เมื่อ 20 ธ.ค. 54 กรณีศึกษาท่านนี้ได้อ่านบันทึกนักกีตาร์ที่ได้จัดการความคิดตนเองผ่านการทำกิจกรรมบำบัดที่บ้านและสามารถใช้นิ้วนางเล่นกีตาร์ได้นานขึ้น และรู้จักจัดการความล้าของกล้ามเนื้อได้พอใช้ ก็นัดหมายกับ ดร.ป๊อป เพื่อตรวจประเมินหาสาเหตุของความบกพร่องในการทำหน้าที่ของร่างกายและจิตใจเล่นไวโอลิน - ศาสตร์และศิลป์ที่เป็นอาชีพและกิจกรรมยามว่างที่ตนรัก- แต่ไม่ได้เล่นจริงจังหลังมีอาการชาจากกระดูกคอทับเส้นประสาทมานาน 2 ปี และได้ผ่านการรักษาทางการแพทย์หลายรูปแบบ เกิดความรู้สึกท้อบ้าง อยากหายบ้าง ทำใจได้ระดับหนึ่งว่า อยากกลับมาเล่นไวโอลินเท่าที่จะทำได้

จากรูปข้างบน
การตรวจประเมินครั้งที่ 1: การสังเกตความสามารถในการเล่นไวโอลินในปัจจุบัน
ผลการตรวจประเมินครั้งที่ 1: กรณีศึกษาเล่นได้ไม่เกิน 40 วินาที รู้สึกนิ้วนางซ้ายงอเข้าฝ่ามือมากขึ้นจนนิ้วอื่นๆรู้สึกไม่มีแรง ทำให้สัมผัสสายเสียงไม่ไพเราะ (เล่นบทเพลงที่ง่าย อดีตเคยเล่นเพลงระดับมืออาชีพได้ดีกว่าปัจจุบันมากๆ)
การจัดการตนเองด้วยกิจกรรมบำบัด 1: แนะนำให้ทำท่ายืดไหล่-ต้นแขน-ข้อมือ-นิ้วมือเริ่มจากข้างขวา ให้เหยียดกล้ามเนื้อจนรู้สึกตึง นับ1-20 ไปเรื่อยๆ จนรู้สึกคลาย เปรียบเทียบความรู้สึกนี้กับการเหยียดกล้ามเนื้อข้างซ้ายเช่นเดียวกัน ทำทั้งสองข้างนับเป็น 1 รอบ ทำไปเรื่อยๆ 5 รอบ [สังเกตว่าในรอบที่ 3 ข้างซ้ายเริ่มชาและปวด จึงให้ปรับจากท่าเหยียดเหนือศรีษะเป็นกางแขนแล้วกำแบมือจนคลายปวด แล้วให้เริ่มเหยียดอีก อาการปวดลดลง จนรอบที่ 5 ทั้งสองข้างผ่อนคลายได้ดีเท่ากัน บ่งชี้ว่าเส้นประสาททั้งสองข้างของแขนตึง-คลายไม่เท่ากัน]
การตรวจประเมินครั้งที่ 2 และผล: การสังเกตความสามารถในการเล่นไวโอลินหลังกิจกรรมบำบัด 1: มีความทนทานเล่นไวโอลินได้ถึง 120 วินาที [แสดงว่ากรณีศึกษาต้องเหยียดกล้ามเนื้อข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความสมดุลของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อแขนสองข้าง]
การตรวจประเมินครั้งที่ 3 และผล: การสังเกตระบบประสาทการทรงตัว (นั่งโยกตัวบนบอลและหลับตา) พร้อมการเหยียดกล้ามเนื้อในกิจกรรมบำบัด 1 พบว่า มีความสามารถในการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมโดยระบบประสาทการทรงตัวบูรณาการกับระบบข้อต่อกล้ามเนื้อดี [คาดว่าความทนทานที่ต่ำของนิ้วมือน่าจะต้องตรวจระบบประสาทข้อต่อกล้ามเนื้อเพิ่มเติม]
การตรวจประเมินครั้งที่ 4 และผล: การลงน้ำหนักบนฝ่ามือทั้งสองข้างผ่านลูกบอลขนาดใหญ่ในระดับหัวไหล่และสูงกว่า พบว่า มีอาการเมื่อยล้าทั้งสองข้าง ระดับ 4-5/10 เมื่อขยับขึ้นลงบนพนังช้าๆ เป็นจังหวะให้รู้สึกเกร็งสลับคลายข้อต่อไหล่-ศอก-ข้อมือขณะหลับตา ก็มีอาการล้าเหลือ 1/10 [แนะนำให้เพิ่มความแข็งแรงจากการลงน้ำหนักบูรณาการระบบข้อต่อแบบนี้ที่บ้าน]
การจัดการตนเองด้วยกิจกรรมบำบัด 2: นอนคว่ำลงน้ำหนักฝ่ามือใน 3 รูปแบบ (หน้า-ข้าง-ชิด) จากนั้นให้เกร็งค้างคล้ายจะยกลำตัวขึ้นแล้วคลายลงนอน จำนวน 5 รอบ
การตรวจประเมินครั้งที่ 5 และผล: การสังเกตความสามารถในการเล่นไวโอลินหลังกิจกรรมบำบัด 2: มีความทนทานเล่นไวโอลินได้ถึง 60 วินาที [แสดงว่ากรณีศึกษาต้องเหยียดกล้ามเนื้อข้างต้นอย่างสม่ำเสมอ ต่อด้วยการลงน้ำหนักข้อต่อทั้งสองข้างจากการตรวจประเมินครั้งที่ 4 + กิจกรรมบำบัด 2 อย่างต่อเนื่อง คาดอาการล้าส่งผลให้มีความทนทานเล่นไวโอลินได้ลดลง]

จากรูปข้างต้น
การตรวจประเมินครั้งที่ 6 และผล: ความคล่องแคล่วของมือสองข้างในการคีบหมุดนาน 7 นาทีเท่าเดิมทั้งก่อนและหลังการแยกนิ้วซ้ายทีละนี้วบนลูกเทนนิส ที่กดตรึงไว้ที่ข้อมือขวารวม 5 ครั้ง [เนื่องจากสอบถามว่ามีการบิดข้อมือมาทางนิ้วก้อยมากเกินไป ซึ่งผิดวิธีเล่นและอาจมีผลข้อมืองอกดเส้นประสาทได้ในขณะฝึกซ้อมและเล่นเป็นอาชีพมากกว่า 8 ชม. 3 ชม.ติดกันต่อครั้ง นั้นคือต้องฝึกการแยกบิดข้อมือทางนิ้วโป้งจนถึงนิ้วก้อยให้แข็งแรงคล่องแคล่วมากขึ้น]
การตรวจประเมินครั้งที่ 7 และผล: กรณีศึกษาเล่นไวโอลินได้เท่าเดิมคือ 60 วินาที ซึ่งบอกว่า ยังคงล้าและยังสัมผัสสายได้ไม่ดีตามที่คิด
การจัดการตนเองด้วยกิจกรรมบำบัด 3: ได้ให้คลายความกังวล โดยนั่งเหยียดขาเล่นคีย์บอร์ด เป็นการเปลี่ยนเครื่องดนตรีแบบไม่ต้องคิดอะไรมากนัก ที่บ้านก็นำไปฝึกได้ เพราะมีคีย์บอร์ดอยู่ หากรู้สึกตึงๆ ชาๆ ฯลฯ ให้กางมือระหว่างตัวคีย์สีขาวและดำ เล่นเพลินพร้อมการหลับตา เพื่อลดความรู้สึกสัมผัสให้ไวอย่างผ่อนคลายและมีสติ ซึ่งกรณีศึกษาบอกว่าใจร้อน ก็น่าจะเป็นเรื่องจิตประสาทที่ส่งผลต่อการเล่นดนตรีทุกประเภทได้ นอกจากนี้ก็กลัวที่จะใช้งานแขนข้างซ้าย ก็แนะนำให้หิ้ว/สะพายสลับข้างขวาซ้าย จะได้เกิดความรู้สึกท้าทายและคิดบวกให้เกิดการฝึกฝนทั้งสองข้างของแขนและมืออย่างสมดุล [จากนั้นทบทวนแปลความรู้ที่กรณีศึกษาได้หลับ ให้ทำทุกวันเช้า กลางวัน เย็น ถ้าล้ามาก ก็นอนผ่อนคลายกล้ามเนื้อทีละส่วนตามลำดับด้วย แล้วคิดเชิงบวก ตั้งเป้าไว้ว่า 1 เดือน มาตรวจประเมินเล่นไวโอลินได้นาน 5 นาที เป็นต้น]
นี่คือ ความสุขที่ทำให้งานกิจกรรมบำบัดไม่น่าเบื่ออย่างที่หลายคนอาจคิดครับ...ลองไม่คิดอะไร แล้วเรียนรู้ทุกศาสตร์และศิลป์เพื่อตนเองและผู้อื่น ให้เกิดความสุขในชีวิตหนึ่งที่มีคุณค่า:)
เมื่อ 4 ม.ค. 55 ดร.ป๊อป ได้นัดหมายนักไวโอลินให้มาประเมินความก้าวหน้าอีกครั้ง 1 เดือนหลังจากการพบครั้งแรกตามบันทึกข้างต้น พบว่า เล่นได้นานแบบตั้งใจฝึกและฝืนได้หลังจากทำการบ้านกิจกรรมบำบัดได้นานถึง 30 นาที จึงตรวจประเมินมีอาการล้าและความเครียดในการตั้งใจเล่นมากเกินไป จึงปรับเป็นการลงน้ำหนักมือสองข้าง เอียงลงน้ำหนักขวาและซ้าย ขยับข้อศอกลงข้อมือซ้ายและขวาเท่าๆ กัน ด้วยเทคนิคการกระตุ้นข้อต่อพร้อมการผ่อนคลายกล้ามเนื้อตามลำดับ พร้อมหลับตาให้มุ่งความสนใจไปที่ข้อต่อ ทำแบบนี้ 10 ครั้ง ทำก่อนนอนและหลังตื่นนอนทุกวัน และมีการเหยียดแขนพักเล่นไวโอลินบ้างหากรับรู้ความล้าของไหล่-แขน-มือ
ระหว่างการฝึกเล่นไวโอลืน ใช้การขยับเล่นทีละข้อต่อต่อเนื่องกัน ซึ่งกลายเป็นคีย์ที่เล่นได้ในจังหวะหนึ่งของเทคนิคการเล่นไวโอลิน นาน 5 นาที พักอีก 5 นาทีด้วยการเล่นแบบไม่สนใจความถูกต้องของสายเสียง (1 ชุด) แล้วกลับมาเล่นแบบตั้งใจขยับข้อต่อ หากล้า ให้หลับตามุ่งความสนใจให้ได้ดีที่สุด แล้วพักแบบเล่นสบายๆ ข้างต้นอีก 5 นาที สลับไปเรื่อยๆ จนครบ 10 ชุด

นักกิจกรรมบำบัดจิตสังคม ดร.ป๊อป ตรวจประเมินพบว่า นักไวโอลินมีความสุขและความมุ่งมั่นในการเล่นโดยไม่ล้าและเครียด และเล่นได้สบายๆ ถึง 5-10 นาทีต่อครั้ง รวม 5 ครั้ง จึงไม่มีการนัดหมายต่อ นอกจากให้โทรศัพท์มาหา ดร.ป๊อป เพื่อรายงานผลความก้าวหน้า และ/หรือถ้ามีข้อปรึกษาใดๆ ในอีก 1 เดือน ถือว่าประสบความสำเร็จด้วยกิจกรรมบำบัด ซึ่งระหว่างทำกิจกรรมบำบัดที่บ้าน
มาส่งความสุขด้วยปฏิทินชุด "รอยยิ้มของพ่อ" ค่ะ
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/471969
ขอบพระคุณมากครับพี่นงนาท ขอส่งความสุขปีใหม่แด่พี่นงนาทเช่นกันครับผม
ขอบคุณมากครับท่านพี่ อ.ดร.ขจิต คุณแสงแห่งความดี และคุณหมอ ป.
สวัสดีค่ะอาจารย์ป๊อป
จากบทความของการเอากิจกรมเล่นไวโอลินมาเป็นกิจกรรมการรักษาที่มีเป้าหมายแล้ว การเล่นไวโอลินยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการได้มีกิจกรรมยามว่างของผู้รับบริการอีกด้วย ซึ่งจากการที่อาจารย์ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า การเล่นไวโอลินเป็นกิจกรรมที่ผู้รับบริการสนใจ และชื่นชอบเป็นพิเศษแล้ว ยังทำให้เป็นส่งเสริมให้ผู้รับบริการเมื่อได้ทำรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เกิดความภาคภมูิในตนเอง มีความสุขมากๆอีกด้วย
แต่ด้วยองค์ประกอบของระดับสามารถทางร่างกายของผู้รับบริการยังมีความขัดขวางต่อการเล่นไวโอลินได้อย่างไม่ราบเรียบนั้น ดิฉันสนใจในกระบวนการที่อาจารย์ให้กับผู้รับบริการ ในการแนะนำการจัดการความล้าของกล้ามเนื้อ ปละมีการตรวจประเมินหาสาเหตุของความบกพร่องในการทำหน้าที่ของร่างกายและจิตใจ เพื่อเป็นการช่วยจัดระบบ ให้นักกิกจรรมบำบัดมีแนวทางในการวางแผน วิเคราะห์ขั้นตอน มีการปรับ ประยุกต์ วิธีการเล่นไวโอลินได้ ซึ่งเห็นได้ว่าผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมเล่นไวโอลินได้
และจากการที่มีการนัดปะเมินซ้ำ นั้นคิดว่าเหมาะสมมากค่ะ เป็นประโยชน์ตอผู้รับบริการเพื่อได้รับการรักษษที่เป็นประโยชน์สูงสุดได้ ทำให้ผู้รับบริการสามารถมีกิจกรรมยามว่างทำได้อย่างราบเรียบ และเกิดความสุขการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย
น.ส. จุฑามณี แก้วปัญญา
ขอบคุณอาจารย์ค่ะ สำหรับแนวคิด วิธีการดีๆในการบำบัดฟื้นฟูผู้รับบริการ
ติดตามเมื่อกรณีศึกษาฝึกฝนการบ้านกิจกรรมบำบัด มากจนเกินความพอดี จะต้องฟื้นพลังชีวิตอย่างไร ที่ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/477776
สวัสดีครับอาจารย์ป๊อป
เมื่อผมอ่านบทความนี้เสร็จ บทความนี้ทำให้ผมรู้สึกทึ่งไปกับแนวทางการบำบัด ฟื้นฟู และการส่งเสริมการทำกิจกรรมยามว่างของนักไวโอลีน เพราะวิธีการลดความล้าของอาจารย์ป๊อปซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย แต่มีประสิทธิภาพแถมยังสามารถนำไปทำที่บ้านได้อีกด้วย อีกความรู้สึกหนึ่งก็คือผมรู้สึกยินดีและดีใจกับนักไวโอลีนที่ได้กลับมาเล่นไวโอลีนได้อย่างมีความสุข รู้สึกสนุกและเล่นได้ดีมากขึ้น เพราะมันคือกิจกรรมยามว่างที่มีคุณค่าของนักไวโอลีน
ขอบคุณมากครับน้องนฤเบศ