ปางน้อยสำเหนียกรู้เรียนคุณ
ผมมีน้องชายกับเขาคนเดียว อายุใกล้เคียงกัน เพราะเขาเกิดตามผมมาหลังผมปีหนึ่ง ตอนเข้าโรงเรียนชั้นประถมเขาก็ร้องไห้ตามผมไปโรงเรียนด้วย สมัยนั้นคงไม่มีกฏเกติกาอะไรมากมายทางโรงเรียนก็เลยอนุญาตให้น้องชายมาเรียนชั้นเดียวกัน เรียนด้วยกันถึงจนถึงชั้นมัธยมปีที่หนึ่งถึงได้แยกทางกันเดิน เพราะต้องเข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพสอบได้คนละโรงเรียน ต่อยกันทุกวัน ไม่เคยมีอะไรที่จะเข้ากันได้เลย ผมตอนนั้นต้องสั่งซื้อหนังสือคู่มือมวยไทย มาฝึกกระบวนท่าไว้ต่อสู้กับน้องชาย ในหนังสือมีท่าจระเข้ฟาดหางด้วย ฝึกไว้แต่ไม่กล้าใช้เพราะกลัวพลาดท่าโดนน้องชายแตะเข้าข้างหลัง ต่อยกันเป็นประจำจนน้าชายหัวเราะ บอกว่ามันจะต่อยกันก็ตามใจ ไม่มีใครเข้ามาห้าม มาหยุดต่อยกันก็ประมาณชั้นมัธยมปีที่สาม หยุดไปเฉยๆ ไม่ต้องมีใครบอก
ครั้นใหญ่ย่อมหาทุนทรัพย์ไว้
น้องชายผมจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมจบปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณทิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบแล้วก็เดินทางมาศึกษาต่อเมืองนอกพร้อมกันอีกขึ้นเครื่องบินลำเดียวกัน ตอนเรียนปริญญาโทที่อเมริกานั้นต้องทำงานด้วยครับ พี่เขยมีร้านขายฟิซซ่า ผมสองคนก็เลยกลายเป็นคนทำฟิซซ่า ผมละชอบมาก ทำไปกินไป ใส่พริกใส่กระเทียมอะไรก็ได้ให้มันถูกปากเป็นรสไทยๆหน่อย มาใหม่ๆรับประทานไม่ลงครับ น้องชายผมเขาเกลียดมากๆ มองนาฬิกาทุกวันว่าเมื่อไรจะเลิกงานเสียที พวกผมทำงานเฉพาะวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ วันธรรมดาต้องไปมหาวิทยาลัยไปเรียนหนังสือ ทำงานแทบตายสามสี่เดือน พอวันต้องจ่ายค่าเทอม ต้องถอนเงินทั้งหมดมาจ่ายค่าเทอม เงินเหลือไม่กี่ร้อยบาท ลืมบอกไปแม่ให้เงินผมกับน้องชายติดตัวมาคนละหมื่นบาท จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวให้ แบบที่เรียกว่าไปตายเอาดาบหน้า
เสื่อผืนหมอนใบครับ
พองานไปได้สักพัก พี่เขยขายร้านฟิซซ่า ผมก็เลยต้องไปหาที่ทำงานใหม่ เพื่อนพี่เขยชวนไปทำงานร้านฟิซซ่าใหม่ ผมกับน้องชายก็เลยต้องย้ายร้าน น้องชายเขาก็เบื่องานทำฟิซซ่าเป็นอย่างมาก เลยลาออกมาทำอู่ซ่อมรถเบนซ์ กับบีเอ็ม ดับเบิลยู
พอตอนนี้แหล่ะครับ วิญญาณนักวิศวะเริ่มออก เจ้านายชอบมากเพราะเจ้าน้องชายมันจบวิศวสาขาเครื่องยนต์ อ่านสเป็ครถได้หมด แล้วยังรู้อีกว่าแต่ละชิ้นมันมีหน้าทำอะไร น้องชายรู้ขนาดว่าสเป็ครถบางทีมันต้องปรับตัวเลขตามอายุของรถ รถเก่าเครื่องหลวม ก็ต้องจูนเครื่องอีกแบบหนึ่ง ลูกค้าชอบฝีมือถามหาเป็นประจำ เวลาน้องชายไปทำงานอู่ ถึงโอเวอร์ไทมไม่จ่าย ก็ยังอยากจะทำ ขอให้ได้จับเครื่องรถเบนซ์แล้วมันชื่นใจ กลับมาถึงบ้านมือไม้เปื้อนหมด บางครั้งกลับมาบ้านเกือบเที่ยงคืน หนาวก็หนาว แต่คนเราเวลาทำอะไรที่ชอบ มันเป็นอิทธิบาทสี่จริงๆ บางวันน้องชายขับคนบีเอ็มของลูกค้ากลับบ้าน บอกต้องขับลองรถ เป็นอย่างไรบีเอ็มเครื่องแน่นดีนะ ผมก็มัวแต่กลัวว่าน้องชายมันจะเอารถลูกค้าคันงามไปถูกชนเสียมากกว่า ไม่มีอารมณ์สุนทรีย์กับรถแพงๆ น้องชายมันยังสอนเราเสียอีกว่าเวลาขับรถต้องดูกระจกหลังบ้างเป็นครั้งเป็นคราว ดูว่ามีใครตามหรือเปล่า เผื่อจะต้องเปลี่ยนเลนกระทันหัน จะได้ไม่มีอุบัติเหตุ คุณคิดเอาเองก็แล้วกัน พี่น้องที่ต่อยกันทุกวันเป็นเวลาสิบกว่าปี พอโตขึ้นมันก็มีแต่ความห่วงไยซึ่งกันและกันมากกว่าพี่น้องคนอื่นเสียอีก
พอน้องชายทำอู่ไปได้สักพัก เอาผมไปฝากงานเติมปั้มน้ำมัน น้องชายเขาฉลาดหลอกผมว่า ลูกผู้ชายต้องซ่อมรถเป็น เวลารถเสียจะเปลี่ยนยาง เปลี่ยนไฟ เปลี่ยนหัวเทียน รถตายกลางทางต้องรู้จักวิธีซ่อมรถ
ตอนนี้ทุกอย่างกลับกัน ผมมองนาฬิกาทุกวันว่าเมื่อไรมันจะหมดวันเสียที มือไม้มันเปื้อนหมด ไม่ถูกใจเอาเสียเลย
ชีวิตลูกผู้ชายแบบนี้แหละเป็นเรื่องเล่าให้ลูกหลานหรือนักเรียนเอาเป็นแบบอย่างได้ คุณโชคดีที่เกิดเป็นผู้ชาย รู้สึกจะอันตรายน้อยกว่าผู้หญิง จะไปหัวหกก้นขวิดอย่างไรก็ไม่น่ากลัว รุ่นลูกหลานเราหลายคนบางคนรอความสบายจากพ่อแม่แค่นั้นไม่รู้รสชาติของชีวิตหรอก
สวัสดีคุณครู
ขอดีของการะเขียนบันทึกก็คือ การเล่าเรื่องเล่าที่เป็นลายลักษณ์อักษร ให้คนอื่นได้มีโอกาสได้อ่านครับ