Therapeutic exercise (จากการหาข้อมูลร่วมกับความเข้าใจส่วนตัวของดิฉันในฐานะนักศึกษากิจกรรมบำบัด)
สรุปจากความคิดของดิฉันคิดว่า : นักกายภาพบำบัด(PT) และนักกิจกรรมบำบัด(OT) มีจุดมุ่งหมายในการให้การออกกำลังกายเพื่อการรักษาที่แตกต่างกันค่ะ และนักกายภาพบำบัดจะเน้นที่ให้ร่างกายมีความสามารถสูงสุด แต่นักกิจกรรมบำบัดจะเน้นที่มีความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้สูงสุดถึงแม้ศักยภาพทางด้านร่างกายจะมีจำกัดก็ตาม
เช่น ผู้ป่วยเส้นประสาทบริเวณข้อมือด้านซ้ายถูกกดทับ(carpal turnel syndrome)ต้องการกลับไปทำสวนได้ PT จะฝึกกล้ามเนื้อมัดนั้นที่ต้องใช้ในการทำสวนให้กลับไปทำสวนได้โดยใช้มือซ้าย แต่ OT อาจจะให้ผู้ป่วยฝึกใช้มือด้านขวาในการทำสวนให้ได้ หรืออาจให้อุปกรณ์เสริมอื่นๆ ในการทำสวนโดยใช้มือซ้ายโดยที่ให้ผู้ป่วยได้รู้สึกว่าได้ทำกิจกรรมทำสวนได้สำเร็จแม้ว่าโรคจะยังไม่หายดีก็ได้
Therapeutic exercise ของนักกายภาพบำบัด : Therapeutic exercise is a vital aspect of treatment, as it helps patients to achieve maximal function, which is the ultimate goal.(http://www.pthaven.com/page/show/324616-what-is-therapeutic-exercise) วันที่ 8 มกราคม 2555
แปล การออกกำลังกายเพื่อการรักษาของนักกายภาบบำบัดจะช่วยให้ผู้รับบริการมีความสามารถสูงสุดในการทำงานของร่างกาย ซึ่งจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด
Therapeutic exercise ของนักกิจกรรมบำบัด : is a series of movements developed to improve an individuals flexibility, strength and endurance. It is designed to address specific movement problems. The exercises emphasize functional capabilities for walking, gardening, tying your shoes, driving your car or just about any other activities you would like to enjoy. (http://www.ossrpt.com/occupational_therapy/occupational_therapy.php?pageid=30&cat_id=2) วันที่ 8 มกราคม 2555
แปล การออกกำลังกายเพื่อการศึกษาของนักกิจกรรมบำบัดจะเป็นการออกกำลังกายเพื่อให้มีความสามารถสูงสุดในการประกอบกิจกรรม โดยมีจุดหมาย เช่น ออกกำลังกายเพื่อ ให้สามารถเดินได้ สามารถทำสวนได้ ขับรถได้เป็นต้น หรือกิจกรรมอื่นที่ผู้รับบริการสนใจ
สวัสดีค่ะคุณเบญจรัตน์
สำหรับคำตอบที่คุณนำมาทำให้ฉันเห็นความเหมือนและความแตกต่างกันของ Therapeutic exercise ระหว่างนักกิจกรรมบำบัดและนักกายภาพบำบัด ซึ่งก่อนที่ดิฉันจะเข้ามาอ่านนี้ดิฉันคิดว่าระหว่างนักกิจกรรมบำบัดและนักกายภาพบำบัดต่างมีเป้าหมายที่เหมือนกันคือเพื่อให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปทำ function ที่ตนเองต้องการได้แต่การเดินไปสู่เป้าหมายนั้นมีความแตกต่างกันคือนักกายภาพจะใช้ความรู้ที่ตนเองได้ศึกษาเล่าเรียนมาช่วยให้ผู้รับบริการมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในการกลับไปทำกิจกรรมหรือใช้ชิวิตตามที่ตนเองต้องการได้ แต่นักกิจกรรมบำบัดจะเน้นที่กิจกรรมที่ผู้รับบริการต้องการกลับไปทำเลย เช่นผู้รับบริการมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อมือต้องการกลับไปซักผ้าและรีดผ้าด้วยตนเองได้ นักกิจกรรมบำบัดก็จะฝึกมือและกล้ามเนื้อในมือต่างๆให้สามารถทำงานซักผ้าและรีดผ้าได้ จากนั้นนักกิจกรรมบำบัดก็จะนำผู้รับบริการไปฝึกในสถานการณ์จริงว่าผู้รับบริการสามารถทำ function นั้นได้หรือไม่หากยังไม่ได้ต้องมีการปรับและวิเคราะห์กิจกรรมนั้นเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมนั้นได้ใกล้เคียงความสามารถเดิมที่มีอยู่ ส่วนนักกายภาพบำบัดจะเป็นการออกกำลังกล้ามมือนั้นให้ใช้งานได้แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกับกิจกรรมในการดำเนินชีวิตอย่างที่นักกิจกรรมบำบัดทำ