สำนักข่าวรอยเตอร์ตีพิมพ์เรื่อง 'Medtronic settles U.S. probe over doctor kickback' = (บริษัท) เมดโทรนิคจ่ายค่าเสียหาย (เพื่อปิดคดีการสอบสวน) จ่ายใต้โต๊ะหมอ", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
  • [ settle ] > [ เซ็ท - เถิ่ว ] > http://www.thefreedictionary.com/settle > verb = จ่ายหนี้ จ่ายค่าเสียหาย ตั้งถิ่นฐาน
  • [ probe ] > [ โพรบ - b ] > http://www.thefreedictionary.com/probe > verb = สืบสวน สอบสวน ตรวจร่างกายหรือบาดแผลโดยใช้เครื่องมือ; noun = การสืบสวน สอบสวน ตรวจสอบ เครื่องมือที่ใช้ตรวจร่างกาย
  • [ kickback ] > [ คิค - แบ็ค - k ] > http://www.thefreedictionary.com/kickback > noun = สินบน เงินจ่ายใต้โต๊ะ การโต้ตอบแบบฉับพลันทันที [ longdo ]
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รายงานว่า (บริษัท) เมดโทรนิค ตกลงจ่าย $23.5m = 733 ล้านบาทเป็นค่าเสียหาย (ปิดคดี) การสอบสวนหมอรับสินบน (ในสหรัฐฯ) ในข้อหาจ่ายใต้โต๊ะ (kickback) ให้หมอใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemakers) และเครื่องช็อคไฟฟ้าหัวใจ (defibrillators)
.
เมดโทรนิคถูกกล่าวหา 2 ข้อหาได้แก่
.
(1). จ่ายใต้โต๊ะ (kickback) ให้หมอที่รวบรวมข้อมูลคนไข้ที่ใช้เครื่องมือของบริษัท $1,000 - $2,000 = 31,187-62,374 บาทต่อคนไข้ 1 ราย
.
(2). ร่วมมือกับหมอฉ้อฉล หรือเคลม (claim) หรือเรียกร้องเงินค่ารักษาจากรัฐ ผ่านโครงการสวัสดิการรักษาพยาบาล
.
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รายงานว่า การให้สินบนหมอหรือ 'kickback' ทำให้หมอมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการตัดสินใจวิธีการวินิจฉัย และ/หรือ รักษาคนไข้
.
ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ แลบ ตรวจพิเศษ หรือโรงพยาบาลจ่ายใต้โต๊ะให้หมอที่ส่งตรวจ หรือส่งคนไข้ไปให้ เรียกว่า 'kickback' หรือนับเป็นสินบนทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้คนไข้-ญาติหลงผิด คิดว่า การตรวจ-รักษาแบบนั้นจำเป็น ที่ต้องไปกู้หนี้หรือขายไร่นามาก็มี(มาก)
.
บริษัทอาจจ่ายใต้โต๊ะในรูปเงิน ของขวัญ จ่ายค่าเดินทาง-เงินติดกระเป๋า ให้หมอที่ใช้ยาของบริษัท เช่น ยาเคมีบำบัดในการรักษาคนไข้มะเร็ง ฯลฯ
.
ศัพท์ภาษาอังกฤษเรียกรวมๆ สินบนในวงการแพทย์ว่า 'kickback' (ไม่ได้แปลว่า หมอเตะกลับ ใช้จระเข้ฟาดหางอะไรทำนองนั้น)
.
บริษัทกำลังถูกสอบสวนเรื่องการปกปิดอาการข้างเคียง หรือผลเสียจากการใช้อุปกรณ์ผ่าตัดไขสันหลัง (ยี่ห้อ 'Infuse') ซึ่งอาจมี "การจ่ายใต้โต๊ะ (kickback)" เพิ่มเติมเป็นข้อหาที่ 3
.
ค่าใช้จ่ายสุขภาพของประเทศส่วนใหญ่ในโลกเพิ่มขึ้นเกินอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือผลผลิตประเทศ (GDP) ทำให้ประเทศที่เน้นส่งเสริมสุขภาพ-ป้องกันโรค มีความได้เปรียบในการแข่งขันกับนานาชาติ
.
ตัวอย่างเช่น ประเทศที่มีระบบขนส่งมวลชนดี (รถไฟฟ้า รถใต้ดิน ฯลฯ) จะทำให้คนขับรถน้อยลง รถติดน้อยลง มลภาวะทางอากาศน้อยลง คนเดินมากขึ้น (จากบ้านไปสถานี-จากสถานีไปที่ทำงาน และขากลับ) ทำให้สุขภาพเฉลี่ยดีขึ้น ป่วยน้อยลง ค่าใช้จ่ายสุขภาพลดลง
.
สิงคโปร์เป็น 1 ในประเทศที่มีคนน้ำหนักเกิน-อ้วนน้อยกว่าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แถมระบบประกันสุขภาพสิงคโปร์มีระบบให้เงินกับคนที่รักษาสุขภาพดี และ "ไม่" ไปใช้บริการรักษาพยาบาล จ่ายเป็นเงินก้อนพร้อมดอกเบี้ยให้ตอนเข้าวัยเกษียณ
.
ระบบนี้มีส่วนทำให้คนสิงคโปร์ ซึ่งมีการศึกษาดีมาก มองว่า ถ้าใส่ใจสุขภาพดีๆ ป้องกันโรค เช่น ล้างมือด้วยสบู่ให้บ่อย ฯลฯ จะเป็นไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่น้อยลง เสี่ยงปอดบวมน้อยลง เข้าโรงพยาบาลน้อยลง มีเงินเก็บพร้อมดอกเบี้ยที่ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากระบบสุขภาพให้รางวัลกับคนที่ "ใส่ใจ" สุขภาพ
.
คนพม่าตอนเด็กๆ จะค่อนข้างผอม แต่พอเข้าวัยกลางคนจะอ้วนมาก เนื่องจากนิยมกินอาหารมัน เช่น ทำแกงนิยมราดน้ำมันพืชเสริมให้ลอยหน้าแกง หนา 3-7 มิลลิเมตร (ตามฐานะ-ยิ่งรวยยิ่งหนา) ดังมีคำกล่าวว่า "ความมันคือความอร่อย"
.
ตอนนี้คนพม่ายังเดินมาก-อายุน้อย ทำให้ดูผอม, ทว่า... เมื่ออายุมากขึ้น-เดินน้อยลง, คนพม่าจะป่วยเป็นโรคจากน้ำหนักเกิน-อ้วนมากขึ้น เช่น ความดันเลือดสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ
.
คนอินเดียมีพันธุกรรมโรคหัวใจสูงกว่าคนทั่วโลกโดยเฉลี่ย แถมยังชอบอาหารทอดรสเค็ม มีการพยากรณ์ว่า ต่อไปอินเดียจะเป็นมหาอำนาจด้านคนไข้โรคหัวใจ
.
ธุรกิจรักษาพยาบาลในอินเดีย และเมดิคัลทัวร์ที่ราคาไม่แพงในเอเชียจะมีคนอินเดียบินไปรักษามากขึ้น
.
การออมทรัพย์อย่างเดียวไม่พอ ต้องขอ "ออมชีวิต" ไว้บ้าง โดยการใส่ใจสุขภาพ เช่น เดินสะสมเวลา 40 นาที/วัน, ขึ้นลงบันไดตามโอกาสสะสมเวลา 4 นาที/วัน (ทำเป็นช่วงๆ นำเวลามารวมกันได้), ไม่นั่งนานเกิน 1-2 ชั่วโมง/ครั้ง (ลุกขึ้นยืนก็ยังดี ดีกว่านั้น คือ เดินไปเดินมาสลับ 3-5 นาที หรือขึ้นลงบันได 1-2 ชั้นสลับ)
.
การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า คนที่ฟิตมีโอกาสอายุยืนมากกว่าคนที่ไม่ฟิต และที่สำคัญ คือ ช่วงท้ายๆ ของชีวิตมีโอกาสช่วยเหลือตัวเองได้มากกว่า เสี่ยงต่อการขอให้คนอื่นมาพยุงหรือป้อนข้าวป้อนน้ำน้อยกว่า
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

> [ Twitter ]

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 14 ธันวาคม 2554. ยินดีให้ท่านนำบทความทั้งหมดไปใช้ได้ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.