สรุปประเด็นจาก Dr. Pimjai Sudsawad ในหัวข้อ Challenges for Evidence-based Occupational Therapy: Implementation of Evidence-based Practice จากงานประชุม APOTC2011

ดร.พิมพ์ใจ รุ่นพี่คนเก่งในวิชาชีพกิจกรรมบำบัด ผู้ที่จุดประกายให้ ดร.ป๊อป มุ่งมั่นในการเรียนรู้วิชาชีพกิจกรรมบำบัดในต่างประเทศจนสำเร็จ

ลองศึกษาผลงานแนวคิดการแปลความรู้ หรือ Knowledge Translation (KT) ที่เขย่าวงการวิจัยสุขภาวะสากล และทำให้ ดร.ป๊อป ได้เขียนบทความหนึ่ง (คลิก Download PDF file ที่ KT of self-management concepts for Thais ใน Journal of Nursing Sciences Vol 18 Issue 3)  และกำลังจะเตรียมต้นฉบับภาษาอังกฤษให้กับสำนักพิมพ์หนึ่งในอเมริกา และจากการบรรยายของพี่ ดร. พิมพ์ใจ ทำให้ผมอยากจะสรุปประเด็นความรู้ที่สำคัญในบันทึกนี้

ในปี 1990 นักกิจกรรมบำบัดและบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ นั้นอาจมีคำถามทางคลินิกว่า "ข้อมูลการปฏิบัติงานทางคลินิกใดแสดงประสิทธิผลของโปรแกรมการบำบัดฟื้นฟู" แล้วเริ่มพัฒนาหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือ Evidence-based Practice, EBP ขึ้น แต่ก็พบความซับซ้อนของการทำวิจัยเพื่อทำความเข้าใจ EBP นั้น โดยเริ่มจากการพัฒนากลยุทธ์ที่มีขนาดเล็กและเฉพาะเจาะจง (Small & specific focus) แล้วอธิบายในบริบทที่กว้างได้ รวมเรียกว่า KT Framework (ตั้งแต่ปี 2000) ซึ่งเน้นทุกกระบวนการเชิงปฏิสัมพันธ์ระหว่างการสร้างความรู้ การถ่ายทอดความรู้ การนำความรู้ไปปฏิบัติ และการวิเคราะห์ประสิทธิผลของการใช้ความรู้นั้น จะเห็นว่า KT มีหลายองค์ประกอบและหลายนิยาม เช่น KM - Knowledge Management [คลิกศึกษากลุ่มคำที่ใช้กันหลายบริบทของ KT] นั่นคือ "คุณไม่สามารถใช้ความรู้ได้ทั้งหมด แต่จำเป็นต้องปรับความรู้ที่ประเมินได้และยอมรับได้ในการนำมาใช้"

หากท่านใดอยากศึกษากระบวนการ KT อย่างละเอียด ลองคลิกดู The Knowledge to Action Model (Graham, et al, 2006)

เมื่อได้ใช้ความรู้และพิสูจน์ผลลัพธ์ของการใช้ความรู้ ทำอย่างไรเราจะใช้ความรู้ได้อย่างยั้งยืน จึงได้เกิด The Coordinated Implementation Model (Lomas, 1993) โดยสร้างทัศนคติ การตระหนักรู้ และความเชื่อมั่นในสมรรถนะ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในตัวตน ในผู้ปฏิบัติ ในสาธารณะชน และในผู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการบริหารจัดการระบบต่างๆ เช่น การศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาวะ ฯลฯ

จากโมเดล KT ทำให้ผู้รู้ทุกคนย่อมเข้าใจว่า

  • การสร้างองค์ความรู้ผ่านกระบวนการวิจัยเกิดขึ้นก่อนการนำ EBP ไปใช้งาน
  • การนำ EBP ไปใช้นั้นควรศึกษา "ความก้าวหน้าของ EBP ที่มีการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบ (Systematic change) เพื่อประยุกต์สู่การปฏิบัติในชีวิตจริง
  • การเปลี่ยนแปลงเป็นระบบ คำนึงถึง Evidence availability, Evidence awareness & access, Evidence Characteristics (no relevant, easily applied, oriented to professional practice from literature reviews, research/practical setting, no clear implementation/discussion, difficulities style of communication between reseachers and practitioners, evidence hierarchy - RCT, inadequate knowledge skills for EBP) ผู้ที่เข้าใจ EBP มากที่สุด คือ บรรณารักษ์
  • ผู้ใช้ความรู้ควรศึกษามากกว่า 1 eletronic database และพยายามเรียนรู้กระบวนการทำงานวิจัยจากงานประจำ โดยสังเกตปัญหาต่างๆ เช่น ทำแต่งานคลินิกมากจนไม่มีเวลาทำวิจัย ทีมงานลาออกเป็นจำนวนมากและบ่อยครั้ง ไม่มีแหล่งสนับสนุนการทำวิจัย
  • ควรมีการเพิ่ม internal & external validity ในผลงานวิจัยสู่ผลการปฏิบัติงานทางคลินิก ตลอดจนเพิ่มความร่วมมือในการเรียนการสอนหลักสูตร การศึกษาต่อเนื่อง และการวิจัยระหว่างสถาบันการศึกษากับสถานพยาบาล - ศึกษา External validity checklist ของ Dijkers, 2011 ศึกษา The Rigor & Meaning Scales (Farkas, Rogers, Anthony, 2008) และศึกษา Appraising the quality of systematic reviews 
  • การวิจัยที่แคบ (จำเป็นแต่ไม่เพียงพอ) ไม่ได้พิสูจน์ทุกสิ่งทุกอย่าง ควรมีการประเมินจุดแข็งของหลักฐานวิจัยที่นำไปใช้ได้ในชีวิตจริงได้มากกว่า 70%
  • เน้นสิ่งแวดล้อมที่ open-access ในการตีพิมพ์งานวิจัยที่เสนอแนะการนำไปใช้ในชีวิตของการปฏิบัติงานจริง
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือทำวิจัยและเผยแพร่รวมกัน เช่น Australia & UK OT, Canadian & British Collaboration (Lin, 2010), Harvard publishing their own, Pubmed Central, Free access คลิกดูทีบันทึกหนึ่งประเด็นจากกิจกรรมบำบัดเอเชียแปซิฟิก

ดังนั้นนักกิจกรรมบำบัดไทยและสากลต้องสร้างเครือข่ายร่วมในงานกิจกรรมบำบัดศึกษาในการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก การให้บริการวิชาชีพกิจกรรมบำบัดชุมชน การศึกษาต่อเนื่องเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญของนักกิจกรรมบำบัด (แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย/แบบค่าใช้จ่ายต่ำผ่านทางสมาคมวิชาชีพฯ) และการจัดทำ EBP เพื่อใช้ในสถาบันการผลิต สถาบันการให้บริการ สถาบันการวิจัย และองค์กรวิชาชีพต่างๆ ที่มีความต้องการนักกิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาวะของคนไทยและประชาคมโลก