เมื่อคืนข้าพเจ้ากำลังคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องดีๆ อะไรหนอมาเขียนในวันคริสต์มาส
ก็ปรากฎเหตุอัศจรรย์ยามเช้า เมื่อตื่นขึ้นมาพบ "รูโบ๋ขนาดฝ่ามือ" ที่กระจกรถด้านหลัง
จึงได้เรื่อง ไม่น่าดีใจ แต่ก็ให้บทเรียนที่อาจเป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นค่ะ
.
รถคันนี้เป็นของคนใกล้ตัว ที่จอดในบริเวณที่จอดของอพาร์ตเมนต์มานานปี ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
คืนเกิดเหตุ หลังจากเขาขับกลับมาจากที่ทำงาน ก็มีรถคันอื่นๆ จอดอยู่เต็มบริเวณที่จอดรถ
อย่างไรก็ตาม อพาร์ตเมนต์ย่านนี้ เพื่อนบ้านค่อนข้างดี จึงมักไม่มียาม และไม่มีรั้วหนาแน่น
เหตุการณ์ที่เกิด น่าสงสัยคนจรมากกว่าคนละแวกนั้น

.
ลักษณะ น่าจะเป็นการทุบด้วยท่อนเหล็กหรืออะไรสักอย่าง สังเกตจากรอยขอบกระจกที่บุบนิดหน่อย
มีร่องรอย พยายามงัดที่เปิดประตูรถ แต่ดึงไม่ขึ้น
..เดชะบุญ ด้วยเหตุนี้ คนร้ายจึงเข้าไปในรถไม่ได้
.
มองหาเหตุจูงใจให้ทุบ
จะว่าตั้งใจขโมยรถ ก็เป็นไปได้ยาก เนื่องจากระบบสตาร์ทที่ต้องใช้รหัสเฉพาะ
ของมีค่าก็ไม่ได้ทิ้งอะไรไว้ นอกจาก GPS ที่ติดหน้ารถ (เดชะบุญที่ยังอยู่)
มองไปมองมาก็ อ๋อ..
เมื่อเห็น กล่องสีเงินหน้าตา "คล้าย" เหล้าราคาแพง ถูกแงะออก
จริงๆ แล้วมันคือ "กล่องน้ำยาเคลือบเบาะ"
ที่ถูกตุ๊กตาม้า ทับจนทำให้ไม่เห็นฉลาก
ยังดีที่คนร้าย ไม่เมาขนาดดึงเอาขวดน้ำยามาดื่ม
.
เมื่อนำรถไปที่ศูนย์
ลำพังค่ากระจกเปลี่ยนไม่กระไรนัก (เดชะบุญที่เป็นอันเล็ก)
แต่ค่าแรงแพงกว่าค่ากระจก 3 เท่า..
ที่สำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงคริสต์มาส กว่าจะเปลี่ยนให้ได้คือสัปดาห์หน้า
ว่าแล้ว คนใกล้ตัวกับข้าพเจ้าจึงออกมาสูดลมหายใจ
โทรหากัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ให้ช่วยแนะนำร้านซ่อม
..เราจึงไปอู่ซ่อม ที่บริหารโดยสองสามีภรรยา ชาวเอเชีย
บริหารเอง ทำเอง และเป็นกันเองดีมากๆ
ให้ยืมอุปกรณ์แปะกระจกชั่วคราว แถมเครื่องดูดเศษกระจกออก
ค่าแรงถูกกว่าศูนย์ซ่อม 3 เท่า
.
เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว
จึงมานั่งสรุปบทเรียนกันเล็กน้อยว่า
สิ่งที่ควรแก้ไข เพื่อป้องกันเหตุต่อไป
1. เก็บของทุกอย่างในรถให้โล่ง ไม่วางหีบห่ออะไรทั้งสิ้นไว้ในรถ รวมทั้ง GPS ก็เก็บไว้ในที่มิดชิด
2. คิดเรื่องสัญญาณกันขโมย..อาจเพราะรถรุ่นนี้ มีระบบสตาร์ทที่ขโมยยาก จึงไม่ทำระบบสัญญาณเสียงไว้
การติดตั้งสัญญาณอาจช่วยได้บ้าง แต่เมื่ออ่านที่นี่ ว่ามีเทคนิคใหม่ๆ ให้สัญญาณไม่ทำงานได้ จึงต้องคิดอีกทีว่าคุ้มหรือไม่
3. แจ้งสำนักงานอพาร์ตเมนต์ แนะนำให้มีระบบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่จอดรถ
.
สิ่งที่มองในแง่บวกคือ
1. เป็นการเตือนเรา ให้รอบคอบยิ่งขึ้น ..เหตุการณ์ครั้งนี้เสียเงิน เสียเวลาก็จริง แต่ก็ช่วยป้องกันการสูญเสียที่มากกว่านี้
คนใกล้ตัวสอนว่า การเสียทรัพย์ เป็นการชดใช้หนี้กรรมเก่า ครั้งนี้ถือเป็นการใช้หนี้แบบผ่อนเบาๆ
2.ได้ความรู้ เมื่อเกิดเหตุการณ์กระจกรถแตก อู่แนะนำให้ใช้เทปกาวแปะด้านนอกด้านในไว้ด้วยกัน ไม่ต้องเคาะออกเอง
และเศษกระจก ไม่ควรใช้ที่ปัดเพราะจะฝังในเบาะ ใช้เครื่องดูดดีที่สุด
3. ได้ข้อคิด เมื่อมีปัญหาเรามักอยากแก้ปัญหาให้เสร็จเร็วๆ ซึ่งหากสูดหายใจสักนิด อาจได้พบวิธีแก้ที่นุ่มนวลกว่า
###
ใกล้ช่วงเทศกาล
บุญรักษา และ ระวังภัยด้วยสตินะคะ
คนโบราณถือว่าฟาดเคราะห์ไปค่ะคุณหมอป.
ใกล้จะปิ๊กบ้านแล้ว เดินทางปลอดภัยนะคะ
ชอบตรงที่คุณหมอที่ยังมีสติ และไม่หัวเสียไปกับมัน
และ สามารถควบคุมอารมณ์ได้
เป็นกำลังใจให้ครับ
ขวัญมานะครับ...
(คน)ไม่เป็นอะไรโชคดีแล้วนะครับ
(สมบัติ) หาใหม่ได้นะครับ
ขอให้มีกำลังใจที่เข้มแข็งนะครับอาจารย์
สู้ ๆ สู้ตาย...
บันทึก "เดชะบุญ" ;)...
แวะมาให้กำละงใจค่ะ
โชคยังเข้าข้างค่ะที่ไม่มีอะไรสูญหายไป
ถือว่าฟาดเคราะห์ไปก่อนปีใหม่ค่ะ
ให้ระวังอย่างไรก็โดนได้
เพราะคนร้ายไม่แน่ว่าจะลงมือทำอีกเมื่อไหร่
แต่การไม่ประมาทช่วยได้มากนะค่ะ
ดูแลตัวเองด้วยนะค่ะ
โชคดีค่ะที่รถยังอยู่ ยอมกระจกแตกดีกว่าค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆ และเกร็ดความรู้เรื่องกระจกรถแตก
-อาจจะเป็นฝีมือของ Homeless นะครับ
เพราะที่ SF มีคนประเภทนี้เยอะ
แถวๆ ไชน่าทาวน์ยิ่งอันตรายกว่านี้อีก
ขอให้พระรัตนตรัยจงคุ้มครองนะครับ
*** ... ส่งท้ายคริสต์มาสแบบไม่แรงนัก....ปลอดภัยก็โชคดีแล้วนะคะ ...***

สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะ !
เคยเจอมาเหมือนกัน สมัยยังเรียนหนังสืออยู่ จอดไว้ข้างถนน วันนั้นเผอิญอากาศไม่หนาวมาก มีความขี้เกียจเลยทิ้งเสื้อหนาวไว้ในรถ
กลับมาจากเรียน กระจกข้างคนขับแตกกระจาย เสื้อหนาวหาย ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ค่ากระจก ค่าซ่อม ไม่ถึง deductible ห้าร้อยเหรียญ เลยต้องออกเอง หลังจากนั้นไม่กล้าทิ้งของมีค่าไว้ในรถเลยครับ
เมื่อสองสามเดือนก่อนคุณพี่หมอที่รู้จักกลับเมืองไทย เจอรถข้างถนนในกรุงเทพแวะไปทานอาหาร กลับมาโดนทุบกระจก กระเป๋ากล้องหาย ในกระเป๋ามีกล้องหลายกล้อง เลนส์อย่างดีอีกสามสี่เลนส์ มูลค่าหลายหมื่นเหรียญ
บอกผมว่าหายเสียได้ก็ดีจะได้ซื้อใหม่ โชคดีที่ประกันภัยบ้านคลุมถึงของมีค่าในบ้าน ถึงแม้จะไปหายที่เมืองไทยก็ยังจ่ายชดเชยให้แบบ prorate ได้เงินกลับมาพอสมควร
เห็นทีจะต้องอ่าน เกิดเพราะกรรมหรือความซวย ของ สม สุจีรา แหล่ะครับคุณหมอ
* เห็นทุกข์ เห็นธรรม ย่อมนำตนประสบผล ประเสริฐพร...ขอชื่นชมบันทึกนี้ค่ะ
* Merry Christmas ค่ะ
ขอบคุณค่ะ คุณ poo ถือว่าฟาดเคราะห์ไป พร้อมได้บทเรียนให้ระวัง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล เรามักซื้อของขวัญ บางทีเก็บไว้ในรถ ทำให้มิจฉาชีพเพิ่มความถี่ในการทุบกระจกรถขึ้นก็ได้ค่ะ
ตอนแรกก็สลดเหมือนกันค่ะ
กะว่าเช้านี้จะขับรถไปซื้อของต่างเมืองกัน
พอเจออย่างนี้เลยต้องเปลี่ยนแผน
คิดเสียว่า ซื้อบทเรียน แทนค่ะ
เดชะ....ทำบุญด้วยความตั้งใจดีมาเยอะ
เสียหายน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เสียหายในอนาคต
ยังไงก็ได้บทเรียนที่มีคุณค่าต่อชีวิต
(อาจารย์หมอ ป.ถอดได้ตั้งหลายบทแน่ะ)
ให้โชคดีรับขวัญปีใหม่ก็แล้วกันนะคะ
ถ้าอีสานต้องบอกว่า....มาเด้อขวัญเอ้ยยยยยยยยยยยย
สวัสดีค่ะคุณหมอ
....ผ่านเรื่องร้ายคงได้พบโชคดีปีใหม่นะคะ.
....ปัญหาทำให้เกิดปัญญา ปัญหาทำให้เกิดสติพิจารณาชีวิต.
....สิ่งล่อตาพาล่อใจ กระตุ้นคนให้เกิดความอยากแม้อยู่ในรถ อยู่ในบ้านหรืออยู่ในตัวคน.
....หากไม่เห็นก็ไม่เกิดความคิดปรุงแต่งอยากได้ของคน
....ปัจจุบันสิ่งมีค่ากลับกลายเป็นภัยสำหรับเจ้าของด้วยจิตใจของคนที่หลากหลาย.
ขอบคุณค่ะ จริงอย่างที่คุณหมออดิเรกว่า
สมบัติต่างๆ หาใหม่ได้ (หรือหาใหม่ไม่ได้ ก็ไม่ใช่สาระของชีวิต)
มองเช่นนี้ จะได้ไม่เสีย "ขวัญ" เพิ่มนะคะ
ขอบคุณสำหรับกุหลาบเมืองเหนือค่ะ :-)
ขอบคุณค่ะ
โดยเฉพาะ เรื่องการไม่ประมาท..
ดังเห็นว่า สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น กองของไว้ท้ายรถ แม้เรารู้ว่าเป็นของไม่มีค่า แต่ก็ล่อตาขโมยได้
เป็นสิ่งน่าระวังเช่นกันค่ะ
การขโมยรถทั้งคันต้องใช้เวลาพอสมควร
หากจอดรถไว้ในที่เปลี่ยว ลับสายตาคน ก็ไม่แน่
ช่วงที่เศรษฐกิจอเมริกาตกต่ำอย่างนี้
คนตกงานมากขึ้น คนก่อมิจฉาชีพ ก็เพิ่มขึ้น
พูดถึงคนไร้บ้าน (Homeless) ใน SF มีเยอะมากจริงๆ ค่ะ
น่าเห็นใจ แต่บางคนก็ร้ายจริงๆ
ขอบคุณค่ะ
รูปมีสีสัยสดใส ช่วยให้ชื่นชูใจขึ้นมานะคะ :-)