจึงต้องใช้กรอบอ้างอิงนี้ เพราะผู้บำบัดเป็นคนที่passive sensoryต่างๆให้กับเด็ก ไม่ใช่เด็กเป็นคน Integrate sensoryเอง)

โดยการให้ Sensory stimulation เช่น การนวด (baby massage) การจับแขน-ขาออกกำลังกาย (passive exercise) การใช้ของเล่นสีสันสดใสกระตุ้น (colorful toys)

  • เพิ่มความสามารถในการชันคอ  ---Neurodevelopmental, Developmental theory---

โดยการกระตุ้นการชันคอในท่านอนคว่ำ นอนหงาย นั่ง อุ้มพาดบ่า โดยต้องใช้ของเล่นเป็นตัวช่วยหลอกล่อให้เด็กเงยหน้าขึ้นมามอง ขึ้นมาสนใจฟังฟัง

  • เพิ่มแรงดูดและการปิดริมฝีปาด ---Physical Rehabilitation, Neurodevelopmental FoR---

โดยการการบริหาร/ออกกำลังลังกายกล้ามเนื้อปาก และการฝึกการกลืนน้ำเปล่าครั้งละ 5  CC ผ่านทาง syringes

  • ยับยั้งการตอบสนองอัตโนมัติที่ผิดปกติ ---Neurodevelopmental FoR---

ตัวอย่างเช่น ยับยั้ง Bite reflex (การตอบสนองการกัดอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งของไปกระตุ้นในปาก) ซึ่งจะขัดขวางความสามารถในการรับประทานอาหารทางปาก ซึ่ง ยังยั้งโดย วิธีต่างๆ ดังนี้  

- ใช้แปรงขนอ่อนหรือนิ้วลูบเบาๆบริเวณเหงือกด้านนอก

- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณฟันขณะป้อนอาหารเด็ก

- หลีกเลี่ยงการกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่เคี้ยว( masseter muscle) ขณะที่ป้อนอาหาร หรือใช้นิ้วกระตุ้นในปากแล้วมีปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นทันที หลีกเลี่ยงการออกแรงงัดจากปากเด็ก ให้รออยู่ชั่วครู่ ปฏิกิริยานี้จะค่อยๆลดลง เด็กจะสามารถอ้าปากได้เอง

ในบันทึกนี้รวมรวมข้อมูลประวัติ ปัญหา และเทคนิคการรักษาทางกิจกรรมบัดของโรคSchizencephaly, gerd หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ .....แล้วการบันทึกครั้งหน้าจะเป็นการอ้างถึงEvidence-Base ที่จะมาสนับสนุนการปฏิบัติที่ดิฉันได้ปฏิบัติไปแล้วบ้าง และเทคนิคที่น่าสนใจที่ดิฉันยังไม่ได้นำไปปฏิบัติ มานำเสนอในแก่ทุกท่านได้อ่านต่อไปนะคะ

ขอบคุณคะ ...