ก่อนสิ้นปี 2554 ผู้เขียนได้รับการติดต่อจากจังหวัดชุมพร ให้ช่วยเขียนเรื่องของ OSCC ส่งประกวดในโครงการ UN Public Service Award 2012 โดยการตอบ 9 คำถามสำคัญ

8. Is the initiative sustainable and transferable ?

ปัญหาความรุนแรงในผู้หญิงและเด็กยังคงอยู่ในครอบครัว ชุมชน และสังคม เป็นประเด็นปัญหาที่นับวันจะมีความซับซ้อนมากขึ้นเพราะเกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจภายในประเทศ และทั่วโลก มีการเปลี่ยนผ่านของปัญหาสู่การค้ามนุษย์ การดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนของ OSCC ได้สรุปบทเรียนในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา กล่าวได้ว่าภารกิจของ OSCC บรรลุวัตถุประสงค์ในระดับหนึ่ง สามารถช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กผู้ถูกกระทำรุนแรงด้วยความรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ และขยายเครือข่ายไปสู่พื้นที่ระดับอำเภอและชุมชนต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งนี้เพราะมีการริเริ่มสร้างสรรค์ปัจจัยแห่งความสำเร็จ คือ พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Partner) ในระดับพื้นที่ ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว บ้านพักคนชรา ศาลจังหวัดชุมพรแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว บ้านแรกรับ สถานพินิจ อัยการจังหวัด ศูนย์ประสานงานทนายความอาสา สถานีตำรวจภูธร  องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กาชาดจังหวัด สื่อมวลชน สโมสรโรตารี สโมสรไลออนส์ หอการค้าจังหวัดชุมพร ฯลฯ

พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ ได้แก่ สสส. ศูนย์ผู้หญิงเก่ง 360 องศา สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ฯลฯ

และสิ่งที่เป็นพัฒนาการที่สำคัญของ OSCC คือการขยายเครือข่ายอาสาสมัครจิตอาสาในชุมชน จนถึงปัจจุบันครอบคลุม 4 อำเภอ 6 พื้นที่ แกนนำและอาสาสมัครแต่ละเครือข่ายได้ร่วมกันสร้างระบบการประสานงานให้เชื่อมโยง สนับสนุน และทำงานแบบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มเครือข่าย คือ

กลุ่มเครือข่ายที่ 1 ประกอบด้วย 1) เครือข่ายชุมชนอำเภอปะทิว 2) เครือข่ายชุมชนเกาะแก้ว อ.เมือง 3) เครือข่ายชุมชนท่ายาง อ.เมือง

กลุ่มเครือข่ายที่ 2 ประกอบด้วย 4) เครือข่ายชุมชนอำเภอท่าแซะ 5) เครือข่ายชุมชนอำเภอพะโต๊ะ 6) เครือข่ายชุมชนห้วยขอน อ.พะโต๊ะ

ในปี 2550-2551 ภาคีเครือข่ายชุมชนได้มุ่งเน้นรณรงค์ ลด-ละ-เลิกเหล้า เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยแต่ละเครือข่ายได้รับการสนับสนุนให้สร้างกิจกรรมต้นแบบเพื่อนำประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติจริงเข้าสู่กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายชุมชนอื่น ๆ ได้แก่ จัดกิจกรรมสภาข้าวต้มโจ๊ก ร่วมกันเฝ้าระวังความรุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ บริการให้คำปรึกษาช่วยเหลือแก่กลุ่มที่ประสบปัญหาและผู้ด้อยโอกาสด้วยการส่งเสริมอาชีพ ให้ความรู้แก่เยาวชน ตรวจสุขภาพผู้หญิง จัดงานเลี้ยงประเพณีไม่มีเหล้า ขยายกลุ่มสภากาแฟไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สร้างแกนนำผู้ชายเลิกเหล้าให้ชักชวนกลุ่มผู้ชายที่เคยดื่มเข้าร่วมกิจกรรม ปลูกจิตสำนึกแก่เด็กนักเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษา มุ่งสร้างความตระหนักในกลุ่มผู้ดื่มเหล้าให้เห็นผลกระทบจากความรุนแรงที่จะเกิดตามมา เข้าร่วมในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์กรเครือข่ายทั้งในระดับภูมิภาคและส่วนกลาง นอกจากนั้นยังดำเนินการรณรงค์โดยอาศัยกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมประเพณี ได้แก่ งานทอดกฐินปลอดเหล้า งดเหล้าเข้าพรรษา วัดไม่ใช่บาร์ ศาลาไม่มีเหล้า ฯลฯ