เม็กซิโกนับตั้งแต่ประกาศเอกราชมาจากสเปนนั้น สภาพทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ย่ำแย่ลงไปมาก ในช่วงศตวรรษที่ 19 คือตั้งแต่ปี 1824-1876 นั้น เม็กซิโกมีแต่ความวุ่นวาย เป็นแนวความคิดทางการเมืองของเม็กซิโก มีประธานาธิบดีคนใหม่ที่เป็นฝ่ายเสรีนิยม ตลอดช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นความขัดแย้งระหว่างพวกอนุรักษ์นิยม และเสรีนิยม ร้อยกว่าปีนี้จึงเป็นการต่อสู้ของ 2 ฝ่ายนี้ นักการเมืองในค่ายเสรีนิยมนั้น ขึ้นมาปกครองประเทศแล้วก็ต้องการสิ่งใหม่ๆ มักเป็นคนใจกว้าง ในความเป็นเสรีนิยมนั้นประการหนึ่งก็คือยอมรับความเป็นศัตรู โดยที่พวกอนุรักษ์นิยมได้มีโอกาสมาเป็นรองประธานาธิบดี ซึ่งมีนิสัยตรงข้ามกับพวกเสรีนิยมอยู่แล้ว พวกนี้มักจะเป็นคนที่ค่อนข้างเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนและคนชั้นสูงของสังคมเสมอ ฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่เสรีนิยมมีบทบาททางการเมือง ก็จะมีแต่ความวุ่นวายเรื่อย มักมีการเลื่อนตำแหน่งเก้าอี้กันบ่อยๆ
สาเหตุประการที่ 1 นั่นก็คือ การมีอยู่ของพวกสเปนในเม็กซิโก หรือเรียกได้ว่าลูกหลานที่ยังหลงเหลืออยู่ เป็นเชื่อสายสเปน โดยมีในทุกสาขาอาชีพ ตั้งแต่ครอบครัวที่ยากจนไปจนถึงร่ำรวย ซึ่งคนเหล่านี้เองก็ไม่อยากที่จะเดินทางกลับสเปน แน่นอนว่าคนเหล่านี้ก็ต้องยึดติดกับฝ่ายรัฐบาลอาณานิคมอยู่แล้ว คนเหล่านี้พยายามที่จะสนับสนุนพวกเดียวกันในการต่อต้านรัฐบาลเม็กซิกัน นำมาซึ่งเหตุแห่งความวุ่นวายไม่จบสิ้น
และสาเหตุประการที่ 2 ที่เป็นเหตุแห่งความแตกแยกนั้นก็คือ ความแตกแยกของกลุ่มนักการเมืองในเม็กซิโก ซึ่งเป็นฝ่ายเสรีนิยมเอง มีแนวความคิดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม เป็นความขัดแย้งระหว่างตัวแทนของพวกเจ้าของที่ดิน นายทุน ผู้นำศาสนา
โดยกลุ่มที่สำคัญได้แก่ ลูกัส อะลามาน(Lucas Alamán) ท่านเป็นทั้งรัฐบุรุษ นักประวัติศาสตร์ในสายอนุรักษ์นิยม กับอีกพวกหนึ่งเป็นปัญญาชน, เป็นพวกคลีโอล, เจ้าของที่ดินรายย่อยที่ต้องการลดบทบาททางการเมืองและเศรษฐกิจของชนชั้นสูงลง โดยมีผู้นำก็คือ
โอเซ มาริอา ลูอิส โมร่า (José María Luis Mora) เป็นพระสงฆ์นักเศรษฐศาสตร์ชาวเม็กซิกัน ความแตกแยกนี้แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มก็คือ 1.พวกปูโรส (Puros) เป็นพวกสายการเมืองค่ายเสรีนิยม มีแนวความคิดที่ค่อนข้างจะรุนแรง ต้องการทำอะไรที่ฉับพลัน เร่งด่วนเสมอ และมีแนวความคิดที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ก้าวหน้า ไม่ต้องการความล้าหลังและระบบทุนเก่า 2.ก็คือพวกโมเดอราโดส(Moderados) เป็นพวกที่ชอบอะไรสบายๆ ไม่รุนแรงฉับพลัน ไม่มีความก้าวร้าว เห็นด้วยกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม หลังจากนั้นฝ่ายเสรีนิยมยังแตกตัวเป็นสมาคมฟรีมาซองต์ หรือฟรีเมสันนั้นเองก็คือพวกที่มีแนวความคิดทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy theory) ซึ่งเป็นแนวความคิดที่ต่อต้านแนวความคิดของทุกศาสนา แรกเริ่มจะต่อต้านคริตศาสนา ซึ่งหลักการสูงสุดคือ ความเป็นเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ ฟรีเมสันนั้นมีอยู่ทั่วไปอย่างเปิดเผย รวมทั้งบรรดาผู้นำสูงสุดของสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจ โดยไล่เรียงตามลำดับชั้น ลำดับขั้นของฟรีเมสันนั้น แบ่งได้เป็น 2 สาย คือ สายสก๊อตติช ไรท์ มาซองต์ (The Scottish Rite) กับ สายยอร์ก ไรท์ มาซองต์ (The York Rite) หรือเรียก ง่ายๆว่า สายอเมริกากับสายยุโรป โดยระดับขั้น ของ สายสก๊อตติช ไรท์ แบ่งเป็น 33 ขั้น หมายถึง อายุของพระเยซู สายยอร์ก ไรท์ แบ่งเป็น 13 ขั้น หมายถึง วันศุกร์ที่ 13 ที่พวก อัศวินไนท์เทมปลาร์(Knight Templar) โดนเผาทั้งเป็นในข้อหานอกรีต โดยในละตินอเมริกานั้น กลุ่มสก๊อตจะมีนโยบายแบบอนุรักษ์นิยม กลุ่มยอร์กจะสนับสนุนนโยบายเสรีนิยม โดยในขบวนการฟรีมาซองต์นี้ต่างต้องการฝากความหวังให้ต่างชาติอย่างอังกฤษและอเมริกาเป็นผู้ดูแล
สาเหตุประการที่3 นั่นก็คือ นายพลซานตา อันนา (Antonio López de Santa Anna) ปฎิวัติ 10 ครั้ง สูญเสียเมืองเท็กซัส (Texas) ให้กับอเมริกาในปี 1836 เท็กซัสกลายเป็นดินแดนอันห่างไกลความเจริญ เป็นดินแดนที่รัฐบาลไม่ให้ความสนใจ แต่อเมริกาสนใจ เท็กซัสนั้นเรียกได้ว่าเป็นดินแดนซ่องสุมกันของเหล่าทหารอาสา ซึ่งในที่สุดก็กลายเป็นการปฏิวัติ เกิดศึกอลาโม่ (Alamo) ขึ้น ซึ่งเป็นสงครามที่ทำให้เม็กซิโกแพ้นั่นเอง
หนังสือประกอบการค้นคว้า
1.มาตยา อิงคนารถ. ประวัติศาสตร์ละตินอเมริกา.พิมพ์ครั้งที่ 4;กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง,2548
2.คำบรรยายสรุปจากท่านอาจารย์มาตยา อิงคนารถ ปี 2554
3. http://en.wikipedia.org/wiki/Antonio_L%C3%B3pez_de_Santa_Anna
ซาน ตาอันนานั้นเกิดเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 1794 ที่เมืองซาลาปา เมืองหลวงของนครเวราครูส ในเขตการปกครองสเปน(New Spain) ท่านมาจากลูกหลานชาวอาณานิคม สเปน ซึ่งพ่อแม่ของท่านเป็นพวกคลีโอล(Criollo)ในชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นตระกูลที่มาจากยุโรป แต่มาเกิดที่ทวีปอเมริกา พ่อแม่ของท่านมีฐานะเพีงพอที่จะส่งเสียท่านเรียนหนังสือได้ ในครั้งแรกที่เม็กซิโกพยายามที่จะประกาศเอกราชจากสเปน ตัวท่านก็ได้เข้าร่วมกับกองทหารอาณานิคมสเปน ภายใต้การนำของ ฮัวกิ้น เดอ อะเรดอนโด(Joaquín de Arredondo) ซึ่งท่านเองก็ได้ร่วมออกศึกอย่างกล้าหาญ
ที่มาของภาพ
1. http://www.biografiasyvidas.com/biografia/a/alaman.htm
2. http://en.wikipedia.org/wiki/File:Antonio_Lopez_de_Santa_Anna_c1853.png
3. http://www.datuopinion.com/jose-maria-luis-mora