ถึงตอน โลกะวิทู ลุงรีบขัดขึ้นทันที นี่แหละ พุทธคุณบทนี้แหละ แปลว่า รู้แจ้งโลก

(ตอนที่ 13) พุทธทำนายความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล

“ลุงครับ ผมสงสัยว่า 2500 กว่าปี ที่พุทธองค์ทรงทำนายไว้ นานเหลือเกิน พระท่านทราบได้อย่างไร” ผมเปิดประเด็นใหม่เพื่อหาความรู้ตามข้อสงสัย “ท่องบทสวดอิติปิ โส...ได้หรือเปล่า” ลุงถามนอกเรื่องจนผมงง แต่ก็เริ่มท่องตะกุกตะกักบ้าง แต่ก็ยังว่าไปได้เรื่อยๆ ถึงตอน “โลกะวิทู” ลุงรีบขัดขึ้นทันที “นี่แหละ พุทธคุณบทนี้แหละ แปลว่า “รู้แจ้งโลก” พระท่านทรงรู้แจ้งโลก ด้วยพระญาณของพระองค์ ทั้ง 3 ภาพ กามภพ รูปภพ อรูปภพ เหมือนผลมะขามป้อมในฝ่ามือ” “คนธรรมดาอย่างเรารู้แบบพระท่านได้บ้างหรือไม่ ลุง” ลุงตอบแบบไม่ลังเล “ได้ซิ แต่ต้องใช้เครื่องมือตามที่ท่านสอนไว้” เอ มีเคล็ดวิชาด้วย “เครื่องมืออะไรครับ” “เรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตใจ ต้องยกระดับจิตใจให้สะอาดก่อน” “คือ.....” ลุงทำทีนิ่งคิด จนผมต้องทำใจให้สบายไม่เร่งรีบ

 

“เอ็งต้องฝึกทำทาน เพื่อตัดกิเลสตัวร้าย คือความโลภ” ลุงกล่าวลอยๆ เสียงเย็นสบายใจ ลมหนาวพัดเกรียวผ่านดงไผ่หลังบ้าน “ผมไม่ค่อยมีตังค์” “แสดงว่ายังพอมี มีน้อยก็ทำน้อย เน้นที่ยินดีในการทำทาน” “อ่อ ครับ ต้องยินดีในการทำทาน” “ใช่ ฝึกความยินดีเข้าไว้” ผมนึกในใจว่าอย่างนี้พอได้ แต่ต้องฝึกใจให้เคยชิน

 

“ต่อมาต้องฝึกรักษาศีลอย่างน้อย 5 ข้อ” ลุงกล่าวยิ้มๆ เหมือนท้าทายความสามารถของผู้ฟัง “ก็ศีล 5 นั่นเอง” “ใช่ซิ แค่นั้นเอง ปัญหาก็คือ ทำได้หรือเปล่า” ผมรู้ทันทีว่าเงื่อนไขข้อสองนี่ไม่ใช่ง่ายสำหรับคนธรรมดาทั่วไป “แต่ว่าไม่ยากเกินไปสำหรับคนตั้งใจจริงหรอก” ลุงกล่าวต่อเหมือนรู้ว่าผมกำลังคิดอะไร “คราวนี้เพื่ออะไร” ผมยังไม่สิ้นข้อสงสัย “ก็เพื่อให้สภาพจิตใจสบายอ่อนโยนมีเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลก ร่วมเกิดแก่เจ็บตาย ไม่ฆ่า ไม่ทำร้าย ไม่ลักของใคร ไม่แย่งคนรักใคร ไม่โกหกใคร ไม่ทำสติสตังค์ตัวเองให้เสียหายไป โดยการไม่ดื่มเหล้า ก็แค่นั้น” ลุงพูดให้ง่ายไปเสียทั้งหมด

 

ผมจมอยู่กับความคิดว่า คนเรานี่เกิดกันมาทำไม เกิดมาบนกองทุกข์ ไม่ทุกข์กาย ก็ทุกข์ใจ ทุกเพราะหลงในกาม ทุกข์เพราะอยากมี อยากเป็น ทุกข์เพราะอยากไม่มี อยากไม่เป็น เกิดก็ทุกข์แล้ว แก่ก็ทุกข์ เจ็บไข้ได้ป่วยก็ทุกข์ ตายก็ทุกข์อีก เรียกว่าทุกข์ตั้งแต่เกิดยันตาย