AIC-HHC 2011 (The 3rd Asian International Conference on Humanized Health Care 2011) ณ. เมือง Hanoi ประเทศเวียดนามเหนือ ระหว่างวันที่ 5 – 7 ธันวาคม 2554

 5 ธันวาคม 2554

        ช่วงนี้เป็นวันพ่อของคนไทย หน่วยงานต่างๆ คงเฉลิมฉลองกัน รวมทั้งคนไทยทุกคนด้วย  ผู้เขียนไปถึงห้อง

ประชุม เวลา 9.00น. เศษๆ เห็นคนไทย อยู่ไม่น้อยค่อยสบายใจขึ้นอย่างน้อยจะได้มีโอกาสทักทายกับคนไทย และสื่อสารกันได้ง่ายๆ หลังลงทะเบียนเสร็จเข้าห้องประชุม ที่กำลังมีพิธีเปิด ก็เจอพี่น้องและเจ้านายจากโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็โบกมือทักทายและไปถ่ายรูปด้วยกัน งานนี้มีพยาบาลจาก รพ.ศรี

นครินทร์เข้าร่วมประชุมและนำเสนอผลงานวิจัย 6 คน ช่วงบ่ายหลังรับประทานอาหารกลางวันก็แยกย้ายเข้าห้องต่างๆ

ตามแต่ผู้เข้าประชุมสนใจ  ห้องที่ผู้เขียนเข้าประชุมเป็น topic quality of life โดยมีผู้เขียนนำเสนอเป็นคนแรกในเรื่อง “คุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์” ใช้เวลา ประมาณ10นาทีเศษๆ มีคำถาม 3 คำถาม จากชาวต่างประเทศ 1 คำ

ถามและจากผู้ดำเนินรายการ 2 คำถาม โชคดีที่คำถามไม่ยากนักจึงสามารถตอบได้ ทั้ง 3 คำถาม ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีในการนำเสนองานครั้งแรกแบบ oral presentation ในต่างประเทศ ทั้งนี้อาจเป็นไปได้ว่าเวทีประชุมก็ไม่ใหญ่อยู่ในแถบเอเชีย มีผู้เข้าร่วมเป็นต่างชาติ (ฝรั่ง) ไม่มากนัก ถ้าเป็นเวทีใหญ่กว่านี้ก็อาจจะมีคำถามมากกว่านี้ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าถ้าจะเข้าร่วมประชุมงานประชุมใหญ่ๆ ผู้เขียนก็ต้องเตรียมตัวให้ดีนั่นเอง หลัง ประชุมเสร็จ 5 โมงกว่าๆ ก็มืดแล้วอากาศที่นี่เย็นกว่าบ้านเราอีก ตกเย็นทางคณะผู้จัดมีงานเลี้ยง Gala dinner ภายในบริเวณคณะแพทย์ มีผู้ร่วมงานบางท่านเปลี่ยนชุดประมาณเป็นชุด เอกลักษณ์ของชาตินั้นๆ ผู้เขียนเองก็เตรียมชุดไปด้วย ก็เลยบอกพี่ขาว (เจ้านายของผู้เขียน:คุณศิริพร มงคลถาวรชัย) ว่าขออนุญาตเปลี่ยนเป็นชุดไทยๆ กับเขาบ้าง งานเลี้ยงน่ารักดีค่ะการแสดงที่สวยงามจากเจ้าภาพ 3-4 รายการและมีการแสดงของไทยจากน้องๆ นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาล เป็นรำเซิ้ง  ประมาณ 20.00น. ผู้เขียนและคณะก็กลับมาพักผ่อน วันที่ 6 ธันวาคมก็เข้าฟังบรรยายตามปกติ และช่วงบ่าย เข้าฟังการนำเสนอแบบ oral presentation -ของ พี่ขาว ( ศิริพร มงคลถาวรชัย นำเสนอเรือง การรับรู้ความเจ็บปวดในมุมมองของคนไทย  การประชุมวันที่ 2 ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย ตกเย็นหลังประชุมเสร็จ ผู้เขียนพร้อมทีมพี่ขาวไป shopping ด้วยกันที่ย่านshopping เขตเมืองเก่าซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่ผู้เขียนพัก หลังจากนั้นก็ซื้อตั๋วดู การเชิดหุ่นกระบอกน้ำ(Water puppet show) ค่าตั๋วคนละ 100,000 ดอง
โรงละครตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม บนถนนดิงห์เตียมฮว่าง (Pho Dinh Tien Hong) เปิดการแสดงวันละหลายรอบ การแสดงหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติทีเดียวและกำลังจะสูญหายไปจากโลก การแสดงหุ่นกระบอกน้ำเริ่มต้นบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จากการที่บริเวณนี้มีน้ำท่วมทุกปีจึงให้เกิดแรงบันดาลใจให้คิดค้นการละเล่น เพื่อสร้างความบันเทิงระหว่างที่น้ำท่วมเป็นเวลานาน สำหรับนักแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ผู้แสดงจะอยู่หลังฉากซึ่งมีระดับน้ำสูงถึงเอว เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นโดยใช้

ไม้ไผ่ลำยาว แต่เทคนิคการเชิดจะได้รับการรักษาไว้เป็นความลับ เรื่องราวก็เกี่ยวกับวีถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อของชาวเวียตนาม ชวนให้ติดตามมาก (ที่มา: http://www.qetour.com/hanoi-travel-guide.php) ซึ่งจากการชม การเชิดหุ่นกระบอกน้ำ ก็ทำออกมาได้ดี น่าสนใจ เป็นงานที่เป็นเอกลักษณ์ที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่ง ของเวียดนาม หลังดูละครเสร็จก็ไปหาอาหารรับประทาน ดูเหมือนว่ามื้อนี้เป็นอาหารที่อร่อยอีกมื้อหนึ่งของเรา

         7 ธันวาคม 2554

               งานประชุมวันสุดท้ายมีถึงเที่ยงวันก็ปิดการประชุม โดยมีการมอบธงให้เจ้าภาพในครั้งต่อไปคือ อินโดนีเชีย จากนั้นผู้ร่วมประชุมก็รำลากัน วันนี้ทั้งวันอากาศเย็นมาก เพราะมีฝนตกด้วยผู้เขียนกลับมาจากงานประชุมแล้ว ก็มาหาของฝากไปฝากเพื่อนๆ น้องๆที่ทำงาน กว่าจะได้ครบ ก็เกือบ 4โมงเย็น เลยแวะซื้ออาหารเย็นมารับประทานด้วยเลย ตกเย็นก็ pack กระเป๋าเตรียมตัวกลับเมืองไทย และบอกให้พนักงานโรงแรมปลุก6.00น เพราะกลัวไปขึ้นเครื่องไม่ทัน ผู้เขียนออกจากโรงแรมประมาณ 7.00น ค่าแทกซี่ 15 USD เกือบไปไม่ทัน check in เพราะรถติด แลกเงินคืนก็ไม่ทัน จึ้งต้องซื้อของที่สนามบินอีก เครื่องออกจากฮานอยประมาณ 9.10น ถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 11.00น.  ก็แวะรับประทานอาหารมื้อเที่ยง จากนั้นก็ ขึ้นชั้น4 คอยcheck in ผู้เขียนจองเที่ยวเย็น ระหว่างนั่งรอ check in ก็ก็หยิบเอาnote book ทำงานที่คั่วค้างอยู่บางชิ้นที่พกติดตัวไปด้วยจนเสร็จ

            โดยรวมแล้วการไปนำเสนอผลงานวิจัยและไปร่วมประชุมครั้งนี้ก็ดี ได้ไปทำภารกิจหลักคือนำเสนอผลงาน  ร่วมประชุมวิชาการทำให้ทราบแนวโน้ม ทิศทางความรู้ ตลอดจนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับฟังงานวิจัยของคนอื่นๆ ด้วย ผู้เขียนไม่ได้ไปเที่ยวที่ต่างๆ มากมาย เพราะคิดว่าโอกาสหน้าหน้าจะมีโอกาสมาเที่ยว แบบมีคนพาเที่ยว อีกครั้ง

             ท้ายสุดขอขอบคุณ มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ให้ทุนในการนำเสนองานวิจัยและร่วมประชุมครั้งนี้ (ได้ทุนสนับสนุนบุคลากรสายสนับสนุน 30,000 บาท) ขอขอบคุณงานบริการพยาบาล  และแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่อนุญาตให้ผู้เขียนไปร่วมประชุมในครั้งนี้  

          

 

        การแสดงของเจ้าภาพค่ะ

   

    การแสดงของ น้องๆนักศึกษาไทย

   แต่ผู้เขียนชอบ อาหารว่างค่ะ จัดเต็ม และน่ารับประทานดี

อาหารกลางวัน  ดูเขาไม่เน้น มองอีกที นึกว่าเป็นอาหารว่าง 

  เจ้าภาพครั้งต่อไป คือ อินโดนีเซียค่ะ

วิจัย  

   ทีมผู้เข้าร่วมสัมมนา และนำเสนอผลงานวิจัยจากรพ.ศรีนครินทร์