เมื่อมีโอกาสที่จะสร้างกรรมในอนาคตที่ดีก็ควรต้องทำครับ เพราะจะได้ไม่ต้องไปหาทาง "แก้กรรม" ซึ่งแก้ไม่ได้ในอนาคตครับ
ห่างหายจากการบันทึกไปพอสมควร เพราะเป็นผู้ประสบภัยเหมือนกับหลายๆ คน และก็ไม่อยากเขียนเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ด้วยเหตุผลว่า
๑. มีคนเขียนเรื่องพวกนี้มากแล้ว จนอาจเรียกได้ว่าปีหน้าหากน้ำท่วมอีก คงยังอ่านวิธีป้องกันที่หลายๆ คนแนะนำไม่หมด หรืออาจเป็นโรควิตกจริตไปก่อน
๒. ไม่อยากไปคิดถึงมัน พยายามคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของ "กรรม" (ซึ่งก็ดันไปสอดคล้องกับหัวข้อเรื่อง)
หลังจากอพยพไปอยู่ต่างจังหวัดเป็นเดือน (ยังมีกรรมดีอยู่บ้าง เลยมีที่ให้อยู่อาศัยไม่ค่อยเดือดร้อนเหมือนอีกหลายคน) สัปดาห์นี้กลับมากรุงเทพฯ เพราะน้ำเริ่มลด สิ่งแรกที่อยากไปมากคือ "ร้านหนังสือ" เพราะรู้สึกว่าไม่ได้เข้ามาเดือนกว่าเราอาจพลาด "หนังสือดีๆ" ไปหลายเล่ม หนังสือเล่มแรกที่ตัดสินในซื้อทันทีหลังน้ำท่วม ไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับการดูแลบ้านหลังน้ำท่วม แต่ไปสะดุดใจ สะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า "รู้เท่าทันกรรม ชีวิตเป็นสุข" ของ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เคยได้ยินชื่อท่านมานานแล้ว จากรายการในทีวีเป็นส่วนใหญ่ ยังไม่เคยได้อ่านหนังสือท่าน แต่ที่รู้สึกดีกับหนังสือเล่มนี้ ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน เพราะรู้สึกว่าแค่ "ชื่อของหนังสือ" ก็ทำให้เข้าใจอะไรหลายอย่างมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ชั้นหนังสือเต็มไปด้วยหนังสือ "แก้กรรม" ซึ่งผมไม่เคยคิดจะซื้อมาอ่าน เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้ว่า "กรรมไม่มีทางแก้ได้" เนื้อหาในหนังสือเหล่านี้อาจไม่ได้บอกให้ "แก้กรรม" แต่ชื่อของหนังสือก็โฆษณาชวนเชื่อไปแล้วพอสมควร
คำว่า"รู้เท่าทันกรรม ชีวิตเป็นสุข" เป็นเรื่องที่เป็นไปได้และเป็นไปได้จริงมากที่สุด จริงอยู่พุทธศาสนาสอนเรื่องของ "กรรม" เป็นหลัก (ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่ผู้รู้เรื่องพุทธศาสนาเท่าไหร่ และก็ไม่ใช่คนดีอะไรมากครับ ยังมีกิเลศอีกเยอะ แต่เขียนตามความรู้สึก) แต่เข้าใจว่าเป็นการสอนเรื่อง "กรรม" เพื่อให้รู้เรื่องของ "ทุกข์" เป็นหลัก โดยเฉพาะ "กรรมที่เกิดขึ้นในอดีต" เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ เปรียบเหมือนเราทานอาหารเข้าไปแล้ว แล้วบอกว่า "เราจะไม่ทานอาหารที่ทานเข้าไปเมื่อกี้" ดังนั้น "การรู้เท่าทันกรรม" จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าเมื่อเราทานไปแล้วท้องเสีย ก็ให้รู้ว่าเพราะทานมันเลยท้องเสีย จะไปคิดว่ารู้อย่างนี้ไม่น่าทานมันเลย คิดแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ นี่ขนาดยังไม่ได้อ่านนะครับ แค่ชื่อหนังสือก็สามารถเข้าใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว (อาจคิดไปเองว่าเข้าใจระดับหนึ่งแล้ว) ยังไงถ้าอ่านแล้วอาจนำมาขยายผลต่อครับ แต่ถ้าให้ดีลองไปหาซื้อหรือยืมมาอ่านเองนะครับ
ขอบคุณครับ อ.ขจิต คิดถึง อ.เหมือนกัน หวังว่าจะได้มีโอกาสเจอกันอีกนะครับ