ใครได้ ? ใครเสีย ? กับโครงการรับจำนำข้าว

ใครได้?  ใครเสีย? ในโครงการรับจำนำข้าวชาวนาไทย

          หลังจากรัฐบาลมีนโยบายรับจำนำข้าวชาวนา บรรดาโรงสีต่างๆก็ดำเนินการรับจำนำข้าว พี่น้องชาวนาต้องขนข้าวนอนรอคิวยาวเพื่อเอาข้าวไปขายที่โรงสี  นี่คือภาพที่น่าสงสารสำหรับชาวนาที่ไม่มีโอกาสได้รับสิทธิของความเป็นคนไทยในการดูแลจากรัฐบาลอย่างจริงจัง  เพราะไม่มีการติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานอย่างจริงจังจากหน่วยงานของทางราชการว่า นโยบายที่กำหนดราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ ความชื้นไม่เกิน 15 % เกวียนละ 20,000 บาท นั้น ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการได้ตามเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน หรือปล่อยให้โรงสีเป็นผู้ชี้ชะตาชีวิตของชาวนาต่อไป เพราะสิ่งที่พบ คือ

          1. ยังไม่มีโรงสีใดที่รับจำนำข้าวในราคา 20,000 บาทต่อเกวียน  สูงสุดในจังหวัดที่ผู้เขียนอยู่ คือ 16,000 บาท ส่วนใหญ่ผู้รับซื้อ (เจ้าของโรงสีจะเป็นผู้กำหนดราคาว่าจะให้เท่าไร) โดยที่ชาวนาไม่มีโอกาสได้ต่อรอง

          2. การตรวจสอบคุณภาพข้าวของโรงสีขาดมาตรฐาน ไม่เป็นธรรม ชาวนาขาดความรู้เรื่องการตรวจสอบคุณภาพข้าว (ความชื้น,เมล็ดข้าวแตกหัก)

          3. ตาชั่งไม่ได้มาตรฐาน ขาดการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจุบัน

          4. สิ่งที่พบชัดเจนคือ ข้าวที่โรงสีรับซื้อจากชาวนาที่บอกว่าคุณภาพไม่ดีนั้น แล้วกดราคานั้น เมื่อรับซื้อแล้วก็นำไปเทรวมเป็นกองเดียวกันกับข้าวที่รับซื้อต่างราคากัน

          นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ชาวนาถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยไม่มีโอกาสได้มีปากมีเสียงต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้กับตนเอง ต้องก้มหน้ารับกรรมต่อไป  ในขณะที่นักการเมืองทั้งหลายใช้พวกเขาเหล่านี้เป็นฐานให้เหยียบย่ำ ปีนป่ายสู่อำนาจ วาสนา สุดท้ายก็คือ ผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

          แนวทางแก้ไขก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะมีหน่วยงานของรัฐมากมายที่อยู่ในพื้นที่ เช่น พาณิชย์จังหวัด เกษตรจังหวัด หรือแม้แต่ ส.ส. ในพื้นที่เองก็สามารถเข้าไปตรวจสอบได้  ไม่ต้องรอให้มีเจ้าทุกข์ไปร้องเรียน  เราต้องทำงานในเชิงรุกมากกว่านี้  ไม่ใช่นั่งรออยู่ในห้องแอร์รอชาวบ้านมาร้องเรียน เสียดายเงินภาษีของประชาชนที่จ้างท่านมาทำงาน

          ใครได้ คำตอบคือ โรงสีที่รับจำนำข้าว ซื้อถูก ขายแพง

          ใครเสีย คำตอบคือ ชาวนา  ลงทุน ลงแรง ถูกเอารัดเอาเปรียบ จากการกำหนดราคาข้าวอย่างไม่เป็นธรรม

          ทำอย่างไรจะทำให้ชาวนามีอำนาจในการต่อรองราคา และมีความรู้ในอาชีพของตนเองอย่างแท้จริง คือ โจทย์ที่รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต้องตอบให้ได้

ลูกหลานชาวนาไทย