ข้าพเจ้าเริ่มเป็นครูตั้งแต่พ.ศ. ๒๕๓๘ ไม่ใช่ครูภาษาไทย
แต่เป็นครูวิทยาศาสตร์ทั่วไป ที่ไม่ได้มีผลงานที่ดีเด่นระดับ
จังหวัด ประเทศรือชาตินั้นแหล่ะค่ะ แต่ที่มีผลงานดีเด่น
ในหัวใจผู้ปกครอง(บางคน) นักเรียนทุกคน...ขอย้ำทุกคน
ความตั้งใจเป็นครูที่จริงจังจนสอบแข่งขันได้จากที่ตดงาน
หนึ่งปีเต็ม...โดยมีอาชีพเป็นชาวเกาะ...เมื่อได้เป็นครูสมใจเสาวรักษ์
ที่ไม่ใช่สมใจนึก!!!!! ไปบรรจุรับราชการโรงเรียนแรกในชีวิตของการ
เป็นข้าราชการครู สนุกสนานตื่นเต้น กับชีวิตของเด็กๆที่เราได้เรียนรู้
และสัมผัสนั้น เหมือนกับชีวิตของข้าพเจ้าเมื่อสมัยเด็กๆ ต่างกันเพียง
ภูมิประเทศเท่านั้น เพราะว่าข้าพเจ้ามาจากภาคกลาง มาทำงานที่
ภาคอีสาน หลังเลิกเรียนทุกวันจะร่วมกับเด็กๆที่น่ารัก...ขี้มูกเกรอะกรัง
เล่นกีฬาคือวอลเล่ย์บอลอย่างสนุกสนาน เช้าตื่นตั้งแต่ตีห้าวิ่งออกกำลังกายทุกวัน
แม้ว่าสมัยนั้นจะเรียนสามภาคเรียน(บ้านข้าพเจ้าเรียนสองภาคเรียน)
ไม่ยอมกลับบ้านยังคงสนุกกับเด็กๆได้ตลอดปิดเทอม และที่สำคัญหลังเลิกเล่นกีฬาแล้วจะเจียดเวลาเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อที่จะรู้จักหน้าค่าตา ผู้ปกครองเด็กๆ
ที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบในการจัดการเรียนการสอน ผู้ปกครองจะดีใจแสนดีใจ
ที่คุณครูไปหาถึงบ้าน ได้พูดคุย แลกเปลี่ยน ถึงสมรรถนะของลูกหลาน
ทั้งในด้านของการเรียน การกีฬา และข้าพเจ้าได้เรียนรู้วิถึแห่งชนบทชุมชนที่น่ารัก
ได้เรียนรู้สภาพของนักเรียนที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบในโรงเรียน แต่ภาระหน้าที่
ของนักเรียนบางคนที่ได้รรับรู้จากการเยี่ยมบ้านคือ เขามีภาระหน้าที่หนักกว่า
ครูคนนี้อีกมาก ลองมาดูว่าคนแรกที่ไปเยี่ยมคือ เด็กชายอังคาร ที่ไปเพราะว่าอยากเป็นจั่นเจ่าในเรื่องเปาบุ้นจิ้น กระโดดข้ามกองไปเท้าไม่พ้นกองไฟ แต่ไปอยู่บนกองไฟแทน...๕๕๕๕๕....ข้าพเจ้าซึ่งเป็นครูไม่เห็นมาโรงเรียนสองวันเลยต้อง
รีบเข้าไปหาถามข่าวถึงบ้าน เขาเป็นคนน่ารัก ตัวดำเหมือนครู ยิ้มฟันขาวสะอาด
พ่อแม่ รีบบอกให้ครูตีลูกถ้าอยู่ที่โรงเรียนแล้วลูกดื้อ เรื่องนี้พ่อแม่ทุกคนเหมือนกัน
หมดค่ะ ให้ครูดุด่าตีลูกได้ไม่ว่าอะไร แล้วจากนั้นก็จะต่อเนื่องไปเรื่อยๆทุกคน
จนครบนักเรียนทุกคนในห้องเรียน แต่ครูเองนิสัยไม่ดีอย่างหนึ่ง เพราะว่าเป็นคน
ต่างถิ่นไปอาศัยเขาอยู่เลยต้องหาหลักพึ่ง มีคุณแม่รักคนหนึ่ง ท่านน่ารักและใจดี
ลูกชายคุณแม่ครูก็เป็นคนสอน และดูแลเลยไปบ้านนี้บ่อยๆบางวันนอนค้างกับคุณแม่ที่บ้าน เช้าตื่นไปทำงาน พร้อมกับน้องชายที่เป็นลูกศิษย์ จากจุดนี้จนถึงทุกวันนี้ ทำให้เข้าใจถึงการบริการเชิงรุก ข้าพเจ้ามองว่า ผู้ปกครอง นักเรียนคือ
ลูกค้าที่มารับบริการ เราเป็นผู้ให้บริการ เมื่อไหร่ที่ลูกค้าไม่มารับบริการ ต้องรีบ
ติดตามลูกค้าว่าเป็นอะไร หลังจากที่ลูกค้าหายหน้าไปครบสองวัน เมื่อทราบเหตุแห่งที่มาของปัญหาที่ไม่มารับบริการ ข้าพเจ้าจะสามารถดำเนินการต่อได้โดย
บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น...แม้บางครั้งข้าพเจ้าจะขุ่นเองในใจ...แต่อยากจะบอกให้ทราบว่า การให้บริการเชิงรุกนั้น เราต้องพร้อมทุกอย่างค่ะ สะดวกทุกเรื่อง
มีผู้ปกครองท่านหนึ่งเห็นคุณครูขับรถไปจอดที่หน้าบ้าน เรียกลูกมาและรีบถามลูก
ทำอะไรผิด คุณครูต้องรีบชี้แจงเพราะว่าคุณครูอาจจะเป็นต้นเหตุของความขุ่นข้อง
หมองใจระหว่างผู้ปกครองกับนักเรียน และ นักเรียนกับคุณครูค่ะ เมื่อเข้าใจ
เหตุแห่งปัญหาของการมาของคุณครู ผู้ปกครองจะอารมณ์ดีขึ้น ไม่ตระหนก
เหมือนแรกเห็นรถคุณครูไปจอดเทียบบันไดบ้าน การได้เยี่ยมบ้านนักเรียน
เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการดูแลนักเรียนในปกครองของเราได้ดี จะทำให้ติดตามได้
และสื่อสารกับผู้ปกครองได้ง่ายขึ้น รวมถึงการขอความร่วมมือกับทางโรงเรียน
ก็ง่ายขึ้น แม้ว่าโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนจะไม่มี ไม่ได้มาใช้เป็นบรรทัดฐานของ
การปฏิบัติงานอีกส่วนหนึ่ง ข้าพเจ้าและท่านทั้งหลายที่มีจิตวิญญาณความเป็นครู
ก็สามารถดำเนินงานนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลดีถึงหลายๆกิจกรรมของโรงเรียน ในห้องเรียนและสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้ปกครอง โรงเรียน ครู และชุมชน
แนวทางการเยียมบ้านนัก้เรียนของข้าพเจ้าจะไม่บอกวันเวลาที่แน่นอน
ในการออกเยี่ยมบ้านนักเรียน จะบอกแค่ว่าให้นักเรียนกรอกข้อมูลของนักเรียน
แต่ละคน ใช้แบบกรอกข้อมูลนักเรียนรายบุคคล(สมัยทำงาน SMIS)
วาดแผนที่คราวๆจากโรงเรียนไปบ้านนักเรียน(กรณีไม่รู้จักพื้นที่) เพราะว่า
ถ้าข้าพเจ้ากำหนดวันเวลาที่ตายตัวจะเสียหลายหายหลายอย่างคือผู้ปกครอง
ทั้งท่ารับแต่ไม่รุก ทั้งข้าวปลาอาหาร เครื่องดี่ม ซึ่งอยู่เหนือความต้องการ
เสียเวลาผู้ปกครองทำมาหากินเนื่องจากเป็นชุมชนเกษตรกรรม...อีสานบ้านเรา
ดังนั้นข้าพเจ้าจะออกเยี่ยมบ้านนักเรียนโดยคำนวณเวลาว่าผู้ปกครอง
กลับไร่ นา สวน และพักผ่อนหายเหนื่อยแล้ว พอได้แวะเข้าไปพูดคุยทักทาย
ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้ไปเพียงครั้งเดียวในแต่ละปีการศึกษา นักเรียนคนหนึ่ง
ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเลยก็จะสองครั้งต่อภาคเรียน ส่วนนักเรียนที่มีปัญหา
ก็จะมากกว่าสองคร้งในแต่ละเดือน ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าปัญหานั้นมากน้อยแค่ไหน
อยู่ในระดับไหนของปัญหา ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากและก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะติดตาม
ให้ต่อเนื่อง คราวหน้ามาดูเหตุการณ์ขำๆที่ขำไม่ลง มาเล่าให้ขำๆ รือ จะร้องไห้
ข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจนะค่ะ
ครั้งแรกกับบริการเชิงรุกที่ไม่ได้ตั้งรับ
บริการเชิงรุก
2 คนชอบ
มาให้กำลังใจครับคุณครู